บทที่ 8 8

ตลอดหลายวันที่ผ่านมากานต์ธีราจำไม่ได้ว่าตัวเองกินข้าวบ้างหรือเปล่า เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันช่างหนักหนาเหลือเกินสำหรับเธอ นี่ก็ครบอาทิตย์แล้วที่แม่หายไปติดต่อไม่ได้ ความเป็นห่วงตีคู่มากับความน้อยใจเพราะท่านดูไม่เป็นห่วงไม่โทรมาถามไถ่เลย ทั้งที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ท่านก็กล้าทิ้งให้เธอรับเรื่องนี้คนเดียว และวันนี้ต้องให้คำตอบอัคนีแล้วว่าจะรับข้อเสนอที่เขาจะให้ไปทำงานที่บริษัทเขาหรือเปล่า ใจหนึ่งก็อยากไปแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าเขาจะมีแผนอะไรหรือเปล่า

“พ่อคะหนูจะทำยังไงดี ถ้าพ่ออยู่ด้วยหนูคงไม่ว้าเหว่อย่างนี้แน่” กานต์ธีรานั่งมองรูปถ่ายของพ่อแล้วพูดออกมา ระหว่างที่เธอนั่งคิดอะไรเหม่อลอยอยู่คนเดียวเสียงเปิดประตูบ้านก็ดังขึ้น ความระแวงเกิดขึ้นทันทีเธอรีบหันไปมองและต้องถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นใคร

“กลับมาแล้วเหรอคะ” กานต์ธีราร้องทักแม่ที่ดูสดใสผิดกับเธอมาก

“อืม มีอะไรกินบ้างไหมหิวมากเลย” ญาณีพูดและเดินเข้าไปในครัวโดยที่ไม่สนใจถามไถ่ลูกสาวเลยแม้แต่น้อย ทำให้กานต์ธีราเม้มปากแน่นด้วความน้อยใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็เดินตามเข้าไปในครัว

“มีแกงส้มแม่กินได้ไหมเดี๋ยวหนูทอดไข่เจียวเพิ่มให้”

“อืมอะไรก็ได้หิวจะแย่แล้ว” ญาณีพูดแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อรอให้ลูกสาวตักข้าวมาให้

กานต์ธีราตักข้าวและอุ่นแกงส้มให้ร้อน ๆ พร้อมกับทอดไข่เจียวเพิ่มให้แม่เสร็จแล้วก็เอามาวางไว้ให้ที่โต๊ะพร้อมกับนั่งลงตรงข้ามท่าน

“แม่หายไปไหนมาคะตั้งหลายวัน” เธอถามเมื่อเห็นว่าแม่อิ่มแล้วก็พูดเอ่ยขึ้นมาทันที

“ไปธุระบ้านเพื่อนมา” ญาณีตอบ

“ไปธุระเป็นอาทิตย์เลยเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิจะถามมากทำไมคนกลับมาเหนื่อย ๆ ยังจะมาพูดเรื่องไร้สาระอยู่ได้” ญาณีขึ้นเสียงเพื่อกลบเกลื่อนความผิดที่ตัวเองก่อไว้

“เมื่อสามวันก่อนคุณอัคนีเขามาหาแม่ เขาบอกว่าแม่ไปกู้เงินเขามา หนูไม่เคยรู้เลยว่าแม่เอาบ้านไปจำนองไว้ แม่เอาเงินไปทำอะไรมากมายขนาดนั้นคะ” กานต์ธีราตัดสินใจพูดเข้าเรื่องทันทีเพราะรู้ว่าแม่กำลังจะหนี

ญาณีชะงักไปเมื่อรู้ว่าอัคนีมาหาที่บ้านด้วยตัวเอง แถมเขายังบอกเรื่องเงินให้กานต์ธีรารู้อีกด้วย ความลับที่เธอปิดมานานถูกเปิดเผยแล้ว

“หนูขอร้องนะอย่าโกหกกันอีกเลย ที่ผ่านมาแม่ปิดบังหนูเรื่องเงินมาตลอดมันเลยแก้อะไรไม่ทันแล้ว” กานต์ธีรารีบพูดดักทางเพราะกลัวว่าแม่จะพูดโกหกอีก

“ที่แม่หายไปหลายวันเพราะกลัวว่าพวกเจ้าหนี้และนักเลงคุมบ่อนมันมาหาและมาทวงเงิน แม่ไม่บอกอะไรหนูเลยแล้วยังทิ้งให้หนูเผชิญหน้ากับเรื่องนี้ตามลำพัง ถ้าพวกนั้นมันฆ่าหนูตายขึ้นมาจะทำยังไง”

“แล้วตายหรือยังล่ะ!! เป็นลูกมาขึ้นเสียงแบบนี้ได้ยังไงเงินแค่นี้ทำมาเป็นพูดมาก เงินที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กจนโตมันมากขนาดไหน” ญาณีตวาดเสียงดังลั่นบ้านเมื่อถูกต่อว่าและจี้ใจดำ

กานต์ธีราน้ำตาร่วงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของแม่ ทุกครั้งที่เถียงกันท่านจะพูดเรื่องบุญคุณแบบนี้ตลอด แล้วเงินเก็บของเธอที่เอาไปใช้หนี้ให้เขาตั้งไม่รู้เท่าไรทำไมท่านถึงไม่คิดบ้าง

“หนูไม่รู้ว่าแม่เป็นอะไร แต่หนูอยากได้แม่คนเดิมเหมือนตอนที่พ่ออยู่กลับมา” คนเดิมที่กานต์ธีราพูดถึงคือผู้หญิงพูดเพราะใจดีอยู่บ้านทำกับข้าวรอสามีและลูกกลับมา ไม่ใช่ผู้หญิงที่ติดการพนันสร้างหนี้สินเยอะขนาดนี้

ญาณีนึกสะท้อนในใจ แต่รู้ว่าตัวเองเลิกเล่นการพนันไม่ได้และเธอก็เสียนิสัยถ้าเมื่อไรที่เงินในกระเป๋าหร่อยหรอลงจะขวนขวายเพื่อให้ได้มีเงินมา ทำธุรกิจอะไรก็เจ๊งพังไม่เป็นท่าเพราะความไว้ใจและมั่นใจในตัวเองมากเกินไป รู้ว่าตัวเองมีข้อเสียอะไรแต่ไม่สามารถแก้ไขได้

“วันนี้คุณอัคนีเขาจะมาที่บ้านอีกครั้ง แม่ก็คิดหาคำตอบไว้ตอบเขาด้วยแล้วกัน” คำพูดของกานต์ธีราทำให้ญาณีหันขวับไปมองอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบถามออกมา

“เขาจะมาทำอะไรอีก วันนั้นเราไม่ได้บอกเขาหรือไงว่าขอผลัดไปก่อน”

“หนูบอกไปแล้ว แต่เขาจะมาเอาคำตอบเรื่องการใช้หนี้แล้ววันนั้นเขาก็มาเจอลูกน้องของเสี่ยเจ้าของบ่อนที่แม่ไปติดเงินเขาไว้ด้วย” เธอไม่คิดจะบอกแม่ว่าตัวเองเกือบโดนนักเลงพวกนั้นข่มขืนดีที่วันนั้นอัคนีมาช่วยได้ทัน คิดว่าพูดไปท่านคงไม่รู้สึกอะไรป่วยการที่จะพูด

ญาณีหน้าเสียไปเมื่อรู้ว่าอัคนีรู้เรื่องที่เธอเล่นการพนันแล้ว เพราะตอนที่ไปยืมเงินเธอบอกว่าจะเอาไปลงทุนทำร้านอาหารกับเพื่อน แต่ที่จริงเงินส่วนหนึ่งเธอไปลงทุนจริงแต่มันเจ๊งเลยไปยืมอีกก้อนแต่ครั้งนี้เอาไปเล่นการพนันที่บ่อนจนหมด ยังไม่ทันที่ญาณีจะคิดหนีไปไหนเสียงเข้มดุก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว

“สวัสดีครับคุณญาณี ไม่เจอกันนานสบายดีหรือครับ” อัคนีทักทายหญิงวัยกลางคน ที่จริงเขามาถึงได้สักพักและแอบยืนฟังแม่ลูกคุยกันอยู่ พอเห็นท่าทางของญาณีที่เหมือนจะหนีไม่เจอหน้าเขาเลยต้องแสดงตัว

“คะ คุณอัคนี มะ มาตั้งแต่เมื่อไรคะ” ญาณีถามเสียงอึกอัก

“เพิ่งมาถึงครับ พอดีเรียกแล้วแต่ไม่มีใครตอบเลยถือวิสาสะเดินเข้ามาในบ้าน หวังว่าคุณทั้งสองคนจะไม่ว่าอะไร”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป