บทที่ 9 ห้องเช่าที่ไร้สิทธิ์อยู่
"สวัสดีค่ะเจ๊ณี"
"หนูเพลง นี่มันเลยกำหนดจ่ายค่าเช่าห้องมาห้าวันแล้วนะ! ตกลงจะโอนให้เจ๊เมื่อไหร่"
น้ำเสียงแหลมปรี๊ดกระแทกกระทั้นผ่านมาตามสายทันทีที่กดรับ
"เจ๊ณีคะ...เพลงขอผัดไปก่อนสักอาทิตย์นึงได้ไหมคะ เพลงเพิ่งเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายไปจ่ายค่ามัดจำห้องไอซียูให้น้องสาว"
"โอ๊ย! ฉันไม่ได้เปิดมูลนิธิการกุศลนะหนูเพลง! ฉันก็มีหนี้มีสิน มีค่าผ่อนตึกที่ต้องจ่ายเหมือนกัน!"
"เพลงเข้าใจค่ะเจ๊ แต่เพลงไม่มีเงินเหลือติดบัญชีเลยจริงๆ เพิ่ง... เพิ่งถูกเลิกจ้างกะทันหันเมื่อเช้านี้เองค่ะ"
"ตกงาน! งั้นก็ยิ่งแย่สิ แล้วแกจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายฉันฮะ!"
"เพลงกำลังทำงานพิเศษอยู่ค่ะ สิ้นเดือนนี้เพลงได้เงินเดือนก้อนใหม่แน่นอน เจ๊ณีให้เวลาเพลงหน่อยนะคะ ขอร้องล่ะค่ะ"
"ไม่-ได้! คนอื่นเขาก็รอเช่าห้องนี้อยู่เยอะแยะ ถ้าวันนี้แกไม่มีเงินมาจ่ายค่าเช่า ก็เตรียมตัวมาเก็บของออกไปเลยนะ!"
"เจ๊คะ! ขอร้องล่ะค่ะ เพลงไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ ให้เวลาเพลงแค่..."
"ก่อนเที่ยงคืนวันนี้! ถ้าเงินไม่โอนเข้าบัญชีเจ๊ พรุ่งนี้เช้าแกเอาข้าวของย้ายออกไปได้เลย!"
ติ๊ด!
สายถูกตัดทิ้งไปอย่างเด็ดขาด เพลงพิณลดโทรศัพท์ลงอย่างเลื่อนลอย โลกทั้งใบเหมือนกำลังบีบอัดเข้ามาหาเธอจากทุกทิศทาง เธอสูญเสียความรัก สูญเสียงาน และตอนนี้กำลังจะสูญเสียที่ซุกหัวนอน หญิงสาวอุ้มกล่องกระดาษขึ้นมาอีกครั้ง ก้าวเดินฝ่าฝูงชนและแสงแดดที่ร้อนระอุกลับไปยังหอพักด้วยความรู้สึกที่เหมือนคนไร้วิญญาณ
ทันทีที่ผลักประตูห้องเช่าแคบๆ เข้ามา บรรยากาศอับทึบก็เข้าโอบล้อม เพลงพิณวางกล่องสัมภาระลงบนพื้น ก่อนจะเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนปลายเตียง ร่างกายที่เคยฝืนทนมาตลอดทั้งวันอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำจ้องมองกล่องกระดาษใบนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า โชคชะตาเล่นตลกจนเธอถูกต้อนให้จนมุม และเธอไม่รู้เลยว่าจะหันหน้าไปพึ่งพิงใครได้อีกในโลกที่โหดร้ายใบนี้
.....
แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกของคฤหาสน์ตระกูลธนเกียรติ์ ทาบทับลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนในครัวใหญ่ บรรยากาศที่เคยหรูหราและน่าตื่นตาตื่นใจบัดนี้กลับดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เพลงพิณยืนเหม่อลอยอยู่หน้าเขียงไม้ มือบางจับมีดหั่นผักด้วยจังหวะที่เชื่องช้าและไร้เรี่ยวแรง
ความเครียดสะสมบีบรัดขมับจนปวดหนึบ ภาพซองกระดาษสีขาวที่ผู้จัดการยื่นให้เมื่อเช้า และน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเจ้าของหอพักยังคงดังก้องอยู่ในหัวสลับกันไปมา หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อคลอขึ้นมาบดบังการมองเห็น
"หนูเพลง...ไหวไหมลูก หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว ไปนั่งพักก่อนดีไหม"
ป้าจันทร์ที่เดินเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยเอ่ยทักด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่ยืนเหม่อและหั่นผักชิ้นหนาบางไม่เท่ากัน ผิดวิสัยของเธอที่เคยทำงานอย่างละเอียดและเป็นระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว
"เพลง... เพลงไหวค่ะป้าจันทร์ แค่เพลียนิดหน่อยค่ะ"
เพลงพิณฝืนยิ้มบางๆ ตอบกลับไป หันกลับมาจดจ่อกับวัตถุดิบตรงหน้า เธอพยายามจะหั่นกะหล่ำปลีให้เป็นฝอยเล็กๆ แต่จังหวะการลงมีดกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
ฉับ!
"โอ๊ย!"
เสียงมีดสเตนเลสกระทบกับเขียงไม้อย่างแรงพร้อมกับเสียงอุทานของหญิงสาว มีดคมกริบแฉลบผ่านปลายนิ้วชี้ไปเพียงแค่นิดเดียว เพลงพิณสะดุ้งสุดตัว ปล่อยด้ามมีดหลุดมือหล่นลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังเคร้ง
"ตายจริง! มีดบาดหรือเปล่าลูก!"
ป้าจันทร์รีบถลันตัวเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ คว้าข้อมือเล็กที่กำลังสั่นเทาขึ้นมาพลิกดูอย่างรวดเร็ว
"มะ... ไม่โดนค่ะป้าจันทร์ แค่เฉียดๆ" เพลงพิณตอบเสียงสั่น พยายามดึงมือกลับไปซ่อนไว้ด้านหลัง
"เอามาให้ป้าดูเดี๋ยวนี้เลย" หัวหน้าแม่บ้านดุเสียงอ่อน จับไหล่บางทั้งสองข้างให้หันมาประจันหน้า
"ตาบวมปูดเหมือนคนร้องไห้มาทั้งวัน เกิดเรื่องอะไรขึ้น บอกป้ามาตรงๆ"
"เพลงไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ เพลงแค่..."
ป้าจันทร์ถอนหายใจยาว แววตาผ่านโลกมามากทอดมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความอาทร
"หนูแบกอะไรไว้คนเดียว หืม? ถ้าหนูอึดอัดใจก็ระบายออกมาเถอะ ป้าอาจจะช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ทุกเรื่อง แต่ป้ารับฟังหนูได้นะลูก”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความเมตตาและสัมผัสอบอุ่นจากมือที่ลูบไหล่เบาๆ เปรียบเสมือนกุญแจที่ปลดล็อกความอดทนเฮือกสุดท้าย กำแพงความเข้มแข็งที่เพลงพิณพยายามก่อขึ้นมาตั้งแต่เช้าพังทลายลงในพริบตา
"ป้าจันทร์... เพลงตกงานแล้วค่ะ..."
น้ำเสียงหวานใสสั่นพร่า หยดน้ำตาที่รื้นอยู่ร่วงลงมาอาบสองแก้มอย่างสุดจะกลั้น
"หา? ตกงาน? คลินิกที่หนูทำอยู่น่ะเหรอ ทำไมล่ะ" ป้าจันทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ก็หนูเพิ่งบอกป้าเองว่าทำยอดให้เขาตั้งเยอะ ลูกค้าก็ติดหนูไม่ใช่หรือ"
"เขาไล่เพลงออกกะทันหันค่ะ... ลูกสาวเจ้าของคลินิกเขาไม่พอใจเพลง เขาเลยสั่งปลดเพลงวันนี้เลย"
เพลงพิณสะอื้นฮัก ยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างไม่อาจกักเก็บความเสียใจไว้ได้อีกต่อไป
"เพลงบอกผู้จัดการแล้วว่าเพลงต้องใช้เงินรักษาแพรว แต่เขาก็ไม่ฟัง... แล้ว... แล้วเมื่อกี้เจ๊เจ้าของหอก็เพิ่งโทรมาทวงค่าเช่าห้องค่ะ"
"โธ่... แม่คุณ"
"เพลงเพิ่งเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายไปจ่ายค่ามัดจำห้องไอซียูให้แพรว เพลงไม่มีเงินเหลือติดบัญชีเลยค่ะป้าจันทร์"
หญิงสาวละล่ำละลักเล่าผ่านม่านน้ำตา ความหวาดกลัวต่ออนาคตฉายชัดในทุกถ้อยคำ
"เจ๊เขาบอกว่าถ้าก่อนเที่ยงคืนนี้เพลงไม่มีเงินไปจ่าย เขาจะให้ขนของออกมาเลย... เพลงไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ เพลงมืดแปดด้านไปหมดแล้ว"
ความกดดัน ความเหนื่อยล้า และความอยุติธรรมที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันในวันเดียว ทำให้ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว เพลงพิณไม่อาจทรงตัวยืนหยัดได้อีกต่อไป เธอโผเข้ากอดร่างอวบของหัวหน้าแม่บ้านอย่างหาที่พึ่งพิง ร้องไห้สะอึกสะอื้นซบไหล่ป้าจันทร์ ป้าจันทร์ลูบหัวปลอบโยนด้วยความสงสารจับใจ
