บทที่ 12 นายหัว ตอนที่ : 11 ตามจีบ

#มหาวิทยาลัย

"ซื้อขนมมาให้ หวังว่าจะชอบนะ"

"อ่อ ขอบคุณนะ" หญิงสาวได้แต่ยิ้มเจื่อน พร้อมกับรับถุงขนมที่มีคนซื้อมาให้อย่างปฏิเสธไม่ได้

"เราชอบเธอนะ"

"อ๋อ..." ไม่รู้จะตอบกลับยังไงจริง ๆ ก็ได้แต่ยิ้มพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะรีบเดินไปหากลุ่มเพื่อน ๆ จะยังไงก็แล้วแต่ ขอให้หลุดพ้นไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดก็พอแล้ว

"มีอะไรหรือเปล่าน้ำตาล ?" เหมือนว่าเพื่อนคนนึงจะเห็นว่าท่าทางของเธอนั้นดูมีพิรุธ ดูเหมือนกำลังเดินหนีอะไรสักอย่างมา

"กินขนมกันไหม ?" เธอยื่นขนมให้กับกลุ่มเพื่อน จะทิ้งก็เสียดายเพราะดูเป็นของราคาแพงทั้งนั้นเลย ถึงเธอจะเป็นคนมีเงินแต่จากประสบการณ์ที่ได้ไปอยู่ที่บ้านของนายหัวคาวีมา มันทำให้เธอรู้ว่าควรจะใช้เงินยังไง

"ใครเอามาให้ ?"

"เด็กแว่นนั่นน่ะ แต่ฉันไม่ชอบ พวกเธอเอาไปกินกันสิ"

จริง ๆ ที่เธอปฏิเสธก็เพราะผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สเปกของเธอเลย และอีกอย่างตอนนี้เธอก็อยากใส่ใจในการเรียนมากกว่า บางทีการถูกตามจีบแบบนี้ เข้าประชิดตัว มาดักรอแล้วเอาของให้ทุกวัน มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกคุกคามอยู่เหมือนกัน

แต่จะทำอะไรได้ล่ะ ก็เขายังไม่ได้ทำอะไรเกินเลยนี่นา ก็มีแต่เธอที่คิดไปเองว่าเขากำลังคุกคาม

"เด็กเรียนเลยนะน่ะ เธอไม่ชอบจริงอ่อ"

"ไม่ใช่สเปกอ่ะ แล้วตอนนี้ฉันก็อยากเรียนมากกว่า ไม่ได้อยากมีแฟน"

ถ้าสเปกที่ชอบจริง ๆ เธอชอบผู้ชายที่สุขุม ดูเป็นผู้ใหญ่ เงียบขรึมใจเย็น และชอบคนที่อายุมากกว่า มีความมั่นคงในด้านการใช้ชีวิตด้านครอบครัว

"ไม่ชอบทำไมไม่ปฏิเสธวะ ?"

"ก็ปฏิเสธแล้ว เขาก็ไม่ไป ก็อย่างที่เห็นแหละ"

"งั้นเธอก็ต้องมีแฟน"

"ห๊ะ !?" งงกับคำพูดของเพื่อน พูดอยู่หยก ๆ ว่าไม่อยากมีแฟน แต่กลับต้องมีแฟนเพื่อหลีกเลี่ยงคนนั้นเหรอ บ้าหรือเปล่า หรือเป็นเธอที่ไม่เข้าใจความหมายเอง

"ก็หมายถึง ต้องโกหกว่ามีแฟนแล้ว และก็ต้องมีหลักฐานมีพยานไง"

"อ๋อ..."

"ถ้าตามที่คิดนะ พอมีคนรู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว ก็ไม่มีใครมายุ่งกับเธอหรอก"

"อือ ๆ เข้าใจละ"

ก็จริงอย่างที่เพื่อนพูด ถ้าเธอบอกกับใครต่อใครว่ามีแฟนแล้ว ก็คงไม่มีใครมายุ่งกับเธออีก แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องมีหลักฐานไง แล้วใครกันล่ะจะมาเป็นแฟนปลอม ๆ ให้กับเธอได้

พอคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็ถึงกับกุมขมับเลยเหมือนกัน เพราะเธอก็ไม่ได้มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชาย ถึงมีก็ไม่ได้สนิทถึงขั้นจะให้มาทำเรื่องแบบนี้กันได้

แต่ก็ช่างมันเถอะ ไว้คิดหาวิธีอีกทีก็แล้วกัน


#หลายวันผ่านไป

ที่บริษัทของพ่อแม่น้ำตาล

แกร๊ก ~

"ยังอยู่อีกหรอ ! " เธอทักทายด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะตกใจ แต่ก็แฝงความขี้เล่นลงไปด้วย และก็เล่นเอาอีกฝ่ายถึงกับมองตาขวางเลยเหมือนกัน

ก็คิดอยู่แล้วแหละว่าเขายังอยู่ที่บริษัท แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเจอกันไง

"มาทำอะไร ?"

"ก็อยากมา ทีนายหัวยังมาได้เลย"

"ฉันต้องทำงาน" พูดเสียงเข้ม

"หนูก็มาเล่นไง เหงา ๆ ไม่รู้จะไปไหน"

"อืม..."

"ไปเที่ยวกันไหม"

"ฉันทำงาน จะไปเที่ยวได้ยังไง"

"เสร็จงานแล้วก็ไปกันไง"

"เพื่อนเธอไม่มีหรือไง"

"มี แต่ไม่อยากไปกับเพื่อน"

"......" นายหัวคาวีถอนหายใจแรง เพราะทุกครั้งที่น้ำตาลมาที่นี่เขาไม่เงียบหูเลยเพราะเธอจะพูดไม่หยุด จนเขาไม่มีสมาธิทำงาน จะบอกว่ารำคาญก็ไม่เชิงหรอก เพราะเป็นคนที่ชอบทำงานอยู่เงียบ ๆ คนเดียวอยู่แล้ว แต่ก็แปลกที่เขาไม่ได้ไล่เธอไป และก็ไม่ได้แสดงท่าทางรำคาญเธอเหมือนกับปากที่พูดออกไปแบบนั้น

"นะ ๆ ๆ ไปเที่ยวกันเถอะ นายหัวจะได้พักผ่อนสมองด้วยไง"

"เออ ๆ ๆ ไปก็ไป เงียบก่อนฉันต้องทำงาน" เขาตอบรับไปอย่างส่ง ๆ เพราะเธอจะได้เลิกตื๊อสักที ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้ทำงานต่อ

"แล้วนี่กินข้าวตอนเที่ยงหรือยัง"

"ยัง"

"ถ้างั้นเดี๋ยวหนูสั่งให้"

"....." นายหัวคาวีไม่ได้พูดอะไร เพราะคิดว่าเธอคงจะสั่งอาหารตามสั่งธรรมดามาให้ เพราะปกติเขาก็กินอย่างนี้

จนกระทั่งเดลิเวอรี่มาส่ง...

บรรดาของที่เธอสั่งมานั้นมันไม่มีของที่เขาชอบกินเลยแม้แต่อย่างเดียว ไก่ทอด พิซซ่า สปาเก็ตตี้ สเต็ก บลา ๆ นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดเอาไว้เลย

"กี่บาทคะ ?"

"ทั้งหมด 760 บาทครับ"

"นี่นายหัว หนูสั่งของมาให้แล้ว จ่ายเงินหน่อย"

"ห๊ะ ??" ถึงกับงง เด็กนี่ไถเงินเอาต่อหน้าต่อตาเลย และก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วย เพราะคนส่งของกำลังยืนรอเงินอยู่

นายหัวคาวีได้แต่ควักเงินออกมาจากกระเป๋าอย่างไม่เต็มใจ สองปีที่อยู่ที่นั่นเขาอุตส่าห์สอนเรื่องการใช้เงิน นี่ไม่เข้าหัวสมองของเธอเลยหรือไงกัน

"มากินสิคะ"

"มื้อเดียว 760" กัดเขี้ยวกัดฟันพูด พร้อมกับยิ้มแข็ง ๆ เด็กนี่มันช่างเจ้าเล่ห์จริง ๆ

"ของที่นี่ก็แพงอย่างนี้แหละค่ะ นายหัวน่ะตัวโต กินเยอะแน่ ๆ มาค่ะมา ๆ มากินด้วยกันค่ะ"

แค่เห็นราคาที่ต้องจ่ายไปก่อนหน้านี้ เขาก็อิ่มแปล้ไปแล้วล่ะ ไม่จำเป็นต้องกินของพวกนี้หรอก

"มากินสิคะ การันตีเลยค่ะว่าอร่อย ร้านประจำของหนูเลยนะเนี่ย"

"760" มองอาหารที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะ พูดเสียงแผ่วตามจำนวนราคาที่ตัวเองจ่ายไป พร้อมกับมองเงินทอนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานตรงหน้า แบงค์พันใบเดียวเข้าอยู่ได้เป็นอาทิตย์เลยนะ แต่เด็กนี่มาไถแป๊บเดียวหมดตัวเลย

"อื้อ ๆ" หญิงสาวพยักหน้าตอบรับพร้อมกับยิ้มให้

"ทุกวันนี้ใช้เงินกี่บาท"

"ก็ซื้อข้าวที่มหาลัยกินก็ประมาณ 50 บาทค่ะ"

"....." ก็ไม่เกินตัวนี่นา แต่ทำไมถึงใช้เงินของเขาหลายร้อยขนาดนี้ มันฝังใจนะ ติดใจมาก ๆ ฮึ้มมม !!

"มัวแต่มองอยู่นั่นแหละ จะมากินไหม ถ้าไม่กินหนูกินหมดนะ เสียดายของ"

"เออ ๆ"

สั่งมาเยอะขนาดนี้จะปฏิเสธลงได้ยังไง ถึงจะไม่ค่อยถูกปากสักเท่าไร แต่ก็ไม่ใช่อาหารที่ตัวเองกินไม่ได้สักหน่อย

รู้งี้กลับไปกินแกงไตปลา แกงส้มที่บ้านดีกว่า ไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท กัดไก่กินทั้งความจุกอก

"เรื่องไปเที่ยว หนูเปลี่ยนใจแล้วไปวันเสาร์อาทิตย์นะ ว่าแต่นายหัวมาทำงานไหม"

"บางครั้ง" ตอบสั้น ๆ แต่ก็ได้ใจความ บางอาทิตย์ก็มา แต่บางอาทิตย์ก็คว้างานกลับไปทำอยู่คอนโด

"ถ้าอย่างนั้นอาทิตย์นี้ไม่ต้องทำ พาหนูไปเที่ยวหน่อย"

"จะไปไหน ?"

"อยากไปเดินเล่นอยู่ห้าง เดินเล่นเฉย ๆ หนูไม่มีเพื่อนไป"

"เออ ๆ ถึงวันนั้นแล้วจะไปรับจะส่งข้อความบอก"

"OK ขอบคุณค่ะ"

"ปิดเทอมนี้ จะกลับไปหาป้าพรหรือเปล่า ถามหาหลายครั้งแล้วนะ"

"กลับสิ แต่หนูต้องดูงานตัวเองก่อนนะ เพราะถ้าได้กลับไปคงไปหลายวัน หนูเลยอยากจัดการงานให้เสร็จ"

"อือ จะไปยังไงก็บอกด้วย"

"ค่ะ"

"....."

"นายหัว..."

"อะไร กินอยู่อย่าพูดสิ ไม่มีใครสอนมารยาทบนโต๊ะอาหารหรือไง"

"แล้วมันจะอะไรเล่า กินกันอยู่สองคน ทำตัวเป็นคุณหนูราชนิกุลไปได้" พูดประชด

"มีอะไร"

"นายหัวไม่มีเมียหรอ ?"

แค่ก แค่ก แค่ก !!!

นี่ก็ถามได้เวล่ำเวลาจริง ๆ ! กำลังกินอยู่ก็สำลักทันทีเลย

"ถามอะไรของเธอเนี่ย มันใช่เรื่องที่ต้องถามหรือไง"

"แล้วทำไมหนูจะถามไม่ได้ ก็หนูอยากรู้ มีก็บอกไม่มีก็บอกสิ ยากอะไรตรงไหน"

"ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องบอก มันเรื่องส่วนตัวของฉัน"

"นี่ ! ที่ถามก็เพราะอยากรู้ จะได้ทำตัวถูก ก็ถ้ามีแล้วจะได้ไม่ต้องเข้าใกล้มาก ไม่อยากโดนใครหึงจนโดนเขาตบ บอกไว้ก่อนนะว่าหนูไม่ยอม"

นึกถึงตอนนั้นที่เธอจับหัวเพื่อนโขกกับเสา คำว่าไม่ยอมของเธอ คงเป็นแบบนั้นสินะ

"ไม่มี"

"ก็แค่นั้นแหละ ทำเป็นหวงไปได้"

"เด็กบ้า ! "

บทก่อนหน้า
บทถัดไป