บทที่ 4 มีขอบเขต
ตอนที่4 มีขอบเขต
อัคนี
ผมไขห้องเด็กน้อยเข้ามาก่อนจะเดินไปหาเธอที่เตียงแล้วเห็นใบหน้าเล็กที่หลับไปทั้งน้ำตาอยู่บนเตียง ผมช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มก่อนจะพาเดินกลับเข้าห้องของผม ที่เป็นห้องของเราที่นอนด้วยกันทุกคืน และไม่ลืมเช็ดตัวเช็ดหน้าให้กับเธออย่างอ่อนโยน
ส่วนเรื่องของธารา ผมไม่ได้ประชดเธอ เพียงแต่ตอนนั้นธาราโทรมาคุยเรื่องสำคัญกับผมจริงๆ ผมกับธาราเรารู้จักกันมานานมาก และสนิทกันมากด้วย และผมกับเธอก็ทำงานด้วยกันอยู่ เริ่มทำตั้งแต่เด็กน้อยตรงหน้ายังไม่รู้จักความรักเลยด้วยซ้ำ จนโตมาที่เธอรู้เรื่องมากขึ้น แสดงออกเป็น นั่นทำให้เธอแสดงความเป็นเจ้าของของผมต่อหน้าธาราตลอด และมักจะเป็นเด็กก้าวร้าวใส่ธาราเสมอ
ซึ่งผมก็ดุเธอประจำนั่นแหละเพราะธาราอายุมากกว่าเธอหลายปี จนเป็นเรื่องที่ทำให้เธอน้อยใจและโกรธตลอด แต่พอดุแล้วสิ่งที่ได้รับกลับมาก็ทำนองนี้
ประท้วงไม่กินข้าว ไม่พูดกับผม ประชดประชัน ร้องไห้ ผมก็ได้แต่อธิบายเหตุผลให้เธอฟัง ว่าระหว่างผมกับธารามันไม่ได้มีอะไรจริงๆ และไม่มีทางมีด้วย แต่เด็กน้อยก็คือเด็กน้อย แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวยังไม่เป็น และเลือกใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ทำให้คุยกันเรื่องนี้ไม่เคยรู้เรื่องเลยสักที
แต่ถ้าจะให้ผมเลิกติดต่อกับธารา ผมก็ทำไม่ได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่แค่ธาราหรอก คนอื่นที่ทำงานด้วยกันก็ตามผมก็คงไม่ทำแบบนั้น มันไม่ใช่เหตุผล และเด็กน้อยข้างหน้าต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับและแยกแยะให้ได้
เมียก็ส่วนเมีย งานก็ส่วนงาน มันจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ วันหนึ่งถ้าเธอโตกว่านี้ก็คงเข้าใจ ว่าเธอจะให้ผมเลือกทำงานกับคนที่เธอถูกใจอย่างเดียวมันเป็นไปไม่ได้ ที่สำคัญธาราก็ไม่ใช่คนที่จะยอมคนด้วย แต่เธอเว้นนิลลาไว้คนหนึ่งเพราะเห็นแก่ผม เห็นว่านิลลาไม่รู้อะไร แต่ผมก็กลัวว่าวันหนึ่งธาราจะทนไม่ไหวแล้วเผลอสั่งสอนเด็กน้อยของผมโดยที่ผมไม่ตั้งตัวเหมือนกันนั่นแหละ
“เฮียพูดไม่เคยฟัง พอแบบนี้ก็มาโกรธ” ผมอดต่อว่าคนหลับแล้วบีบจมูกเล็กไม่ได้กับความดื้อรั้นเอาแต่ใจของเธอ
ก็อย่างที่บอก ทีตัวเองยกเหตุผลสารพัดมาอ้างว่าเป็นรุ่นพี่ เคยช่วยงาน บริสุทธิ์ใจ แต่พอผมยกเหตุผลเรื่องงานกลับไปบ้าง กลับไม่เคยคิดฟังหรือเข้าใจ แล้วมาโกรธร้องไห้แบบนี้
เมื่อจัดการนิลลาเสร็จ ผมก็ลุกขึ้นไปจัดการตัวเองต่อ ก่อนจะกลับมานอนกอดร่างเล็กเหมือนกับทุกๆ คืนที่ผ่านมา
นิลลา
“อื้อ!” ฉันร้องออกมาด้วยความอึดอัดเหมือนกับถูกรัดจนหายใจแทบไม่ออก ก่อนจะพยายามลืมตาขึ้นมาก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นมือหนาที่ฉันจำได้ทันทีว่าใคร
พอย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ฉันก็จำได้ว่าฉันโกรธเฮียเรื่องอะไร ก่อนจะหนีกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง แต่เฮียก็คงจะไขกุญแจเข้าไปอีกตามเคยแล้วพาฉันกลับมานอนที่ห้องของเขาอย่างเอาแต่ใจ แต่การกระทำนี้ของเขา ฉันบอกเลยว่าฉันไม่หายโกรธหรอก
“ปล่อย!” ฉันรู้ว่าเฮียตื่นแล้วจึงพูดขึ้นเสียงห้วน
เขานะรู้สึกตัวง่ายมาก และส่วนมากเขาจะตื่นก่อนฉันอีก แน่นอนว่าที่ฉันขยับตัวเมื่อกี้เขาก็รู้สึกตัวแล้ว เพียงแต่เขายังหลับตานิ่งเหมือนตัวเองยังไม่ตื่นก็เท่านั้น
“โวยวายอะไรแต่เช้า” เฮียถามขึ้นแล้วกอดฉันไว้แน่นกว่าเดิมอย่างไม่ฟังกัน
“ไม่อยากให้กอด!” ฉันตอบกลับไปห้วนๆ เหมือนเดิมแล้วพยายามยกแขนแกร่งของเฮียออกจากตัวเอง แต่แรงของเขาเยอะกว่ามาก เลยสู้ไม่ได้สักนิด
“พูดให้ดีๆ” เฮียพูดเสียงนิ่งเข้มออกมาเป็นการดุ และมันก็ทำให้ฉันตกใจนิดหน่อย
ถึงแม้ตั้งแต่ฉันจำความได้ที่มาอยู่กับเฮีย เฮียตามใจฉันมากเกือบทุกเรื่อง แต่เขาก็มีขอบเขตของเขาอยู่เสมอ เพราะเวลาเขาโกรธ โมโหขึ้นมา เขาน่ากลัวมากๆ มากกว่าการที่ฉันต้องไปอยู่ในกรงกับเสือตัวเป็นๆ เลยก็ว่าได้ ฉันไม่ได้พูดเว่อร์นะ เพราะอย่างน้อยอยู่ต่อหน้าเสือ มันก็ขย่ำจนเราเจ็บแล้วก็ตายไปง่ายๆ เลย
แต่กับเฮียไม่ใช่แบบนั้น เพราะเฮียไม่ทำให้เราตาย แต่จะทำให้เราเจ็บปางตาย แล้วก็ทรมานไปเรื่อยๆ แทน
และที่ฉันพูดได้ ก็เพราะว่าฉันเคยโดนมาแล้ว เพียงแต่มันคนละวิธีกับที่เฮียใช้กับคนอื่น เพราะกับฉัน เฮียจะลงโทษบนเตียงจนฉันลงจากเตียงไม่ได้เกือบอาทิตย์ ขังมาแล้วก็ยังมี ส่วนกับคนอื่นๆ พวกลูกน้องเขาหรือคนที่เล่นสกปรกกับเขา ฉันได้ยินมาว่าตายทั้งเป็น แต่วิธีการฉันก็ไม่รู้เท่าไหร่หรอก เพราะเฮียจะไม่ให้ฉันยุ่งเรื่องแบบนี้ของเขาเลย
แต่ฉันก็เชื่อแหละว่าเฮียทำได้จริงๆ เพราะขนาดกับฉันที่เขาตามใจ ใจดีมากๆ และบอกว่ารักฉันที่สุด เขายังเคยจับฉันขังห้องเก็บของตอนที่ฉันไปดูหนังกับเพื่อนผู้ชายสองคน(ตอนนั้นยังไม่เป็นเมียเฮียนะ) เพราะเฮียห้ามตลอดแหละเรื่องผู้ชาย แต่ฉันก็ไม่ได้คิดอะไร และคิดว่านิดๆ หน่อยๆ เฮียคงไม่รู้และไม่ดุมากนัก แต่สุดท้ายก็รู้ตลอดทุกเรื่องเหมือนตามติดฉันอ่ะ
นั่นแหละ ทำให้ถึงแม้ว่าฉันจะดื้อกับเฮียแค่ไหน ฉันก็ยังไม่กล้ามากพอเท่าไหร่ และยังคงไม่แข็งกระด้างเกินไป เว้นแต่เป็นเรื่องของผู้หญิงคนนั้น เป็นเรื่องเดียวที่ฉันกล้าโกรธเฮียจริงๆ โกรธมากๆ และโกรธทุกครั้ง
แต่เฮียก็ยังคงคบกับเธออยู่ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญเท่ากับผู้หญิงคนนั้น และไม่สำคัญมากพอเฮียเลยไม่ทำอย่างที่ฉันต้องการ
“นิลมีเรียน” ฉันพูดขึ้นเสียงเรียบนิ่งติดไปทางเหวี่ยงๆ เพราะยิ่งคิดถึงเรื่องผู้หญิงคนนั้น มันก็ยิ่งทำให้ฉันไม่พอใจเป็นทุนเดิมยิ่งไม่พอใจขึ้นมามากกว่าเดิม
พวกคุณไม่รู้หรอกว่าการที่เรารักใครสักคนมากๆ เขาให้ความสำคัญกับเรามาตลอด แต่กลับไปคบกับผู้หญิงที่เราไม่ชอบ และพอขอให้เลิกคบกลับไม่ยอม อีกอย่าง ฉันรู้สึกอิจฉาเธอคนนั่นด้วย เพราะเธอรู้จักเฮียมานานมากๆ นานกว่าฉันอย่างเทียบไม่ได้ เธอเก่งกว่าฉัน โตกว่าฉัน ยิ่งเวลาไปทำงานตอนที่เฮียพาฉันติดไปด้วย ฉันบอกอย่างไม่ปิดบังเลย ว่าเธอสวย เก่ง และดูเหมาะสมกับเฮีย
ต่างจากฉัน ที่ถือว่าเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง อายุก็ห่างจากเฮียตั้งสิบเอ็ดปี ถึงแม้ว่าหน้าเฮียจะยังเหมือนคนยี่สิบกว่าๆ และหล่อมากๆ แต่ยังไงเฮียกับผู้หญิงคนนั้นก็มีความภูมิฐานมากเมื่ออยู่ข้างกัน เวลาไปไหนมาไหนไม่มีใครคิดหรอกว่าฉันเป็นเมียเฮีย ต่างก็คิดว่าฉันเป็นน้องสาวหรือหลานของเฮียทั้งนั้น ส่วนคนรักของเฮีย ก็คือผู้หญิงคนนั้น
ที่สำคัญกว่านั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันมั่นใจว่าเธอชอบเฮีย
