บทที่ 4 โอกาสหลังครัว
แดดอ่อนยามเช้าทาบผ่านซุ้มประตูเหล็กดัดสีทองอร่าม เพลงพิณยืนกำสายกระเป๋าสะพายแน่นขณะมองลอดรั้วเข้าไป คฤหาสน์หลังสีขาวสไตล์โคโลเนียลตั้งตระหง่านอยู่กลางสนามหญ้าที่ตัดแต่งอย่างประณีตราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารบ้านและสวน ความยิ่งใหญ่ของมันทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ ขาทั้งสองข้างพาลจะก้าวไม่ออกเสียดื้อๆ
"หนูเพลงพิณใช่ไหมจ๊ะ"
เสียงทักทายอบอุ่นดังขึ้นดึงสติ หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดแม่บ้านสะอาดตากำลังเดินตรงมาหา ใบหน้าที่มีรอยยับย่นตามวัยประดับด้วยรอยยิ้มใจดี
"สวัสดีค่ะ ฉันเพลงพิณค่ะ"
เธอยกมือไหว้พร้อมค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม
"ป้าชื่อจันทร์นะจ๊ะ เป็นหัวหน้าแม่บ้านของที่นี่ ตามป้าเข้ามาสิ คุณเลขาฯ แจ้งเรื่องไว้แล้วล่ะ"
ป้าจันทร์เดินนำหญิงสาวผ่านสวนน้ำพุขนาดใหญ่เข้าสู่ปีกซ้ายของคฤหาสน์ เพลงพิณพยายามเก็บซ่อนความประหม่า ดวงตาคู่สวยลอบมองการตกแต่งหรูหราตลอดทางเดิน โคมไฟระย้าคริสตัล รูปภาพงานศิลปะราคาแพง ทุกอย่างดูเกินเอื้อมไปหมดจนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานคู่ พอผลักเข้าไป กลิ่นเครื่องเทศจางๆ ก็ลอยมาเตะจมูก
"โห..." เพลงพิณเผลอหลุดอุทาน
ครัวหลักของคฤหาสน์ตระกูลธนเกียรติ์กว้างขวางกว่าคลินิกที่เธอเคยทำงานทั้งชั้นเสียอีก เคาน์เตอร์หินอ่อนเงาวับยาวเหยียด อุปกรณ์สแตนเลสเรียงรายครบครันราวกับครัวของโรงแรมห้าดาว ตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง
"ตกใจล่ะสิ"
ป้าจันทร์หัวเราะในลำคอ พลางผายมือให้เธอนั่งลงที่สตูลหน้าเคาน์เตอร์เกาะกลาง
"ที่นี่ทำอาหารกินเองทุกมื้อ เครื่องครัวก็เลยเยอะหน่อย... ไหน ป้าขอดูหน้าตาแม่ครัวคนใหม่ชัดๆ หน่อยซิ อายุยังน้อยอยู่เลยนี่เรา เพิ่งเรียนจบมาหรือเปล่าจ๊ะ"
"จบมาได้สามปีแล้วค่ะป้าจันทร์"
เพลงพิณตอบฉะฉาน ยืดหลังตรงเพื่อเสริมความมั่นใจ
"ก่อนหน้านี้เพลงทำงานเป็นนักโภชนาการประจำคลินิกสุขภาพค่ะ ดูแลเรื่องตารางอาหารให้ผู้ป่วยแล้วก็ลูกค้าวีไอพีโดยตรงเลยค่ะ"
"แล้วทำไมถึงออกล่ะ งานคลินิกน่าจะมั่นคงกว่ามาเป็นแม่บ้านนะ"
ดวงตาผ่านโลกมามากของป้าจันทร์หรี่ลงเล็กน้อย คล้ายกำลังประเมินเนื้อแท้ของคนตรงหน้าอย่างละเอียด
"เพลง... มีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่รักษาครอบครัวค่ะ"
เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ สูดลมหายใจเพื่อข่มความสั่นของน้ำเสียง
"งานนี้ให้ค่าตอบแทนสูง เพลงเลยอยากคว้าโอกาสนี้ไว้ค่ะ รับรองนะคะว่าเพลงทำงานหนักได้ ไม่เกี่ยงงานแน่นอน จะให้ล้างจานทำความสะอาดครัวเพลงก็ทำได้หมดค่ะ"
หัวหน้าแม่บ้านพยักหน้าช้าๆ ความเจ้าระเบียบที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มดูอ่อนลงเมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของเด็กสาว ความกตัญญูและสู้ชีวิตที่ฉายชัดออกมาทำให้ป้าจันทร์รู้สึกเอ็นดูอยู่ลึกๆ
"เอาล่ะ ป้าจะถือว่าหนูซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองก็แล้วกัน"
ป้าจันทร์ขยับตัวเข้ามาใกล้ วางแฟ้มเอกสารปกหนังลงบนโต๊ะ
"แต่เงินเดือนสูง ก็แลกมากับความคาดหวังที่สูง…คนที่หนูต้องทำอาหารให้คือคุณท่านทั้งสอง คุณผู้ชายมีภาวะความดันโลหิตสูง ต้องคุมโซเดียมเด็ดขาด ส่วนคุณผู้หญิงน้ำตาลปริ่มเกณฑ์เบาหวาน ห้ามทานของหวานรสจัด"
"เพลงจัดการได้สบายมากค่ะ" เพลงพิณพยักหน้ารับ
"การคำนวณแคลอรีกับสารอาหารคือสิ่งที่เพลงถนัดที่สุด เพลงสามารถจัดเซ็ตเมนูที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของคุณท่านได้แน่นอนค่ะ"
"มันไม่ง่ายแค่นั้นน่ะสิ"
ป้าจันทร์ถอนหายใจ ส่ายหน้าเบาๆ
"ปัญหาคือคุณท่านทั้งสองติดรสชาติอาหารดั้งเดิม ชอบของอร่อย ถ้าทำจืดชืดมา ท่านก็ไม่ยอมทาน พอไม่ทาน ลูกชายท่าน…ก็คือคนจ่ายเงินเดือนหนู จะเป็นคนมาอาละวาดแทน เมื่อวานเชฟจากโรงแรมก็เพิ่งถูกไล่ตะเพิดกลับไปเพราะทำซุปจืดเหมือนน้ำล้างจาน"
"เพลงจะทำให้รสชาติออกมาดีที่สุดค่ะ ป้าจันทร์เชื่อใจเพลงนะคะ"
"ถ้าหนูมั่นใจแบบนั้น ป้าก็อยากจะเห็นฝีมือ"
ป้าจันทร์คลี่ยิ้ม เอื้อมมือไปหยิบของบางอย่างจากลิ้นชักใต้เคาน์เตอร์ ก่อนจะยื่นส่งให้หญิงสาว
"รับนี่ไปสิ"
"ผ้ากันเปื้อน..."
เพลงพิณพึมพำขณะรับผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดมาถือไว้
"ใช่จ๊ะ" ป้าจันทร์พยักหน้า
"ใส่ซะ แล้วแสดงฝีมือทำอาหารมื้อกลางวันให้ป้าดูหน่อย ป้าจะเอาไปเสิร์ฟให้คุณท่านชิมด้วยตัวเอง ถ้ารสชาติผ่าน... หนูถึงจะได้เซ็นสัญญา"
ผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดถูกผูกปมอย่างแน่นหนาที่หลังเอวบาง หญิงสาวจัดการผมที่เซตและมัดรวบมาอย่างดีให้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับวัตถุดิบมากมายบนเคาน์เตอร์หินอ่อน แววตาของเธอเปลี่ยนจากเด็กสาวที่เต็มไปด้วยความประหม่า กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มั่นใจ ทุกการหยิบจับ มีดที่หั่นลงบนเขียง หรือจังหวะการสะบัดกระทะ ล้วนลื่นไหลไร้ที่ติ
เสียงฉ่าของอาหารที่กระทบความร้อนดังประสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรที่ลอยอบอวลไปทั่วครัวใหญ่ ป้าจันทร์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับต้องพยักหน้าอย่างลืมตัว
"เสร็จแล้วค่ะป้าจันทร์"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับอาหารที่ถูกจัดวางอย่างประณีตราวกับงานศิลปะบนจานใบหรู
"หอมเชียว หน้าตาดูไม่เหมือนอาหารคนป่วยหรืออาหารคุมน้ำหนักเลยนะหนูเพลง"
หัวหน้าแม่บ้านชะโงกหน้ามองด้วยความทึ่ง
"เพลงใช้วิธีดึงความหวานจากธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาแทนการเติมน้ำตาลค่ะ ส่วนความเค็มก็ใช้เทคนิคสกัดกลิ่นรสจากเครื่องเทศเพื่อหลอกสมองให้รู้สึกว่ารสชาติมันเข้มข้น ทั้งที่จริงแล้วโซเดียมต่ำมาก"
เธอยิ้มบางๆ พลางจัดขอบจานให้สะอาดสะอ้าน
"รบกวนป้าจันทร์ด้วยนะคะ"
"ได้สิ ป้าจะให้เด็กยกออกไปตั้งโต๊ะเดี๋ยวนี้แหละ" ป้าจันทร์กวักมือเรียกสาวใช้
"หนูเดินตามป้าไปห่างๆ ก็ได้ ไปยืนดูตรงหลังบานพับประตูห้องอาหาร จะได้รู้ผลกันไปเลย"
"ได้ค่ะ..."
เมื่อรถเข็นอาหารถูกเข็นออกไป เพลงพิณก็ค่อยๆ เดินตามไปหยุดอยู่หลังประตูไม้บานใหญ่ที่แง้มเปิดไว้เล็กน้อย ฝ่ามือเล็กชื้นไปด้วยเหงื่อ เธอประสานมือเข้าหากัน หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
ภายในห้องอาหารโอ่อ่า ชายหญิงสูงวัยในชุดลำลองเนื้อดีกำลังนั่งประจำที่ตรงหัวโต๊ะยาว
"วันนี้จะมีอะไรให้กินอีกล่ะจันทร์ หวังว่าคงไม่ใช่อกไก่ต้มจืดชืดแบบเมื่อวานนะ" ชายสูงวัยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด
"โธ่คุณคะ ให้โอกาสแม่ครัวคนใหม่หน่อยเถอะค่ะ"
หญิงสูงวัยที่นั่งเคียงข้างแตะแขนสามีเบาๆ
"ตาไทม์เพิ่งไล่คนเก่าออกไปเมื่อวานเอง ลองชิมก่อนสักหน่อยค่อยตัดสินใจนะคะ"
"ก็อาหารเมื่อวานมันกลืนไม่ลงจริงๆ นี่คุณ รสชาติเหมือนกระดาษเปียกน้ำไม่มีผิด ถ้าวันนี้แย่อีก ผมจะสั่งให้ไทม์ยกเลิกกฎคุมอาหารบ้าบอพวกนี้ให้หมด"
"ลองชิมดูก่อนสิคะคุณท่าน วันนี้หน้าตาและกลิ่นน่าทานทีเดียวค่ะ"
ป้าจันทร์เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างนอบน้อม พร้อมกับให้สาวใช้เสิร์ฟจานอาหารลงตรงหน้าทั้งสอง
"หืม..." ผู้เป็นภรรยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"หน้าตาสวยงาม ดูไม่เหมือนอาหารคลีนที่เคยกินเลยนะคะคุณ"
"ก็แค่หน้าตาล่ะมั้ง"
ประมุขของบ้านพึมพำ ก่อนจะหยิบช้อนส้อมขึ้นมาตัดชิ้นอาหารขนาดพอดีคำเข้าปาก เพลงพิณที่แอบมองอยู่กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยจับจ้องทุกการขยับกรามของชายสูงวัย
ความเงียบโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง ก่อนที่หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของประมุขตระกูลจะค่อยๆ คลายออก แววตาที่เคยหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ เขาตักคำที่สองและสามเข้าปากอย่างต่อเนื่องโดยไม่พูดอะไร
"เป็นยังไงบ้างคะคุณ"
"คุณลองชิมดูสิ"
เขาไม่ตอบ แต่วางช้อนลงแล้วมองภรรยา
หญิงสูงวัยตักอาหารเข้าปากบ้าง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้น
"อุ๊ย... อร่อยจังเลยค่ะคุณ รสชาติกลมกล่อมมาก ไม่เค็มไป ไม่หวานไป แต่เข้มข้นถึงเครื่องสุดๆ"
"นี่แน่ใจนะจันทร์ ว่าเด็กคนนั้นคำนวณโซเดียมกับน้ำตาลตามเกณฑ์ที่หมอสั่งจริงๆ ไม่ใช่แอบเหยาะน้ำปลามาหลอกพวกฉันนะ"
ชายสูงวัยหันไปถามหัวหน้าแม่บ้าน ทว่ามุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ
"แน่ใจค่ะคุณผู้ชาย จันทร์ยืนคุมอยู่ตลอด เด็กคนนั้นไม่ได้ใช้วัตถุดิบต้องห้ามเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ"
ชายสูงวัยวางผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะ พยักหน้าช้าๆ อย่างพึงพอใจ
"ไปเรียกคนทำอาหารมื้อนี้มาพบฉันหน่อย"
