บทที่ 3 ทางตัน
ลูกบิดประตูห้องเช่าส่งเสียงดังแกรกเมื่อเพลงพิณบิดกุญแจและผลักมันเข้าไป บรรยากาศอับทึบและมืดมิดเหมือนเช่นทุกวัน มือบางคลำหาสวิตช์ไฟตรงกำแพง แสงไฟนีออนกะพริบสองสามครั้งก่อนจะสว่างวาบ เผยให้เห็นห้องสี่เหลี่ยม ที่มีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานตัวเล็ก ร่างโปร่งบางทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนพื้นอย่างหมดแรง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนปลายเตียง
มือเรียวที่ยังคงสั่นเทาล้วงหยิบสมุดบัญชีเงินฝากเล่มสีน้ำเงินออกมาจากกระเป๋า เธอเปิดข้ามไปยังหน้าสุดท้ายที่เพิ่งนำไปอัปเดตยอดมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ตัวเลขหกหลักที่เคยเป็นความภาคภูมิใจ บัดนี้เหลือเพียงแค่ตัวเลขสามพันกว่าบาทหลังจากโอนจ่ายค่ามัดจำก้อนใหญ่ไปจนแทบหมด
"เหลืออยู่สามพัน..."
เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้หลุดลอดออกมาในที่สุด หยดน้ำตาร่วงหล่นกระทบหน้ากระดาษจนตัวหมึกเริ่มจาง
เพลงพิณยกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้นท่ามกลางความโดดเดี่ยว
“มีเวลาอีกแค่ห้าวัน"
ความอ่อนแอเข้าครอบงำเธอได้เพียงไม่นาน ภาพของน้องสาวที่นอนหายใจรวยรินผ่านเครื่องช่วยหายใจก็แล่นเข้ามาในหัว เพลงพิณสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาทั้งสองข้างอย่างลวกๆ
"ร้องไห้ไปก็ไม่ได้เงินหรอกเพลง... แกต้องหาทาง" เธอเค้นเสียงบอกตัวเอง
"ต้องหางาน งานอะไรก็ได้ที่จ่ายหนักๆ"
เธอดีดตัวลุกจากเตียง เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวเล็กมุมห้อง นิ้วเรียวกดปุ่มเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องเก่า เสียงพัดลมระบายความร้อนดังหึ่งๆ ทำลายความเงียบ
หน้าต่างเบราว์เซอร์ถูกเปิดขึ้น นิ้วมือพิมพ์ลงบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง
"รับจ้างพิมพ์งาน... หน้าละสิบบาท "
เธออ่านออกเสียงพลางเลื่อนเมาส์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
"พนักงานเสิร์ฟกะดึก... คืนละสี่ร้อย ไม่พอค่ายาแพรวด้วยซ้ำ"
"รับสมัครพนักงานทำความสะอาด... วันละห้าร้อย..."
แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าที่อิดโรยของเพลงพิณ เธอพิมพ์ค้นหางานจนกระทั่งไปสะดุดตากับโพสต์หนึ่ง
ดวงตากลมโตที่บวมช้ำเบิกกว้างขึ้น แสงสีขาวจากจอคอมพิวเตอร์สะท้อนแววตาที่เริ่มมีความหวังของเพลงพิณ นิ้วเรียวรีบเลื่อนลูกกลิ้งเมาส์คลิกเข้าไปในโพสต์รับสมัครงานนั้นอย่างรวดเร็ว
"ด่วน! รับสมัครแม่บ้านกึ่งนักโภชนาการส่วนตัว ดูแลอาหารคุมโรคสำหรับผู้สูงอายุสองท่าน"
เธออ่านออกเสียง ริมฝีปากที่แห้งผากเริ่มสั่นระริก
"คุณสมบัติ... จบปริญญาตรีด้านโภชนาการ หรือวิทยาศาสตร์การอาหาร มีใบประกอบวิชาชีพ ทำอาหารไทยและสากลได้รสชาติอร่อย และสามารถคำนวณแคลอรี โซเดียม น้ำตาล ได้อย่างแม่นยำ"
หญิงสาวกลืนน้ำลายฝืดคอ เลื่อนหน้าจอลงมาที่บรรทัดล่างสุดซึ่งถูกเน้นด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่
"ค่าตอบแทนเริ่มต้นหนึ่งแสนบาทต่อเดือน...หากผลงานเข้าตาและทำได้ตามมาตรฐาน พร้อมจ่ายโบนัสพิเศษและเซ็นสัญญาจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าทันที... หนึ่งแสนบาท!"
ตัวเลขหกหลักนั้นทำให้หัวใจที่เหี่ยวเฉาเต้นกระหน่ำดั่งเสียงรัวกลอง เธอหันไปมองกรอบรูปคู่ของเธอกับแพรวพรรณที่ตั้งอยู่มุมโต๊ะ
"แพรว... ถ้าพี่ได้งานนี้ ค่าห้องไอซียูและค่าผ่าตัดของแพรวก็จะมีจ่ายแล้วนะ"
เพลงพิณไม่รอช้าให้เวลาสูญเปล่า เธอรีบเปิดโฟลเดอร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ดึงไฟล์เรซูเม่ ใบรับรองการทำงานจากคลินิก และภาพสแกนใบประกอบวิชาชีพ แนบลงในอีเมลแล้วกดส่งไปยังที่อยู่ที่ระบุไว้ทันที
แต่การรอให้อีกฝ่ายเปิดอ่านอีเมลมันเชื่องช้าเกินไปสำหรับชีวิตที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย หญิงสาวคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์ติดต่อที่ระบุไว้ท้ายประกาศทันที มือที่ถือโทรศัพท์แนบหูยังคงเย็นเฉียบและสั่นน้อยๆ
ตู๊ด... ตู๊ด...
"สวัสดีครับ เลขานุการส่วนตัวคุณไทม์รับสายครับ"
เสียงทุ้มและเป็นทางการของชายหนุ่มปลายสายดังขึ้น
"สะ... สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเพลงพิณนะคะ"
เธอพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
"โทรมาสอบถามเรื่องประกาศรับสมัครงานนักโภชนาการส่วนตัวค่ะ ไม่ทราบว่ายังเปิดรับพิจารณาอยู่ไหมคะ"
"อ้อ ครับ ทางเราเพิ่งลงประกาศไปเมื่อช่วงค่ำนี้เอง คุณเพลงพิณส่งเรซูเม่เข้ามาทางอีเมลหรือยังครับ"
"ส่งไปเมื่อสักครู่นี้เลยค่ะ"
เธอรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
"ฉันจบด้านโภชนาการโดยตรง มีประสบการณ์ทำงานในคลินิกสุขภาพ จัดตารางอาหารให้ผู้ป่วยและลูกค้าวีไอพีมาสามปีแล้วค่ะ"
"รอสักครู่นะครับ..."
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง เสียงคลิกเมาส์ดังลอดมาเบาๆ ให้พอได้ยิน
"ผมเห็นอีเมลของคุณแล้วครับ โปรไฟล์ดีมากทีเดียว มีใบรับรองการประเมินจากคลินิกชั้นนำด้วย"
"ให้ฉันเข้าไปทดสอบฝีมือพรุ่งนี้เช้าเลยได้ไหมคะ ฉันพร้อมเริ่มงานทันทีค่ะ"
"ผมต้องแจ้งให้ทราบตามตรงก่อนนะครับคุณเพลงพิณ"
น้ำเสียงของเลขานุการเข้มขึ้นเล็กน้อย แฝงความจริงจัง
"เจ้านายของผม... ท่านค่อนข้างเข้มงวดและเจ้าระเบียบมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานและรสชาติอาหาร วันนี้มีเชฟโรงแรมและนักโภชนาการมาทดสอบฝีมือแล้วสามคน... ถูกเชิญกลับไปหมดเลยครับ ถ้าคุณมั่นใจว่าจะรับมือกับความกดดันและคำวิจารณ์ตรงๆ ได้ ผมจะนัดคิวให้เข้ามาเทสต์ทำอาหารมื้อเที่ยงพรุ่งนี้"
"มั่นใจค่ะ!"
เธอสวนกลับแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด
"จะกดดันหรือโดนวิจารณ์แรงแค่ไหนฉันก็รับได้ค่ะ ฉันไม่เกี่ยงงานหนัก ขอแค่ให้ฉันได้มีโอกาสทดสอบฝีมือก็พอค่ะ"
"คุณยืนยันนะครับ"
"ยืนยันค่ะ ฉันทำอาหารเก่ง รสชาติถูกปากผู้ใหญ่แน่นอน และฉันคำนวณโภชนาการได้แม่นยำมากค่ะ"
"ตกลงครับ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้สิบโมงตรง เชิญที่คฤหาสน์ตระกูลธนเกียรติ์นะครับ ผมจะส่งโลเคชั่นและระเบียบการเบื้องต้นไปให้ทางอีเมล..."
ปลายสายเว้นจังหวะไปนิดนึง
"เตรียมตัวมาให้ดีนะครับ เพราะคุณท่านจะเป็นคนชิมและประเมินผลด้วยตัวเอง"
"ขอบคุณมากค่ะ! ขอบคุณจริงๆ ค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปถึงก่อนเวลาแน่นอนค่ะ"
"ยินดีครับ เจอกันพรุ่งนี้ครับ"
เพลงพิณลดโทรศัพท์ลงจากหูทันทีที่สายตัดไป มือบางกำสมาร์ตโฟนไว้แน่นแนบอก แววตาที่เคยมืดมนและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง บัดนี้กลับมาทอประกายความหวังอีกครั้ง ต่อให้ 'เจ้านาย' ที่เลขาฯ คนนั้นพูดถึงจะดุร้ายหรือเจ้าระเบียบแค่ไหน เธอไม่สนใจ ขอแค่มีเงินมารักษาแพรวพรรณ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟเธอก็จะคว้างานนี้มาให้ได้
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เอื้อมมือไปตั้งนาฬิกาปลุกบนโทรศัพท์ตอนตีสี่ครึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นไปเตรียมรีดชุดและจัดเอกสารเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับวันพรุ่งนี้
