บทที่ 10 เด็กเกเร
“เหอะ ฉันไม่สนใจหรอก อยากเกิดมาอ่อนแอทำไมวะ ไอ้ขี้ข้า หลบอยู่หลังผู้หญิง ให้เจ้านายมึงปกป้องต่อไปนะ พวกมึง รุมกระทืบไอ้สองคนนี้ให้ยับ”
เด็กเกเรหลายคนวิ่งกรูเข้าไปทำร้ายเธอกับเขา สองร่างทิ้งตัวลงนั่งแล้วกอดกันแน่นโดยที่คนตัวเล็กพยายามยกแขนเพื่อจะปกป้องเจ้านายสาว แต่ด้วยร่างกายที่เล็กกว่ามากก็ไม่อาจทำได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่กว่านี้ก็มีเจ้าชายขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยไว้ได้ก่อน
“พวกมึงหยุดรังแกน้องกูเดี๋ยวนี้”
ปารเมศวิ่งกระหืดกระหอบมาช่วยน้องทั้งสองหลังจากเพื่อนร่วมชั้นที่บังเอิญเดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์แล้วรีบวิ่งไปบอก เขาตรงเข้าสาวหมัดใส่เด็กผู้ชายทีละคนจนพวกมันล้มลงไปกองกับพื้น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงเบิกกว้างด้วยความกลัวของเด็กเกเรตัวต้นเรื่อง
“ไอ้โจอี้ มึงใช่ไหมที่รังแกน้องกู”
แม้ปารเมศจะเป็นเด็กตั้งใจเรียนและไม่เคยมีเรื่องชกต่อยเลยสักครั้ง แต่เพื่อปกป้องน้องทั้งสองทำให้เด็กวัยรุ่นวัยสิบสี่ปี ทำตัวต่อยตีเป็นอันธพาล
ทั้งหมดถูกครูเรียกเข้าพบพร้อมด้วยผู้ปกครองที่ต้องรีบเดินทางมาทันทีที่โรงเรียนโทรแจ้ง เด็ก ๆ ใบหน้าเขียวช้ำนั่งก้มหน้างุด ยกเว้นปราลีที่แม้มุมปากบวมช้ำ โหนกแก้มขึ้นสีม่วง แต่กลับเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย มือข้างหนึ่งกุมมือเล็กเปรอะเปื้อนของแผ่นดินตลอดเวลา
“ฉันไม่ยอมนะคะ ลูกชายของคุณโตจนป่านนี้แล้วยังมารังแกลูกฉันที่เพิ่งอายุสิบขวบ ดูสิ ลูกฉันกับเพื่อน ๆ หน้าแตกยับไปหมด ฉันจะเอาเรื่องลูกชายคุณให้ถึงที่สุดเลย”
ปรินทร์หันมองหน้าลูกชายคนโตที่ไม่ได้มีร่องรอยแม้แมวขีดข่วน ต่างจากลูกสาวและเด็กที่ตนรับอุปการะซึ่งใบหน้าเขียวช้ำ มุมปากแตกยับมีเลือดซิบก็ต้องกัดกรามแน่น
ตั้งแต่ลูกสาวของเขาเกิดมา แม้เธอจะดื้อแสนดื้อแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยตีหรือทำให้ลูกรักเจ็บตัวสักแอะ แต่ไอ้เด็กเกเรนั่นมันเป็นใคร ถึงกล้าทำลูกรักของเขาได้ขนาดนี้ แถมคนเป็นแม่ยังให้ท้าย ถึงว่าลูกชายตัวโตถึงมีนิสัยเกเรผิดกับเด็กคนอื่น ๆ ที่มีฐานะทางบ้านร่ำรวย
“คงได้มีเรื่องกันเหมือนกันครับ เพราะผมเองก็ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกสาวและหลานของผมฟรี ๆ”
ดวงตาคมกริบวาบลึกจนน่าขนลุกทำเอาแม่ของเด็กเกเรชะงักไป แต่ก็ยังโวยวายร้องขอความเป็นธรรมจากครูปกครอง
“ฉันไม่ยอมนะคะ ยังไงทางโรงเรียนก็ต้องไล่เด็กเกเรออก”
“ทางโรงเรียนมีมาตรการลงโทษเด็กเกเรที่ชอบสร้างปัญหาอยู่แล้วครับคุณแม่ ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ตอนนี้ขอทางโรงเรียนสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นจากนักเรียนทั้งสองฝ่ายก่อนนะครับ เรื่องราวมันเป็นยังไง ใครจะบอกความจริงกับครูได้บ้าง”
“ปายเล่าเองค่ะ ปายกินข้าวเที่ยงเสร็จก็เดินตามหาดิน ปายกลัวจะมีเรื่องเพราะโจอี้ชอบทำร้ายเด็กไม่มีทางสู้ ดินเองก็โดนโจอี้แกล้งประจำและปายก็ไปช่วยประจำค่ะ วันนี้ปายเจอโจอี้เอากบมาแกล้งดิน ปายเลยเข้าไปช่วย ก็เลยมีเรื่องกับโจอี้ แล้วโจอี้ก็ไปพาเพื่อนมารุมปายกับดิน สภาพก็อย่างที่เห็นค่ะ ปายกับดินอาจจะสลบคามือพวกเขาก็ได้ถ้าพี่แปงไม่เข้ามาช่วย”
“ไม่จริง ลูกฉันไม่ใช่เด็กเกเร นี่เด็กคนนี้หัดโกหกตั้งแต่เด็กเชียวหรือ”
ดวงตาที่ตกแต่งอย่างสวยงามถลึงมองเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียวในห้องอย่างดูถูก
“ใจเย็นครับ เรื่องราวเป็นยังไงโจอี้ เล่าให้ครูฟังหน่อยสิ”
“เอ่อ คือ คือผมกับเพื่อนนั่งเล่นอยู่ ไอ้ขี้ดินมันก็เข้ามาหาเรื่อง เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ก็นิสัยไม่ดีแบบนี้แหละครับ ผมทนไม่ไหวเลยทะเลาะกัน ปายเดินเข้ามาก็ทำร้ายผม ผมกับเพื่อนก็เลยโกรธ เราเลยทะเลาะกันครับ”
“ไม่จริง โจอี้โกหก ปายกับดินไม่ได้ทำแบบนั้น”
“ฉันเชื่อลูกฉันค่ะ ทางโรงเรียนต้องจัดการเด็กโกหกให้ฉันนะคะ ไล่ออกให้หมดเลยค่ะ”
“ผมก็เชื่อลูกสาวผมเหมือนกัน หวังว่าถ้าหาข้อเท็จจริงได้ ทางโรงเรียนจะจัดการให้ผมนะครับ เพราะผู้ปกครองทุกคนคงไม่พอใจที่ลูกต้องเรียนร่วมกับเด็กเกเร”
“ใจเย็น ๆ ครับ ผมจะให้ความยุติธรรมกับเด็กทั้งสองฝ่ายแน่นอน เพราะบริเวณนั้นมีกล้องครับ ตอนนี้ทางฝ่ายเทคนิคส่งไฟล์มาให้ผมแล้ว ผมว่าเรามาเปิดดูพร้อมกันเลยดีกว่า”
โจอี้และกลุ่มเพื่อหน้าซีดเผือด แต่ปราลีกลับเหยียดยิ้มเยาะแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างเป็นต่อ
แล้วความจริงก็ปรากฏแก่สายตาทุกคน ภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอฟ้องว่าโจอี้โกหกและปราลีพูดความจริง
“ทีนี้ทางโรงเรียนจะจัดการกับเด็กกลุ่มนี้ให้ผมยังไงครับ ลูกสาวกับหลานของผมไม่ผิด อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก หลานผมถูกรังแกด้วยเด็กกลุ่มนี้มาหลายครั้งแล้ว ผมไม่อยากให้เด็กคนไหนต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีก ผมคงไม่สบายใจที่จะให้ลูกหลานของผมเรียนที่นี่ เงินสนับสนุนรายปีที่ผมจ่ายก็คงจะจบสิ้นกันถ้าผมต้องพาเด็ก ๆ ออกไปเรียนที่อื่น”
“คุณปรินทร์ ใจเย็น ๆ ครับ ทางโรงเรียนจะจัดการเรื่องนี้ให้อย่างดีที่สุด จะไม่ให้มีเด็กคนไหนต้องถูกรังแกอีกแล้วครับ”
หลังจากที่ทางโรงเรียนจัดการเด็กเกเรด้วยการทำทัณฑ์บนขั้นเด็ดขาด โจอี้ก็สลดลงไปเยอะ ไม่กล้ารังแกใครแรง ๆ อีก และเรื่องในคราวนั้นก็ยิ่งทำให้เด็กกำพร้าอย่างเขาเทิดทูนปราลีจนหมดหัวใจ
ดวงตาคมกริบฉายแววหวานมองใบหน้างดงามของท่านรองประธานสาวอยู่นาน ก่อนจะชะงักเสมองไปทางอื่นเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นจากแฟ้ม
