บทที่ 12 หลบซ่อนในบ้านหลังใหญ่
“ไป! ลุกขึ้นมาลูก อย่ามัวแต่นั่งโศกเศร้า ป้าตัดสินใจแล้ว คืนนี้หนูต้องได้นอนในบ้านนี้”
เพลงพิณทำหน้าเหรอหรา
“ป้าจันทร์คะ? จะให้เพลงนอนที่ไหน... ที่นี่มีแต่ห้องเจ้านายกับห้องแม่บ้านคนอื่น”
“ไม่ต้องถามมาก กระเป๋าหนูอยู่ไหน”
“เพลงแอบไว้ที่พุ่มไม้ตรงโซนซักล้างค่ะ”
“ไปเอากระเป๋าแล้วตามป้ามา”
เพลงพิณใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอรีบไปเอากระเป๋าแล้วเดินตามแผ่นหลังของป้าจันทร์ไปติดๆ ทั้งสองลัดเลาะผ่านทางเดินแคบๆ หลังบ้านซึ่งเป็นเขตที่คนงานทั่วไปไม่ค่อยได้เข้ามา ก่อนจะหยุดลงที่ประตูด้านหลังสุดของตัวคฤหาสน์ ป้าจันทร์ไขกุญแจอย่างเงียบเชียบที่สุดแล้วพาเธอเข้าไปในตัวบ้าน
แสงไฟจากโถงทางเดินสลัวลงมากเมื่อป้าจันทร์กดปิดสวิตช์ ทั้งคู่ย่องผ่านทางเดินที่ปูด้วยไม้ปาร์เกต์ขัดเงาจนไปถึงห้องที่อยู่มุมสุดของปีกหลังบ้านซึ่งตรงนั้นมีห้องอยู่สองห้อง มีผนังทั้งสองห้องกั้นตรงกลางระหว่างประตู ป้าจันทร์พาเพลงพิณเดินไปที่ห้องแรก ไขกุญแจเปิดประตูแล้วรีบดันตัวเพลงพิณพร้อมกระเป๋าเข้าไปข้างในทันที
ห้องพักส่วนตัวของหัวหน้าแม่บ้านไม่ได้ใหญ่โต แต่สะอาดสะอ้านและดูอบอุ่นผิดกับห้องเช่าแคบๆ ที่เธอเพิ่งจากมา
“นี่คือห้องป้า ไม่มีใครกล้าเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก ส่วนห้องข้างๆ ก็ไม่ได้เปิดให้ใครอยู่”
“ป้าจันทร์คะ เพลงเกรงใจจริงๆ มันจะเดือดร้อนถึงตัวป้านะคะถ้าคุณท่านรู้เข้า”
เพลงพิณมองไปรอบห้องด้วยความรู้สึกผิดปนซาบซึ้ง ป้าจันทร์วางนิ้วชี้ลงบนริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบเสียง
“ฟังป้านะ กฎมีข้อเดียว ห้ามให้คนงานคนอื่นหรือเจ้านายเห็นหนูเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
เพลงพิณพยักหน้าถี่ๆ น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลไปหมาดๆ กลับมาคลอหน่วยอีกครั้ง
“เพลงเข้าใจแล้วค่ะ เพลงจะระวังตัวที่สุด จะไม่ทำให้ป้าเดือดร้อนแน่นอน”
“ดีมาก” ป้าจันทร์วางมือลงบนไหล่หญิงสาว
“หนูเป็นเด็กดี ป้าเชื่อว่าเทวดาฟ้าดินต้องคุ้มครอง วันนี้เจอเรื่องหนักๆ มาเยอะแล้ว รีบจัดของแล้วนอนพักผ่อนซะนะลูก”
เพลงพิณไม่อาจหาคำพูดใดมาบรรยายความรู้สึกในอกได้ เธอทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าหญิงวัยกลางคนผู้มีพระคุณ ก่อนจะก้มลงกราบที่ตักของป้าจันทร์ด้วยความสำนึกในบุญคุณล้นพ้น หยดน้ำตาแห่งความตื้นตันร่วงหล่นลงบนผ้ากันเปื้อนของป้าจันทร์อีกครั้ง
ป้าจันทร์ยิ้มรับด้วยความเอ็นดู มือเหี่ยวย่นลูบผมหญิงสาวอย่างแผ่วเบา
“อย่าคิดมากเลยนะ ทุกอย่างมันต้องดีขึ้น”
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกกางออกบนพื้นห้องอย่างระมัดระวัง เพลงพิณค่อยๆ รูดซิปเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังท่ามกลางความเงียบสงัด มือบางหยิบเสื้อผ้าที่มีอยู่เพียงไม่กี่ชุดออกมาพับซ้อนกันไว้ที่มุมหนึ่งของกระเป๋าอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
“หนูเพลง... เอาเสื้อผ้ามาแขวนไว้ในตู้ป้าก็ได้ลูก ยังมีไม้แขวนเสื้อว่างอยู่อีกตั้งหลายอัน”
ป้าจันทร์ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูพาดบ่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบ
“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะป้าจันทร์”
เพลงพิณเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบางๆ มือก็จัดแจงวางของใช้ส่วนตัวชิ้นเล็กชิ้นน้อยลงในช่องตาข่าย
“เพลงขอพับเก็บไว้ในกระเป๋าแบบนี้แหละค่ะ จะได้ไม่เกะกะพื้นที่ของป้าจันทร์ หยิบใช้ก็ง่ายด้วยค่ะ”
“เด็กคนนี้นี่... จะมามัวเกรงใจอะไรกันอีก ป้าบอกแล้วไงว่าคิดซะว่าที่นี่เป็นห้องของหนูอีกคน”
“แค่ป้าจันทร์ยอมเสี่ยงกฎของบ้าน ให้เพลงเข้ามาหลบซ่อนตัวในนี้ เพลงก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ”
หญิงสาวตอบเสียงเครือ หยิบกรอบรูปของแพรวพรรณขึ้นมาเช็ดฝุ่นที่หน้ากระจกเบาๆ แล้วนำไปวางแอบไว้ตรงหัวมุมฟูกนอน
“นั่นรูปน้องสาวหนูใช่ไหมลูก”
“ใช่ค่ะป้าจันทร์” เพลงพิณลูบปลายนิ้วลงบนใบหน้าน้องสาวในรูปถ่าย
“แพรวยังอยู่ในห้องไอซียู อย่างน้อยได้เห็นหน้ากันผ่านรูปภาพก็ยังดีค่ะ”
“โธ่... แม่คุณเอ๊ย”
หัวหน้าแม่บ้านถอนหายใจยาว ทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง
“ไม่ต้องคิดมากนะลูก คนเก่งและกตัญญูแบบหนู สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องคุ้มครองน้องสาวหนูแน่นอน หมอสมัยนี้ก็เก่งจะตายไป เดี๋ยวก็ฟื้น”
“เพลงก็ภาวนาให้เป็นแบบนั้นทุกนาทีเลยค่ะ”
“เอาล่ะๆ เลิกเศร้าได้แล้ว ดึกมากแล้วด้วย แล้วนี่หนูจะนอนยังไง พื้นมันแข็งนะ เดี๋ยวป้าไปรื้อเอาฟูกปิกนิกหลังตู้มาปูให้ดีกว่า” ป้าจันทร์ทำท่าจะลุกขึ้น
“ไม่ต้องค่ะป้าจันทร์! เดี๋ยวเพลงจัดการเองค่ะ”
เพลงพิณรีบผุดลุกขึ้นไปประคองแขนหญิงสูงวัยให้นั่งลงตามเดิม
“ป้าจันทร์ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว นั่งพักเถอะนะคะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่เพลงเองค่ะ”
“เอ้าๆ ตามใจ งั้นผ้าห่มกับหมอนอยู่ในตู้ชั้นล่างนะลูก หยิบเอามาใช้ได้เลย”
“ป้าจันทร์คะ...”
เพลงพิณชะงักมือที่กำลังดึงฟูกออก ก่อนจะหันมาสบตากับคนบนเตียงด้วยแววตาแน่วแน่
“ว่าไงลูก ขาดเหลืออะไรหรือเปล่า”
“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เพลงจะตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งนะคะ”
“หือ? ตื่นขึ้นมาทำไมแต่เช้ามืดขนาดนั้นล่ะลูก ร่างกายหนูไม่ได้พักมาทั้งคืนนะ แถมพรุ่งนี้ยังต้องเตรียมอาหารเช้าให้คุณท่านอีก” ป้าจันทร์ขมวดคิ้วด้วยความตกใจ
“เพลงอยากช่วยงานป้าจันทร์ค่ะ” น้ำเสียงของเธอหนักแน่น
“ให้เพลงช่วยป้าจันทร์เตรียมของ ซักผ้า รีดผ้า หรือทำความสะอาดครัวก็ได้นะคะ ให้เพลงได้ทำอะไรตอบแทนความใจดีของป้าบ้างเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นเพลงคงนอนไม่หลับถ้ารู้สึกว่าตัวเองมาเป็นภาระให้ป้าฟรีๆ”
“แต่ป้าบอกแล้วไงว่าห้ามเดินเพ่นพ่าน ถ้าใครมาเห็นเข้าจะทำยังไง”
“เพลงจะระวังตัวให้มากที่สุดค่ะ!” หญิงสาวรีบอธิบาย
“ตอนเช้ามืดคนงานยังไม่ตื่น เพลงจะแอบออกไปทำเงียบๆ แล้วรีบกลับเข้ามาก่อนสว่าง”
ป้าจันทร์มองแววตาเด็ดเดี่ยวที่เจือไปด้วยความกตัญญูของเด็กสาวตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ
“เฮ้อ... ดื้อจริงๆ เลยนะเราเนี่ย เอาเถอะๆ ถ้าหนูยืนยันแบบนั้นป้าก็จะไม่ห้าม แต่มีข้อแม้ว่าถ้าวันไหนหนูรู้สึกไม่ไหว หนูต้องหยุดพักทันที ห้ามฝืนเด็ดขาด เข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ! ขอบคุณนะคะป้าจันทร์ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”
เพลงพิณคลี่ยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายวัน เธอจัดการปูฟูกปิกนิกผืนบางลงบนพื้นกระเบื้องข้างเตียงของป้าจันทร์ที่อยู่ติดกับผนังห้อง
“ปิดไฟเลยนะลูก”
“ค่ะป้าจันทร์ ราตรีสวัสดิ์นะคะ”
แสงสว่างภายในห้องดับวูบลง เพลงพิณเอนกายลงนอนบนฟูกเล็กๆ ดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาคลุมทับหน้าอก ความมืดมิดโอบล้อมรอบตัว แต่แปลกที่คืนนี้เธอไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวหรือหวาดผวาเหมือนตอนที่นั่งอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่มีเสียงทุบประตูทวงหนี้ ไม่มีสายตารังเกียจเหยียดหยาม มีเพียงความปลอดภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหนในรอบหลายวันที่ผ่านมา เพลงพิณหลับตาลงพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า ท่ามกลางความมืดและเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง
