บทที่ 5 ช่วยด้วย

ตลอดทางที่ถูกพาขึ้นมาถึงห้องนั้น ลูกพีชยังคงรู้สึกตัวดี เธอได้ยินทุกเสียง เห็นทุกอย่าง รับรู้ทุกการเคลื่อนไหว แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ร่างกายเหมือนถูกถ่วงไว้ด้วยน้ำหนักที่มองไม่เห็น แขนขาหนักอึ้ง ความคิดเชื่องช้า ดวงตาพร่ามัว ง่วงงุนราว ราวกับสิ่งที่กินเข้าไปมีฤทธิ์กดประสาทจนไม่สามารถควบคุม

เธอถูกวางให้นั่งพิงอยู่บนเตียงนุ่มในห้องที่เงียบผิดปกติ โจ้ไล่มอวเรือนร่างที่นอนราบบนเตียงนุ่ม เรี่ยวแรงที่เคยมีหายไปกับฤทธิ์ยาที่กำลังเริ่มออกฤทธิ์เรื่อย ๆ ความสามารถของมันทำให้เธอไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะขัดขืน

"มายด์ยังคงรู้ใจฉันเหมือนเดิม" สายตาของโจ้แสดงความหื่นกระหาย สายตาของเขาไม่ได้มองเธอในฐานะคนอีกต่อไป แต่เป็นเหมือนสิ่งของ เป็นรางวัล เป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่าได้มาครอบครองแล้วเสียที

"ดื่มน้ำก่อนนะเด็กดี" เขาประคองใบหน้าของเธอ จากน้ำก็บังคับให้เธอดื่มน้ำผสมอะไรสักอย่างที่ใส่ให้ดูต่อหน้าต่อตา เพราะรู้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้มีความสามารถมากพอที่จะปฏิเสธมัน 

และมันก็เป็นไปตามคาดเมื่อเธอดื่มมันจนหมด เรียกรอยยิ้มจากโจ้ที่พอใจเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงล้วงหยิบโทรศัพท์ของตนออกมา ดึงเสื้อเดรสอีกฝ่ายให้ต่ำลงให้เห็นเนินอกขาวผ่องเป็นยองใย

จากนั้นก็ทำการเก็บภาพวาบหวิวพวกนั้นไปครอง รูปแบบเดิม ๆ ที่เขามักจะกระทำกับเหยื่อที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้มีใครกล้าที่จะวิ่งไปฟ้องขอความยุติธรรม

 "ถ้ากล้าหนี รูปพวกนี้ถึงสื่อแน่นอน" ทันทีที่เหยื่อเกิดความกลัวก็จะไม่ให้มีใครกล้าเอาผิด หรือแม้แต่จะแพร่งพรายความเลวทรามที่เขาได้กระทำเพื่อเลือกที่จะปกป้องตัวเอง

แน่นอนว่ามันได้ผลเขาจึงสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกภายนอกได้ ใครกันที่จะกล้าเล่าฝันร้ายที่สุดในชีวิต ใครกันที่จะกล้าแลกกับอนาคตที่ยังไม่รู้ว่าจะยังเหลือคนเชื่อในสิ่งที่พูดออกไป

 "ฮึก..." เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาเองโดยที่เธอไม่รู้ตัว มันเป็นเสียงของความกลัว ความอับอาย ความสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน

เธอได้แต่จ้องมองภาพของคนที่กำลังสนใจอยู่กับการหามุมกล้อง เพื่อจะบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้นใช้เป็นเครื่องมือที่จะข่มขู่ฝันร้ายของเธอไปตลอดชีวิต

และเมื่อพอใจโจ้ก็เลือกที่จะเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี รอเวลาที่ยาตัวใหม่ออกฤทธิ์ โดยชะล่าใจไปว่าเธอคงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะหนีไปได้

และนั่นคือความผิดพลาดของเขา

ลูกพีชรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ฝืนฤทธิ์ยาที่กำลังกดทับสติ ใช้สองมือยันเตียงแล้วตะเกียกตะกายลงมาจากเตียงกว้าง ขาอ่อนแรงจนแทบทรุดแต่เธอกัดฟันฝืนยืน ใช้ผนังเป็นที่พยุงกายอย่างไม่สนใจว่าจะดูน่าเวทนาขนาดไหน แต่ขอแค่ได้ออกไปจากห้องนี้ให้ได้

และเธอก็ทำสำเร็จ

ทันทีที่ประตูถูกปลดล็อก มือสั่น ๆ ก็ดันมันออกก่อนที่ร่างจะโซซัดโซเซออกสู่ทางเดินยาวของโรงแรม แสงไฟสีส้มอ่อนทำให้ทุกอย่างดูพร่าเลือน เธอเดินเซด้วยเท้าเปล่า หายใจหอบ เหมือนโลกทั้งใบหมุนช้าลง

แต่ยังไม่ทันจะไปได้ไกล เสียงประตูอีกบานก็เปิดผางตามมา เขารู้ตัวแล้ว

โจ้คว้าเสื้อคลุมสวมลวก ๆ ก่อนจะรีบวิ่งตามออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหัวเสียและโกรธจัด

"พีช" เสียงนั้นดังตามหลังมาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ

ลูกพีชฝืนขยับขาให้เร็วขึ้น ทั้งที่หัวหมุน หน้ามืด แข้งขาเหมือนจะไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป จนกระทั่ง...

พรึ่บ! 

เธอล้มลงกับพื้นอย่างแรง โลกทั้งใบกระแทกเข้ามาพร้อมกับน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว 

แต่เพียวเสี้ยววินาทีเธอก็รีบกัดฟันยันพื้นพยายามลุกขึ้นใหม่

ยังไม่ใช่เวลาจะยอมแพ้ เธอฝืนวิ่งต่อทั้งที่แทบไม่มีแรงเหลืออยู่แล้ว และครั้งนี้…ร่างกายก็เหมือนจะไม่ไหวเข้าจริง ๆ

เธอทรุดลงเป็นครั้งที่สอง แต่ก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้นเต็มแรงก็กลับมีแขนของใครบางคนรับเธอไว้

"ยะ อย่าทำอะไรฉันเลย" ลูกพีชพนมมือหลับตาปี๋ คิดว่าคนที่มาถึงตัวเธอคือโจ้

แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นใกล้หู

"คุณครับ…" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงที่เธอกลัว 

ลูกพีชลืมตาขึ้นทันที ก่อนจะรีบคว้าแขนเสื้ออีกฝ่ายแน่นราวกับมันเป็นเส้นสุดท้ายของความหวัง

"ช่วยด้วย ชะ ช่วยฉันด้วยนะคะ" น้ำเสียงเธอสั่นพร่า เปราะบางจนแทบแตกสลาย

นอกจากชายที่ประคองเธอไว้ ยังมีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าตึงเครียดเหมือนเพิ่งรับรู้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้นตรงหน้า

และนั่นคือวินาทีที่ลูกพีชรู้ว่า…

"คะ คุณเสื้อสูท คุณช่วยฉันด้วย" ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือฟ้าตั้งใจส่งเขามาให้ เธอจำเขาได้ทันทีว่าคนเดียวกับที่ช่วยพาเธอออกจากดงนักข่าวเมื่อเช้า

 ตอนนั้นเขาเป็นแค่คนใจดีคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาเป็นเหมือนแสงสุดท้ายของความหวัง

ชายหนุ่มทั้งสองยืนมองเธอเงียบ ๆ ราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่างก่อนที่เสียงฝีเท้าเร่งรีบจะดังขึ้นจากปลายทางเดิน

"ลูกพีช…" เสียงนั้นทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ ความกลัวถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก เธอเงยหน้ามองพวกเขาอีกครั้ง มือสั่น ๆ เกาะแขนเสื้อสูทของคนมีรูปหน้าคล้ายชาวต่างชาติไว้แน่น ก่อนจะพูดทั้งน้ำตา ทั้งคำไทยและอังกฤษที่ปะปนกันมั่วเผื่อจะทำให้เขาเข้าใจได้

 "มะ มันมาแล้ว ได้โปรด Help me!" เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง

 "คุณหนีใครมาครับ" ในที่สุดชายคนประคองก็เป็นฝ่ายถาม

 "มะ มัน-" แต่เธอยังไม่ทันได้พูดจบ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็มาหยุดตรงหน้า

 "ขอโทษทีครับ เมียผมเธอเมา" โจ้สวมบทบาทอย่างแนบเนียน ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่ซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะก้าวเข้ามาดึงร่างเธอเข้าไปหาอย่างถือสิทธิ์

แขนที่เคยโอบเธอไว้ถูกปล่อย มือที่เธอเกาะไว้ถูกแกะออกทีละนิ้ว

"เมียคุณเหรอครับ?" ภีมถาม เสียงเรียบแต่สายตาไม่คลายความระแวง

"ใช่ครับ ขอตัวก่อนนะครับ" โจ้ไม่เปิดโอกาสให้ใครซักไซ้มากกว่านั้น เขารีบประคองร่างเธอพาออกไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

ลูกพีชทำได้เพียงหันกลับไปมอง มองคนที่เธอคิดว่าจะเป็นที่พึ่ง มองแสงสว่างเพียงจุดเดียวในความมืดสายตาเธอร้องขอแต่ไม่มีใครตอบรับ และแล้วแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็ดับลงตรงหน้าต่อตาเธออย่างโหดร้าย 

 "ถึงห้อง เธอโดนดีแน่" โจ้กระซิบบอกเสียงแผ่วขบกรามไว้แน่น เขาชะล่าใจที่คิดว่าลูกพีชจะไม่มีแรงทำอะไรอีก ไม่ได้คิดว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะฝืนยาเสียสาวที่กินเข้าไปจนวิ่งมาถึงที่นี่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป