บทที่ 6 คิดเองเออเอง

ตอนที่6 คิดเองเออเอง

อัคนี

ที่พูดไปไม่ฟังกันเลยสินะ ถึงได้มานั่งกินข้าวกับมันแล้วหัวเราะอย่างมีความสุขแบบนี้ ที่เคยเจ็บตัวไม่จำเลยสักนิดเลยงั้นสินะ ถึงได้กล้าสิ่งที่สั่งห้ามทำมันซ้ำๆ ไม่หยุดแบบนี้

“ไฟ” ธาราเรียกผมเพื่อรั้งให้ผมใจเย็นกับสิ่งที่เธอก็เห็นเหมือนกัน

“.....” ผมไม่ได้ตอบ แต่มองหน้าธาราอย่างรู้กัน ก่อนจะเดินเข้าไปในร้านแล้วกระชากแขนเล็กนั่นให้ลุกขึ้นโดยไม่พูดอะไร และไม่ลืมหันไปมองหน้าไอ้เหี้ยนั่นที่มันดูไม่พอใจที่เห็นผม

“ปล่อยนิลนะ!” แล้วเด็กดื้อก็พยายามสะบัดแขนออกจากผมด้วยท่าทางไม่พอใจทันที มันยิ่งทำให้ผมโมโหที่เธอกล้าทำแบบนี้กับผมต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะไอ้นี่

“ผมว่าคุณไม่ควรทำรุนแรงกับนิลแบบนี้” แล้วแน่นอนว่าก็ได้โอกาสให้มันได้เล่นบทพระเอกขี่ม้าขาวตลอดนั่นแหละ

“หุบปาก!” ผมกดเสียงต่ำใส่มันออกไปอย่างรำคาญทันที

“เฮียนั่นแหละที่ต้องหยุด!” แล้วก็เป็นนิลลาที่พูดอย่างดื้อรั้นใส่ผมอย่างไม่สำนึกสักนิด

“.....” ทำให้ผมปรายตาไปมองเธออีกครั้งด้วยความดุดันอย่างยากจะควบคุมตัวเอง และเห็นเธอสะดุ้งนิดหน่อย เพราะผมรู้ว่าสายตาของผมตอนนี้สามารถเผาเธอทั้งเป็นได้

ก่อนเธอจะกลับมาทำตัวปกติเหมือนเดิม ผมไม่พูดอะไร ก่อนจะควักแบงค์พันในกระเป๋าสามใบออกมาแล้ววางที่โต๊ะแล้วลากนิลลาออกมาทันทีอย่างไม่สนสายตาใครหรืออะไรทั้งนั้น

คนของผมผมเลี้ยงเองได้ไม่ต้องให้ใครมาเลี้ยงให้เป็นบุญคุณกันอีก ส่วนนิลลาตอนนี้ก็ทั้งยื้อตัว ทั้งพยายามแกะมือผมออกอย่างต่อต้าน แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะเธอสู้แรงผมไม่ได้อยู่แล้ว

“ปล่อยนิลนะ!” เสียงเล็กเหวี่ยงขึ้นอย่างดื้อรั้นไม่หยุด

“อย่าให้ต้องอุ้ม!” ผมหันไปกดเสียงใส่เธอทันทีหลังจากเริ่มจะมากเรื่องเกินไปจนแทบทนไม่ไหว จนทำให้เธอยอมที่จะเดินตามแรงลากของผมมาดีๆ

ส่วนธาราตอนนี้ก็กลับไปแล้ว ผมกับเธอมาพบลูกค้าที่นี่และเรามากันคนละคัน เพราะก่อนมาเราก็อยู่กันคนล่ะที่ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปรับกันไปๆ มาๆ เพราะธาราเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องให้ใครช่วยตลอดเวลา ติดจะทำอะไรเองมากกว่า

นิลลา

ฉันถูกลากอย่างแรงตั้งแต่ออกจากร้านอาหาร พอมาถึงรถฉันก็ถูกดันเข้าไปอย่างแรงโดยที่เฮียไม่สนใจว่าฉันจะเจ็บหรือเปล่า ทั้งที่ฉันหลุดร้องออกมาบ้างตั้งหลายครั้งแต่เฮียก็ไม่สนใจไม่แม้แต่จะถามหรือถนอมฉันลงกว่าเดิม ก่อนจะเดินไปขึ้นประจำที่ตัวเองแล้วขับรถออกมาด้วยความเร็วทันที จนถึงบ้านของเรา

แล้วเฮียก็ลากฉันลงจากรถในทันทีอย่างไม่คิดให้ฉันหนีได้ก่อน พาขึ้นมาที่ห้องของฉันก่อนจะปิดประตูอย่างดัง ซึ่งมันก็ทำให้ความกลัวของฉันปะทุขึ้นอีกครั้งหลังได้เห็นสายตาเฮียชัดๆ ที่มันไม่ต่างจากตอนอยู่ร้านอาหารเลย

“ฮะ...เฮียจะทำอะไร” ฉันถามขึ้นอย่างไม่ไว้ใจพร้อมกับก้าวถอยหลังด้วยความกลัว เพราะตอนนี้เฮียไปรื้อๆ หาอะไรสักอย่างในตู้ที่ฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ก่อนจะผละออกมาพร้อมกับโซ่อันใหญ่

แน่นอนว่าฉันรู้ชะตาตัวเองทันที เพราะในบ้านมีอุปกรณ์แบบนี้ที่หาได้ทุกที่ โดยเฉพาะห้องของฉันที่เวลาเฮียจะลงโทษมักจะใช้ห้องของฉันนั่นเอง ทำให้มีอุปกรณ์แบบนี้อยู่ตลอด และต่อให้ฉันจะแอบเอามันไปทิ้ง สุดท้ายเฮียก็สามารถหามันมาได้ง่ายๆ ทุกครั้ง และส่วนใหญ่ฉันก็ย้ายตัวเองไปอยู่ห้องใหญ่กับเฮียแล้วไง ไม่ค่อยได้มาห้องนี้นอกจากเวลาโกรธเฮีย ทำให้ไม่ได้สนใจของพวกนี้เท่าไหร่

“เฮียไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับนิลนะ” ฉันพูดออกไปเสียงสั่นอย่างไม่พอใจปนกลัวและไม่ยอมรับ เพราะตอนนี้เฮียกำลังย่างสามขุมมาหาฉัน สายตาแบบนั้น ไม่มีความอบอุ่นของเฮียหลงเหลือเลยสักนิด มีแต่ความน่ากลัว พร้อมจะแผดเผาและฆ่าทำลาย

“อิสระ ไม่ชอบใช่ไหม” นอกจากเฮียไม่คิดหยุดแล้ว เฮียยังถามขึ้นด้วยน้ำเเสียงเย็นเยือกจนฉันอดตัวสั่นไม่ได้

“แล้วเฮียล่ะ เมื่อคืนเฮียก็คุยกับผู้หญิงคนนั้น แล้ววันนี้เฮียยังจะไปห้างกับเธออีก!” ฉันย้อนความผิดเขากลับไปคืนบ้างอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน

คิดว่าฉันโกรธไม่เป็นหรือไง น้อยใจไม่เป็นเหรอ พอไปเห็นแบบนั้นฉันก็รับไม่ได้เหมือนกัน

เพียงแต่ความสามารถของฉันมันทำได้เพียงเลือกจะประชดประชันเฮียอยู่กับพี่ใต้ฝุ่น แต่ถ้าฉันแรงเยอะเหมือนเฮีย ฉันก็คงจะเดินไปกระชากเฮียมาแบบนี้เหมือนกัน ถ้าฉันน่ากลัวเหมือนเฮียฉันก็คงจะไปจัดการผู้หญิงคนนั้นโดยไม่ต้องสนใจเฮียเลยสักนิด

แต่เพราะรู้ว่าตัวเองทำแบบนั้นไม่ได้ ฉันก็เลยเลือกจะนั่งอยู่แบบนั้นทั้งที่รู้ว่าเฮียก็เห็นฉันแล้ว เลือกจะไม่สนใจเฮีย จนกลายเป็นฉันที่เป็นคนผิดเองฝ่ายเดียวแบบนี้

“กรี๊ดด!!! ปล่อยนะ!” ฉันร้องขึ้นหลังจากเฮียจู่โจมเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็วแล้วลากฉันไปที่เตียงก่อนจะจับโซ่วนรอบข้อเท้าฉัน โดยที่เฮียไม่คิดจะแก้ตัวหรืออธิบายการกระทำของตัวเองเลยสักนิดด้วยซ้ำ

“อยู่นิ่ง!ๆ” เฮียตะคอกออกมาเสียงดังเข้มน่ากลัวหลังจากฉันพยายามดิ้นสู้ไม่หยุด พยายามผลักเฮียออกอย่างไม่ยอมแพ้

“ปล่อยนะ! เฮียทำแบบนี้ไม่ได้!” ฉันร้องห้ามว่าให้เขาอย่างไม่พอใจ แต่ทำไมกันบ่ะ แล้วทีเขายังออกไปกับผู้หญิงคนนั้นแบบนั้นได้ ทำไมฉันไม่มีสิทธิ์ลงโทษหรือทำอะไรเขา แล้วทำไมเขาถึงทำอะไรกับฉันก็ได้

“ทำไมจะไม่ได้! วันนี้เธอทำในสิ่งที่ฉันไม่ชอบหลายรอบมากนะ นิลลา” เฮียย้อนกลับมาเสียงดัง ก่อนเฮียพูดขึ้นนิ่งๆ ด้วยคำแทนตัวที่บ่งบอกว่าเฮียเอาจริงและไม่ใจอ่อนหลังจากตรวนฉันด้วยโซ่เสร็จ

และสรรพนามของเฮียที่เปลี่ยนไปแบบนี้ นั่นหมายความว่าเฮียโกรธมาก มากจนไม่มีความปราณีใดๆ ให้ฉันแน่

“ถ้าเฮียจะทำแบบนี้กับนิล เฮียก็ต้องทำตัวของเฮียด้วย! เพราะเฮียก็ไปกับผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน!” ฉันยังคงแย้งกลับไปอย่างไม่ยอมรับความผิดนี้คนเดียว ถึงแม้ว่าจะกลัวแต่ฉันไม่ได้ผิด ฉันเสียใจเพราะเรื่องนี้มามากแล้วเหมือนกัน แต่เฮียก็ยังไม่เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น อ้างแต่งานๆ แล้วก็ไม่สนใจความรู้สึกของฉันเลย

และมันก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉันไม่เลิกยุ่งกับพี่ใต้ฝุ่นเหมือนกัน ฉันไม่ได้ใช้พี่ใต้ฝุ่นเป็นเครื่องมือหรอก และฉันก็เคารพพี่ใต้ฝุ่นเหมือนพี่จริงๆ ถึงแม้ว่าฉันจะกลัวเฮีย และคิดอยู่หลายครั้งว่าฉันจะเลิกติดต่อกับพี่ใต้ฝุ่น แต่พอคิดกลับกันอีกด้าน เฮียก็ไม่เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น เฮียยังอ้างว่านอกจากเฮียกับเธอรู้จักกันมานาน และต้องทำงานด้วยกัน

แน่นอนว่าถ้าเฮียอ้างแบบนั้นได้ ฉันก็จะอ้างพี่ใต้ฝุ่นว่าเป็นรุ่นพี่ของฉันเหมือนกัน ตอนเรียนเราก็สนิทกันเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน จะให้เลิกคบกันด้วยเหตุผลที่ไม่น่าเป็นเหตุผลแบบนี้ก็ไม่คุ้มกับความสัมพันธ์ดีๆ

ใช่ อย่างแรกฉันคิดแบบนั้นจริงๆ แต่อย่างที่สองก็เพื่อทำแบบนี้ต่อเฮียนั่นแหละ ถึงแม้ว่ามันไม่เป็นผลดีกับฉัน แต่ฉันก็อยากให้เฮียรู้สึกอย่างที่ฉันรู้สึกบ้าง

“ฉันบอกไปกี่ครั้งแล้ว ว่าฉันกับธาราทำงานด้วยกัน!” เฮียยังคงกัดฟันพูดออกมาเสียงเข้มน่ากลัว ตอกย้ำสถานะของตัวเองกับผู้หญิงคนนั้นออกมาเหมือนบริสุทธิ์ใจจริงๆ เป็นฉันเองที่งี่เง่าไม่เชื่อ

แต่กลับกันพอเป็นฉันกับพี่ใต้ฝุ่น ก็ยังคงเป็นฉันเองที่ดื้อด้านไม่ฟังเขาทั้งที่บอกว่าเป็นแค่พี่น้องด้วยซ้ำ

“เฮียก็อ้างแต่งานตลอด!” ฉันตะคอกกลับอย่างไม่ยอมรับคำพูดนั้นของเฮียเหมือนที่เฮียไม่เคยยอมรับฟังฉันนั่นแหละ

อีกอย่างถ้าเป็นเรื่องงานจริงมันจะหาคนอื่นทำแทนไม่ได้หรือไง คนของเฮียก็มีเยอะแยะ ให้เขารับผิดชอบส่วนนั้นแทนเฮียไม่ได้หรือไง แต่ทำไมต้องเป็นตัวเองทุกครั้งที่ไปทำงานใกล้และร่วมกับผู้หญิงคนนั้นเสมอ

“ตอนนี้เธอโตแล้วนะนิลลา หัดมีเหตุผลบ้าง!” เฮียท้าวเอวมองฉันด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดขึ้นเหมือนกับฉันเป็นคนผิด ตอกย้ำว่าเรื่องนี้ยังเป็นเองที่พูดไม่รู้เรื่อง

และคำพูดของเฮียมันเหมือนกับยิ่งตอกย้ำให้รู้ ว่าฉันกับเขามีช่องว่างระหว่างความคิดที่ต่างกันอย่างเทียบกับผู้หญิงอีกคนไม่ได้

“นิลก็ไม่เคยมีเหตุผลเลยนี่คะ ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนนั้นของเฮียนี่” สุดท้ายฉันก็ประชดประชันเฮียกลับไป แต่ยิ่งเขาพูดแบบนี้มันยิ่งทำให้เห็นความชัดว่าฉันกับผู้หญิงคนนั้น เทียบกันไม่ได้

“เลิกเอาคนอื่นมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แล้ว! เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น มันมาจากตัวเธอคนเดียวนิลลา” แต่เฮียกลับไม่รู้สึกผิดหรือสำนึกสึกนิด ตอกย้ำความผิดนั้นมาใส่ฉันอย่างไม่ยอมง่ายๆ ยืนยันว่าฉันผิดเองจริงๆ

“ถ้านิลไม่ดีขนาดนั้นก็ไม่ต้องมายุ่งกับนิลสิ! เลิกกับนิลไปเลย! แล้วก็ไปคบกับคนมีเหตุผลอย่างที่เฮียต้องการเลย!” แล้วฉันที่ทนไม่ไหวก็พูดสิ่งที่ไม่ได้คิดอยากทำออกมาเลยสักนิด แต่ความน้อยใจที่เขาทำเหมือนฉันไม่ได้เรื่องพวกนี้มันทำให้ฉันน้อยใจจนตั้งคำถามว่าทำไมเขาไม่ทิ้งฉันไปเลยล่ะ

จะว่าฉันงี่เง่าก็ได้ แต่ยิ่งเฮียว่าฉันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้ฉันรับไม่ได้ และน้อยใจตัวเองมากกว่าเดิม

“นิลลา!” เฮียได้ยินแบบนั้นก็ตะคอกใส่ฉันเสียงดังพร้อมกับเข้ามาบีบต้นแขนของฉันอย่างแรง

“ฮืออออ!!!” ฉันร้องไห้ออกมาอย่างทำอะไรไม่ได้เพราะทั้งเจ็บ ทั้งตกใจ ทั้งน้อยใจ มันปนเปกันไปหมดทุกอย่าง

พูดอะไรไปก็ยังเป็นฉันที่ผิด เถียงอะไรไปก็เป็นฉันที่งี่เง่า ทั้งที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันเหมือนกัน ฉันกับผู้ชายคนอื่น เขากับผู้หญิงอีกคน แต่ก็มีแค่ฉันคนเดียวที่ถูกลงโทษ

“เลิกร้องไห้แล้วหัดใช้ความคิดให้มากกว่านี้! ฉันกับธาราไม่ได้คิดอะไรกันและทำงานด้วยกัน ถ้ามีงานฉันไม่ไปกับธารา จะให้ฉันไปกับเธอหรือไง!...”

“แล้วเธอล่ะ เธอกับไอ้เหี้ยนั่นมันมีเหตุผลอะไรที่ต้องนัดเจอกัน มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปกินข้าวด้วยกัน!” แต่น้ำตาของฉันก็ไม่ได้ทำให้เฮียสงสารเห็นใจเลยสักนิด ยังคงถามออกมาเสียงดุดันด้วยคำพูดตำหนิกันไม่หยุด

แต่ยิ่งเฮียถามออกมาเท่าไหร่ เฮียก็ยิ่งบีบฉันมากขึ้นเท่านั้น พร้อมกับโยนความผิดให้ฉันซ้ำๆ ไม่หยุด

“นิลกับพี่ใต้ฝุ่นก็เป็นพี่น้องกัน เราจะเจอกันไม่ได้หรือไง!” ฉันตะคอกกลับไปเพื่อระบายความเจ็บปวดในใจกลับไปอย่างไม่ยอม

เขาเอาแต่ยืนยันว่าเป็นเพื่อนร่วมงานกับผู้หญิงคนนั้น งั้นเธอกับพี่ใต้ฝุ่นทำไมจะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่ดีต่อกันบ้างไม่ได้

“แต่มันไม่ได้คิดกับเธอแค่พี่น้อง! และมันก็หวังมากกว่านั้น!” แต่เฮียก็ยังหนักแน่นและย้อนกลับมาอย่างมั่นใจในตัวเองตจลอด

“ก็เหมือนกับผู้หญิงคนนั้นของเฮียไง! เฮียรู้ได้ไงว่าเธอหวังกับเฮียแค่เพื่อนกับงาน” ฉันก็แย้งในส่วนความคิดเดิมของตัวเองออกไปใส่เฮียอย่างไม่แพ้เหมือนกัน

มันเหมือนกันหมดทุกอย่างเลย แต่ทำไมเฮียไม่เข้าใจบ้าง แล้วเอาแต่เรียกร้องให้ฉันเชื่อฟังเขาฝ่ายเดียว พอไม่ทำตามก็ผิดและถูกลงโทษแบบนี้ตลอด

“เธอไม่รู้อะไรอย่าคิดเองเออเองดีกว่านิลลา” แล้วเฮียก็พูดออกมาเสียงอ่อนกว่าเดิมแต่ก็ไม่ได้นุ่มเป็นปกติ แต่บอกว่าฉันไม่รู้เหรอ ตลกสิ้นดี

“ก็เหมือนเฮียนั่นแหละ ไม่รู้อะไรก็อย่าตัดสินเอง...”

“เพราะถ้าพี่ใต้ฝุ่นเขายังไม่ได้ปล้ำนิล..”

เพี๊ยะ!

หน้าฉันหันไปตามแรงฟาดปากของเฮียทันทีหลังจากฉันพูดคำนั้นออกไป ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูด แต่ฉันแค่อยากให้เฮียได้รู้ว่าบางทีสิ่งที่เฮียคิดมันอาจไม่จริงก็ได้ เพราะที่ผ่านมาพี่ใต้ฝุ่นก็ไม่เคยทำรุ่มร่ามหรือฉวยโอกาสกับฉันแม้จะมีโอกาสหรือไม่ก็ตาม ไม่งั้นคิดว่าฉันจะกล้าสนิทกับเขาแบบนี้เหรอ

“อย่าพูดจาแบบนี้ให้ได้ยินอีก!” เฮียชี้หน้าว่าเสียงแข็งอย่างดุดันก่อนจะเดินออกไปแล้วปิดประตูเสียงดังไม่แม้แต่จะเป็นห่วงฉันเลยสักนิด

“ฮืออออ!!!” ฉันร้องไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความน้อยใจและเสียใจไปหมดทุกอย่าง

ฉันรู้ว่าฉันอาจจะดื้อด้านไปบ้างและต่อต้านเฮียหลายเรื่อง แต่ที่ฉันดื้อและทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้ก็เพราะเฮียไม่ใช่เหรอ ฉันรักเฮียมาก การที่เฮียสั่งห้ามฉันไม่ให้ยุ่งกับผู้ชายฉันก็ทำได้ แต่ฉันขอแค่ให้เฮียไม่ยุ่งกับผู้หญิงที่ฉันระแวงด้วยเหมือนกัน แต่เฮียก็ไม่คิดจะทำมันให้ฉัน ไม่ว่าฉันจะขอเฮียกี่ครั้ง ทะเลาะกันกี่รอบ แต่สุดท้ายก็ยังเหมือนเดิม เฮียก็ยังไม่เลิกคบกับผู้หญิงคนนั้น

แล้วจะให้ฉันทำยังไง ฉันทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ความสามารถของฉันที่มีต่อเฮีย ก็คงทำประชดเฮียให้เฮียรู้สึก แต่สุดท้ายมันก็เป็นแบบนี้ตลอด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป