บทที่ 14 การกลับมาของทายาทตัวร้าย
รองเท้าหนังอิตาลีขัดมันวับก้าวเหยียบลงบนพื้นกระเบื้องขัดเงาของสนามบินสุวรรณภูมิ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มก้าวเดินด้วยจังหวะมั่นคงสม่ำเสมอ แววตาคมกริบภายใต้แว่นแบรนด์เนมกวาดมองไปรอบๆ ตัว รังสีความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนผู้คนที่เดินสวนไปมาต้องลอบหลบสายตาโดยสัญชาตญาณ
'ไทม์' ประธานกรรมการบริหารหนุ่มไฟแรงแห่งธนเกียรติ์กรุ๊ป ยกสมาร์ตโฟนเครื่องบางขึ้นแนบหู พร้อมกับจ้องมองหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรูอย่างรอคอย
"เคน มารอที่เกตหรือยัง" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดเอ่ยถามทันทีที่ปลายสายกดรับ
"ผมจอดรถรออยู่ที่ประตูวีไอพีแล้วครับบอส" เคน ผู้ช่วยส่วนตัวตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
"แต่... บอสแจ้งว่าจะบินกลับมะรืนนี้ไม่ใช่หรือครับ ทำไมถึง..."
"ผมจัดการเซ็นสัญญาที่สิงคโปร์เสร็จเร็วกว่ากำหนด จะให้อยู่รอดมควันบุหรี่ในเลานจ์หรือไง" ไทม์สวนกลับทันควัน ขยับปมเนคไทให้เข้าที่
"แล้วรายงานการประชุมบอร์ดบริหารเมื่อวาน ส่งเข้าอีเมลผมหรือยัง"
"ส่งเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ"
"ดี เดี๋ยวผมจะอ่านในรถ อ้อ... แล้วก็สั่งคนขับรถด้วยว่าไม่ต้องแวะเข้าบริษัท ตรงกลับคฤหาสน์เลย ผมจะไปดูความเรียบร้อยที่บ้านหน่อย"
"รับทราบครับบอส"
ไม่กี่นาทีต่อมา รถยุโรปสีดำมันปลาบก็เคลื่อนตัวออกจากสนามบินอย่างนิ่มนวล ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงัด ไทม์นั่งกอดอกอยู่เบาะหลัง สายตาจดจ่ออยู่กับแท็บเล็ตในมือ
"บอสครับ จะให้ผมแจ้งทางคฤหาสน์ล่วงหน้าไหมครับว่าบอสกำลังจะเข้าไป"
เคนเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ
"ไม่ต้อง" ไทม์ตอบโดยไม่เงยหน้าจากจอภาพ
"ผมไม่ชอบการจัดฉากสร้างภาพ ผมอยากเห็นสภาพบ้านตอนที่ไม่มีผมอยู่ดูแล ว่ามันเละเทะไปถึงไหนแล้ว"
"แต่คุณท่านทั้งสองอาจจะตกใจเอานะครับ"
"พ่อกับแม่ชินกับนิสัยผมแล้วน่า รีบเหยียบให้ถึงบ้านก็พอ"
เมื่อรถยุโรปคันหรูเลี้ยวผ่านซุ้มประตูเหล็กดัดสีทองอร่ามเข้ามาจอดเทียบหน้ามุข บานประตูไม้สักแกะสลักก็ถูกผลักออกโดยสาวใช้ที่หน้าตาตื่นตระหนก ประมุขและคุณหญิงของบ้านที่กำลังนั่งจิบชาและพูดคุยกันอยู่ตรงห้องนั่งเล่นหันมามองพร้อมกัน ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"ตาไทม์! ลูกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ทำไมไม่บอกแม่ก่อน"
คุณหญิงวางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงดังกระทบกัน รีบผุดลุกขึ้นเดินเข้ามากางแขนรับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
"ผมอยากมาเซอร์ไพรส์คุณแม่น่ะครับ"
ไทม์คลี่ยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยาก โน้มตัวลงสวมกอดมารดาอย่างแผ่วเบา สูดกลิ่นหอมคุ้นเคยเพื่อคลายความเหนื่อยล้า ก่อนจะหันไปค้อมศีรษะให้บิดาที่เดินตามมาสมทบ
"สวัสดีครับคุณพ่อ อาการปวดหลังกับความดันดีขึ้นหรือยังครับ"
"ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ แกกลับมาเร็วกว่ากำหนดแบบนี้ พ่อกับแม่ก็ชื่นใจ"
ชายสูงวัยหัวเราะร่วน ตบไหล่กว้างของลูกชายเบาๆ สองสามที
"งานที่สิงคโปร์เรียบร้อยดีใช่ไหม ถึงได้ตีตั๋วกลับก่อนเวลาแบบนี้"
"เรียบร้อยดีครับคุณพ่อ หุ้นส่วนทางนั้นยอมรับข้อเสนอของเราทุกอย่าง ไม่มีอะไรน่าห่วงครับ"
ไทม์ตอบคำถามบิดาอย่างฉะฉาน ทว่าดวงตาคมกริบกลับเริ่มทำงานตามสัญชาตญาณความเจ้าระเบียบที่แก้ไม่หาย เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นที่โอ่อ่า เพียงเสี้ยววินาที คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากัน
"มะลิ" ไทม์กดเสียงต่ำ เรียกชื่อสาวใช้ที่ยืนหดคออยู่ไม่ไกลนัก
"คะ... คะ คุณไทม์" สาวใช้สะดุ้งสุดตัว รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา
"ดอกลิลลี่ในแจกันนั่น... ปล่อยให้เหี่ยวจนกลีบช้ำขนาดนี้ได้ยังไง ผมเคยสั่งแล้วใช่ไหมว่าให้เปลี่ยนดอกไม้สดทุกเช้า"
"เอ่อ... คือว่า... เมื่อเช้ามะลิมัวแต่ไปช่วยป้าจันทร์ในครัวค่ะ เลย... เลยยังไม่ได้เข้ามาจัดห้องนี้"
สาวใช้หน้าซีดเผือด ก้มหน้าหลบสายตาดุดันจนคางแทบชิดอก
"นั่นมันไม่ใช่ข้ออ้าง หน้าที่ของเธอคือดูแลความสะอาดบ้าน ไม่ใช่ไปขลุกอยู่ในครัว"
น้ำเสียงของชายหนุ่มเข้มขึ้นจนคนฟังใจคอไม่ดี
"เอาเถอะๆ ตาไทม์ เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ อย่าเพิ่งไปดุเด็กมันเลยลูก"
คุณหญิงรีบเอื้อมมือมาแตะแขนลูกชายเพื่อดับไฟ
"เดี๋ยวแม่ให้ป้าจันทร์จัดการให้เอง มานั่งพักกินน้ำเย็นๆ ก่อนมา"
ไทม์ถอนหายใจยาว เขายอมเดินตามมารดามาที่โซฟาหลุยส์ตัวใหญ่กลางห้อง นั่งลงบนโซฟาหรูแล้วเอ่ยถามผู้ช่วยว่า
"เรื่องอาหารคุมโรคของพ่อกับแม่ที่ผมสั่ง จัดการไปถึงไหนแล้ว?"
"เคนเขาพาเด็กผู้หญิงคนนึงมาเทสต์หน้าเตากับป้าจันทร์เมื่อหลายวันก่อน ฝีมือดีมากเลยนะลูก ทำอาหารคุมโซเดียมได้อร่อยจนพ่อกับแม่เจริญอาหารขึ้นตั้งเยอะ สุขภาพก็ดีขึ้นด้วย"
ปลายนิ้วที่กำลังปลดกระดุมเสื้อสูทของไทม์ชะงักกึก ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาจากผู้ช่วยส่วนตัวกลับมามองมารดา
"เด็กผู้หญิงงั้นเหรอครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยถาม
"ผมจำได้ว่าบรีฟที่สั่งเคนไป คือให้หา 'นักโภชนาการอาวุโส' หรือไม่ก็ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลเอกชนมาดูแลคุณพ่อกับคุณแม่ไม่ใช่เหรอครับ ทำไมถึงกลายเป็นเด็กผู้หญิงไปได้"
"หนูเพลงเขาก็เรียนจบมาทางนี้โดยตรงนะลูก"
ชายสูงวัยผู้เป็นพ่อออกโรงช่วยพูดเสริม
"ทำงานอยู่คลินิกสุขภาพชื่อดังด้วย แถมเป็นเด็กสู้ชีวิต ขยันขันแข็ง พ่อกับแม่เห็นแล้วก็เอ็นดู เลยตกลงจ้างไว้ดูแลมื้อเช้ากับมื้อเย็นให้"
"เช้ากับเย็น แล้วตอนกลางวันล่ะครับ?"
ไทม์ทวนคำเสียงหลง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม รังสีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเย็นเยียบลงถนัดตา
"เคน..." ประธานหนุ่มตวัดสายตาคมกริบไปหาผู้ช่วยส่วนตัว
"ฉันให้หาคนที่มาทำเต็มเวลา ทำไมนายถึงหาพาร์ทไทม์"
"เอ่อ... คือคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิง…" เคนก้มหน้าตอบเสียงอ่อยพยายามอธิบาย
"แม่เป็นคนบอกเขาเองแหละว่าให้มาแค่เช้ากับเย็น อีกอย่างแม่ก็จ่ายเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้วด้วย"
"หละหลวม! นี่ถ้าเป็นเรื่องงานในบริษัท ฉันเซ็นใบเตือนนายไปแล้ว"
ไทม์ดุเสียงแข็ง ก่อนจะหันกลับมาหามารดา
"คุณแม่ครับ... คุณพ่อกับคุณแม่จ่ายเงินก้อนให้ผู้หญิงที่เพิ่งเจอหน้ากันแค่วันเดียวเพื่อทดสอบงานเนี่ยนะครับ ไม่คิดจะรอให้ผมตรวจสอบประวัติเชิงลึกก่อนเลยเหรอ"
"โธ่ ตาไทม์ ก็เด็กมันน่าสงสารนี่ลูก"
คุณหญิงรีบอธิบายเมื่อเห็นท่าทีตึงเครียดของลูกชาย
"หนูเพลงเขามีน้องสาวที่กำลังป่วยหนัก ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ค่าใช้จ่ายมันสูงมาก แม่ก็เลยอยากช่วยต่อลมหายใจให้เด็กมัน"
"น้องสาวป่วยหนักอยู่ไอซียู..."
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เอนแผ่นหลังพิงพนักโซฟาพลางส่ายหน้าช้าๆ
"คุณแม่โดนหลอกอีกแล้วหรือเปล่า มุกน้องสาวป่วย พ่อติดหนี้ แม่เข้าโรงพยาบาล นี่มันข้ออ้างคลาสสิกของพวกผู้หญิงหิวเงินที่จ้องจะเข้ามาปอกลอกคนรวยชัดๆ"
"ตาไทม์! อย่าไปปรักปรำน้องแบบนั้นสิ หนูเพลงเขาไม่ใช่คนแบบนั้นนะลูก แววตาเด็กคนนั้นซื่อจะตายไป แถมกิริยามารยาทก็เรียบร้อย"
"คนที่แล้วที่เข้ามาขอเป็นแม่บ้าน คุณแม่ก็พูดแบบนี้แหละครับ"
ไทม์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความประนีประนอม
"บอกว่าซื่อแสนซื่อ เรียบร้อยนักหนา สุดท้ายเป็นไงครับ กวาดเครื่องเพชรคุณแม่ไปหมดตู้ ดีที่ผมให้ตำรวจตามจับตัวกลับมาได้ทัน ผู้หญิงพวกนี้มีมารยาเป็นร้อยเล่มเกวียน ยิ่งพวกที่อ้างว่าตัวเองสู้ชีวิต ยิ่งเหลี่ยมจัด แค่บีบน้ำตาสองสามหยด เล่าเรื่องดราม่าให้ฟัง คุณพ่อกับคุณแม่ก็ใจอ่อนยอมควักกระเป๋าให้แล้ว"
"แต่หนูเพลงทำอาหารเก่งจริงๆ นะลูก พ่อรับประกันเลย รสชาติไม่เหมือนอาหารคนป่วยสักนิด" บิดาพยายามแย้ง
"อร่อยเพราะฝีมือ หรืออร่อยเพราะแอบเหยาะผงชูรสกับน้ำปลาลงไป"
ประธานหนุ่มไฟแรงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาขยับจัดคอเสื้อให้เข้าที่
"ผมจะไม่ยอมให้พวกสิบแปดมงกุฎเข้ามาหากินในบ้านหลังนี้เด็ดขาด โดยเฉพาะคนที่เอาสุขภาพของคุณพ่อกับคุณแม่มาเป็นเครื่องมือ"
"นี่ลูกจะทำอะไรตาไทม์" คุณหญิงถามด้วยน้ำเสียงกังวล
"พรุ่งนี้เช้า ผมจะเป็นคนประเมินผู้หญิงคนนี้ด้วยตัวเองครับ"
น้ำเสียงของไทม์ประกาศกร้าวและเด็ดขาดจนไม่มีใครกล้าคัดค้าน
"ถ้าฝีมือไม่ถึงเกณฑ์ที่ผมตั้งไว้ หรือมีท่าทีพิรุธแม้แต่นิดเดียว ผมจะไล่ออกทันที แล้วผมจะให้ทีมทนายฟ้องเรียกเงินล่วงหน้าที่คุณแม่ให้ไปคืนมาให้หมดทุกบาททุกสตางค์"
