บทที่ 14 นายหัว ตอนที่ : 13 พูดมาก
#สองเดือนต่อมา
"นายหัว !!!"
"เออ จะเสียงดังทำไม อายเขา เด็กนี่ชอบโวยวายจริง" พอมาถึงก็ตำหนิคนตรงหน้าไม่หยุดเลย
และก็เพราะเสียงของเธอนั่นแหละทำเอาคนในบริษัทพากันหันมอง
"ก็คนมันคิดถึง"
"อยู่นี่ตั้งใจเรียนหรือเปล่า"
"ตั้งใจสิคะ คอยดูนะจะเอาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาให้ดูเลย"
"ให้มันได้อย่างที่พูดเถอะ"
"คราวนี้นายหัวมากี่วัน ?"
"ทำไม จะหลอกไถตังค์ฉันอีกหรือไง"
"เปล่า..." ลากเสียงยาว "อย่าใส่ร้ายสิ ก็อยากให้อยู่นาน ๆ อยากมีเพื่อนคุย"
"ฉันรำคาญเธอขนาดนี้ ยังจะมาพูดด้วยอีก"
"แน่ใจเหร๊อว่ารำคาญ"
"เกิดมาเหมือนไม่เคยพูด"
"แล้วใครออกจากท้องแม่มาพูดได้เลยบ้างล่ะคะ ?"
"....." เถียง ! ทุกคำ ทุกประโยค เถียงกลับทันควัน ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขาเลยสักคนเดียว มันเดือดจนลมออกหูปุด ๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ยั้งใจเข้าไว้คาวี !
"หรือว่านายหัว..." คนตัวเล็กขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมกับหยีตามองคนตรงหน้าแบบกวน ๆ "โอ๊ะ !! "
"อย่ามาทะลึ่งแถวนี้" ผลักหัวของเธอออกห่าง ดันแรงจนเธอเกือบจะล้มลง ดีนะที่ประคองตัวเองไว้ได้ คนอะไรไม่อ่อนโยนเลยสักนิดเดียว
"เจ็บนะนายหัว ! "
"แล้วใครใช้ให้มารุ่มร่าม ?"
"ทำเป็นหวงตัวไปได้ ถือศีลไม่แตะสีกาหรือไงคะ"
"เดี๊ยะ ๆ ๆ ลามปาม"
"อะไรเนี่ย ลามปามตรงไหน หนูยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ มีแต่นายหัวแหละ ว่าเอา ๆ "
น้ำตาลทำหน้าบูดเพราะถูกเขาเอาแต่บ่นใส่ แต่ถามว่ากลัวไหม เข็ดไหม ก็คงตอบอย่างมั่นใจว่าไม่ เพราะเธอชินกับเขาที่เป็นแบบนี้แล้ว
"เลิกเรียนแล้วหรือไง ถึงได้มาซ่าที่นี่ได้"
"มีเรียนบ่ายน่ะค่ะ"
"....." นายหัวไม่ได้ตอบ
"นายหัวขา เลี้ยงข้าวหน่อยสิ" ทำหน้าอ้อนตาปริบ ๆ
"ให้เลี้ยงอะไรอีก จะกินอะไร"
"เดี๋ยวหนูสะ..."
"ไม่ต้อง เดี๋ยวดูเอง" รีบห้าม เพราะถ้าปล่อยให้เธอสั่งเองคงได้หมดมื้อละเป็นพันอีกแน่ ๆ เลย
"อะไรของนายหัว หนูก็จะสั่งข้าวไง ข้าวจริง ๆ" ย้ำเสียงหนักแน่น
"จะกินอะไร เดี๋ยวสั่งเอง" ยังไงคราวนี้ก็ไม่ยอมเสียรู้อีกครั้งหรอก เธอมันไม่น่าไว้ใจเลยสักนิดเดียว
"กระเพราทะเลค่ะ แต่ไม่เอาหอย"
"อืม ก็แค่นั้นแหละ"
"ยังไม่เลิกงกอีกหรือไง"
"กับเธอฉันต้องงก ยัยเด็กเลี้ยงแกะ !! "
โดนว่าแบบนี้อีกแล้ว เขาเป็นอะไรกับคำนี้มากหรือเปล่านะ เจอหน้าเธอทีไรชอบว่าเธอแบบนี้ทุกครั้งเลย
"ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง"
"จะอยากรู้ไปทำไม อยากไปแบกปาล์มรึไง"
"ไม่เอาหรอก ก็แค่อยากรู้"
"....." นึกว่าเขาจะตอบนะ ผิดคาด เพราะนายหัวนั่งทำงานเงียบกริบเลย
"นายหัว"
"อะไร ?!"
"พูดดี ๆ สิคะ ทำไมต้องกระแทกเสียง ?"
"เรียกทำไมอีก เธอนี่หยุดพูดบ้างมันจะตายมั้ยเนี่ย"
"ตายค่ะ ตายเลย ต้องพูดตลอดค่ะ"
"กับคนอื่นเธอพูดมากแบบนี้มั้ย ?"
"ไม่รู้"
ว่ากันว่าเมื่อไหร่ที่เราเจอเซฟโซนที่เรารู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้ว พูดด้วยแล้ว มันปลอดภัย นั่นแหละเราจะพูดมากเป็นพิเศษ เธอก็คงมีความคิดแบบนี้ แค่บอกไม่ถูกเท่านั้นเอง ว่ามันคือความรู้สึกอะไร
เพราะมีแค่เขาที่เธอรู้สึกว่า เวลาอยู่ด้วยนั้น จะปลอดภัยมากกว่าอยู่กับคนอื่น ๆ
#ผ่านไปสักพัก
"กินข้าวกินปลาให้อิ่ม แล้วก็ไปเรียนได้แล้ว"
"ค่ะ"
"แล้วนี่ไปยังไง ใครมารับ"
"นั่งรถไปค่ะ"
"แล้วคนขับรถล่ะ"
"ให้กลับบ้านแล้วค่ะ ค่อยให้มารับตอนค่ำหลังเลิกเรียน"
"หัดให้ขับรถครั้งนึงละ ไม่อยากจะจำ ไปไหนมาไหนจะได้ไปเอง"
"หัดกับนายหัวน่ะเหรอคะ นึกว่าทำสงครามเย็นในรถ"
"เดี๊ยะเถอะ !!"
นึกถึงสมัยนั้นแล้วหลอนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ก็เพราะถูกเขาพาไปหัดขับรถเนี่ยแหละ มันเลยทำให้เธอไม่กล้าที่จะขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับอีกเลย ดีนะตอนนั้นไปหัดกันอยู่ในป่า ถึงจะชนก็ชนต้นไม้ลงข้างทาง ถ้าไปหัดบนถนนคงได้ชนคนอื่นไปทั่ว
"ตอนเย็นมารับหนูไหม"
"ทำไมฉันต้องไปรับเธอ กลับเองได้ก็กลับเองสิ"
"นี่นายหัว ทำไมถึงไม่อ่อนโยนบ้างเลย แล้วผู้หญิงที่ไหนเขาจะชอบ"
"ก็ไม่ได้ขอให้มาชอบสักหน่อย"
"แต่ก็อย่างว่าแหละเนอะ ใครมาชอบนายหัว หนูว่าสุขภาพจิตเขาไม่ปกติแน่ ๆ"
"พูดแบบนี้หมายความว่าไง ?!"
"ก็แล้วใครที่ไหนจะชอบคนบ้าล่ะ"
"น้ำตาล !! "
"ฮ่าๆๆๆ ~ " หัวเราะชอบใจยกใหญ่
เก่งนักแหละไอ้เรื่องพูดจายียวนกวนประสาทเขาเนี่ย เจอหน้ากันทีไรเป็นอันต้องพูดแบบนี้ใส่กันตลอด ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอก็คงโดนดุไปหลายคำแล้ว เผลอ ๆ ก็โดนดุจนหน้าเสียเลยด้วย แต่ตอนนี้เหมือนเขาชินมากกว่า ชินกับเธอที่เป็นแบบนี้ ทำใจยอมรับมันไปเถอะ เพราะถึงยังไงก็คงได้เจอเป็นประจำอยู่แล้ว
"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวแก่เร็วนะ"
"คำก็แก่ สองคำก็แก่ ระวังตัวเอาไว้เถอะนะ"
"ทำไมคะ ? นายหัวทำอะไรหนูไม่ได้หรอก หนูทำมาดี หน้าหนูก็ไม่แก่ หุ่นหนูก็ดี หน้าตาก็ดีผมก็สวย การเรียนก็เก่ง ไม่มีอะไรให้ตำหนิเลย"
"พูดมาก พูดเยอะ เกิดมาเหมือนไม่เคยพูด สงสัยตอนเด็ก ๆ พ่อหรือแม่เธอคงเอาเขียดตบปากหลายตัวเลย"
"อี๋ ! ใครเขาเอาเขียดตีปากกัน มันสกปรก เหม็นคาวจะตาย" ก็เพราะโตมาแบบคนเมืองกรุง เรื่องความเชื่ออะไรแบบนั้นเธอไม่เคยรู้เลย
ไอ้ความเชื่อที่ว่า เอาเขียดตบปากเด็กเพราะเด็กปากหนักไม่พูด จะทำให้เด็กพูดมาก เธอก็ไม่เคยรู้เรื่องเลย
"ฉันว่าตอนเด็ก ๆ เธอคงโดนเขียดตบปากมาแน่ ๆ ไม่งั้นจะพูดไม่หยุดแบบนี้เหรอ"
"กะ ก็หนูพูด เพราะอยากพูดไง เกี่ยวอะไรกับเขียดตบปาก"
"หึหึ ยัยเขียด"
"เฮ้ย ! ทำไมเรียกงี้ล่ะ"
"ก็เพราะเธอพูดมากไง ฉันก็จะเรียกเธอแบบนี้แหละ"
"......" เธอมองหน้าเขาพร้อมกับเม้มปากแน่น ในหัวกำลังคิดว่าจะเอาคืนยังไงดี จะเรียกเขาแบบไหนดีนะ "หน้าตาแบบนี้ อายุเท่านี้ เรียกว่าแก่แต่สังขารหรือเปล่านะ"
"ยัยเขียด !"
"หนูสู้นะ ลองดูกันสักตั้งไหมล่ะ จะยืนเถียงอยู่แบบนี้แหละ ไม่ยอมไปเรียนก็ได้"
"ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนะ !"
กับคนอื่นมีแต่คนยอมเขาตลอด นี่เป็นครั้งแรกและเป็นคนเดียวเลยที่เขาต้องยอม และไม่เคยยอมใครแบบนี้ขนาดนี้มาก่อนเลย เธอเป็นใครกัน แล้วทำไมเขาต้องยอมด้วยล่ะ !
"คิกคิก เห็นไหม สุดท้ายนายหัวก็แพ้หนู"
"หนูอะไรตัวเท่าคะ..."
"หึ้ย !! ถ้าพูดแรงขนาดนั้นนะ หนูจะไม่คุยกับนายหัวอีกเลย จะปล่อยให้เหงาตายไปเลยด้วย"
"สบาย ไม่มีเธอมาพูดข้าง ๆ หูนะ ฉันโคตรสบายเลย มีสมาธิทำงานด้วยไม่เปลืองตังค์ด้วย"
"พูดจริงดิ ?"
"เออ"
"เอ้อ !! หนูไม่มาแล้วก็ได้ งอนแล้ว !"
พูดจบน้ำตาลก็คว้ากระเป๋าเดินออกไปทันที ข้าวกล่องที่สั่งมาเธอก็ไม่หยิบและก็ยังไม่ทันได้กินด้วย
แต่พอเธอเดินออกไปนายหัวที่มีท่าทีมั่นใจแต่แรกก็หน้าซีดลง พร้อมกับคิดในหัวตัวเองว่า พูดแรงเกินไปหรือเปล่า แต่สำหรับเขามันก็แค่การเถียงกันปกตินี่นา หรือเขาพูดแรงไปจริง ๆ ?
ก๊อกๆๆ ~
"เข้ามา"
"เอาเอกสารไตรมาสของเดือนที่แล้วมาให้ค่ะ"
"เดินเข้ามาเห็นน้ำตาลหรือเปล่า"
"อ๋อ คุณน้ำตาลเห็นไปขึ้นรถเมื่อกี้ค่ะ เดินไปเร็วมากเลย"
ก็ไม่แปลกหรอกไม่ถึง 5 นาทีที่เธอจะออกไปแล้ว ลงจากลิฟท์เดินก้าวไปไม่เท่าไรก็ถึงหน้าถนนแล้ว
"มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"ไม่มี ๆ แล้วระหว่างที่ผมไม่อยู่ น้ำตาลเธอมาที่นี่หรือเปล่า"
"อืม ไม่เห็นเลยนะคะ ก็เพิ่งได้เห็นวันนี้แหละค่ะ ที่มาพร้อมกับคุณศิวกร"
"อ๋อ ไม่มีอะไรจะถามแล้วล่ะ คุณกลับไปทำงานเถอะ ขอบคุณครับ"
"ค่ะ"
หรือมันจะจริงอย่างที่เธอเคยบอก เพราะเธอมีเขาเป็นเซฟโซนของความปลอดภัย เธอถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้ กล้าเป็นตัวเอง กล้าพูดมาก กล้าแสดงออก
เขาทำผิดไปจริง ๆ เหรอ ?
