บทที่ 4 อย่าทิ้งน้ำไป

แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อเช้าวันนี้มีดอกกุหลาบสีชมพูช่อโตเท่าเมื่อวานวางไว้ที่โต๊ะทำงานตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเดินทางมาถึงด้วยซ้ำ

ธารารินเบะปากให้ดอกไม้ชนิดโปรดที่เคยเห็นครั้งใดก็ต้องสูดดมกลิ่นหอมด้วยความหลงใหลทุกครั้งไป ยิ่งอ่านการ์ดยิ่งอยากจะเบะปากมองบน เพราะรู้สึกขยะแขยงผู้ชายมักมากคนนั้นอย่างที่สุด

“ผมขอโทษด้วยที่ครั้งแรกที่เราเจอหน้ากันมันไม่ได้น่าจดจำเท่าไรนัก หวังว่าคุณจะให้โอกาส..ให้ผมได้ทำความรู้จักกับคุณมากกว่านี้ รับรองว่าคุณจะมองผมในแบบใหม่”

“หึ หลงตัวเองจริงนะ รู้ว่าหล่อ รู้ว่ารวย รู้ว่าสาวเยอะ แต่เสียใจ คนอย่างน้ำริน ไม่จำเป็นต้องไปแย่งผู้ชายกับใครย่ะ ลาก่อน อีตาปั้นจั่น”

กุหลาบสีชมพูช่อใหญ่ผู้น่าสงสาร ถูกยัดลงถังขยะเป็นวันที่สอง แต่ความใหญ่โตของมันไม่สามารถลงไปอยู่ในก้นถังได้ จึงเสนอหน้าชูช่อสีชมพูส่งกลิ่นเย้ายวน โดยมีถังขยะเป็นแจกันใบสวยอย่างพอดิบพอดี

ยิ่งเห็นก็ยิ่งหงุดหงิด จึงเรียกแม่บ้านให้นำถุงขยะมาใส่ดอกไม้ช่อนี้ แล้วเอาไปทิ้งให้ไกลๆ สายตาของเธอ

“อ้าว ดอกไม้ยังไม่เหี่ยวเลย ยัยน้ำให้ทิ้งแล้วเหรอ”

“ค่ะ ท่านประธาน”

ทันทีที่แม่บ้านและเลขานุการร่างอวบเดินออกมาจากห้องทำงานของเจ้านายสาวหลังจากเก็บซากช่อดอกไม้ของผู้ชายเจ้าชู้ยักษ์ ก็เจอกับท่านประธานบริษัทผู้เป็นบิดาของเธอที่หน้าห้องพอดี

“ทำไมให้ทิ้ง ใครส่งมาให้ล่ะ”

เขารู้ว่าลูกสาวของเขาเรื่องมาก เลือกเยอะ และเกลียดคนเจ้าชู้ที่สุด แต่ก็ไม่เคยทิ้งดอกไม้ของใครแบบนี้ ส่วนมากจะให้แม่บ้านนำดอกไม้แสนสวยไปจัดแจกันประดับบ้านหรือห้องทำงาน ยิ่งดอกกุหลาบนำเข้าสีชมพูดอกโตช่อใหญ่ยักษ์นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีหวังหอบกลับไปจัดแจกันเอาไว้เต็มห้องนอนแน่ๆ

“เอ่อ ในถุงนี้มีดอกไม้ของคุณเทวาค่ะ ส่งมาให้ทุกวันเป็นเดือนแล้ว แล้วก็ของคุณปัณจธรค่ะ เพิ่งส่งมาวันนี้เป็นวันที่สองค่ะ”

ธารา พยักหน้ารับ ชื่อของชายหนุ่มทั้งสองเขารู้จักดี และทั้งสองคนนี้ต่างส่งคนมาเจรจาขอซื้อที่ดินผืนงามที่ภูเก็ตแต่โดนเขาปฏิเสธกลับไปด้วยเหตุผลเดียวกัน

ก็คงหวังจะจีบลูกสาวเขาให้ติดเพื่อให้เธอยอมขายที่ดินให้ หรือไม่ก็หวังรวบหัวรวบหาง เอาทั้งที่ดินและเอาทั้งลูกสาวเขาทำเมีย

สำหรับเทวา เขารู้กิตติศัพท์ดี ทั้งเจ้าชู้ ใจร้อน บุ่มบ่าม โหดร้าย และมีธุรกิจสีเทาแอบแฝง คงไม่เป็นการดีแน่ถ้าผู้ชายคนนั้นจะจีบลูกสาวของเขาติด

ส่วนอีกคน แม้จะมีข่าวควงดารานางแบบไม่ซ้ำหน้า แต่ต้นตระกูลนี้มีแต่คนดีๆ ขยันทำงาน ฉลาดหลักแหลม และอนาคตไกลกันทุกคน ซึ่งในฐานะผู้ชายด้วยกัน ความเจ้าชู้มันมีกันทุกคน อยู่ที่ว่าจะสามารถหยุดทุกอย่างเอาไว้ได้แค่ไหนถ้าเจอคนที่เป็นตัวจริง และผู้ชายในตระกูลนี้ เมื่อตกลงปลงใจกับใคร ก็จะรักเดียวใจเดียวจนผู้หญิงที่ได้เป็นภรรยากลายเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

มือที่กำลังจะยื่นไปเปิดประตูห้องทำงานของลูกสาว หดกลับมากุมหน้าอก ไอถี่จนตัวโยน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่พื้นแล้วหมดสติไป

“ท่านประธาน ท่านประธานคะ ใครก็ได้ เรียกรถพยาบาลที”

ภาพเพดานสีขาวของโรงพยาบาลพร่าเบลอ ก่อนจะชัดขึ้นเมื่อท่านประธานวัยกลางคนลืมตาตื่นและมีสติเต็มร้อย

“พ่อคะ พ่อฟื้นแล้ว”

คนตัวบางที่เป็นสุดยอดดวงใจโผเข้ากอดเขาแน่น ทั้งยังร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวโยนอย่างน่าสงสาร

ตอนที่ได้ยินเสียงโหวกเหวกหน้าห้อง เมื่อออกมาดูแล้วพบว่าพ่อของตัวเองที่เคยแข็งแรงอยู่เสมอนอนหมดสติ แถมยังมีเลือดไหลออกมาทางปากจากการไออย่างหนัก สติของเธอก็หลุดหายไปในทันที

แถมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่หมอเดินมาบอกผลการวินิจฉัยโรคว่าพ่อเธอเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ซ้ำร้ายร่างกายยังอ่อนแอเกินกว่าจะตอบสนองต่อการรักษา ทำเอาหัวใจของเธอแตกสลายไม่หลงเหลือชิ้นดีอีกต่อไป

ตั้งแต่เธอจำความได้ เธอมีแค่พ่อ แม่ของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เธออายุได้เพียงสองขวบ ในตอนนั้นเธอไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับแม่เลย

ทุกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่จำความได้จนถึงตอนนี้ จึงมีเพียงแค่พ่อเท่านั้น ที่ป้อนข้าว อาบน้ำ กล่อมนอน ถักผมเปียให้เธอไปโรงเรียน อยู่ในทุกช่วงเวลาที่เธอทั้งเจ็บปวดและมีความสุข

แต่วันนี้ กลับมีโรคร้ายที่พร้อมจะพรากชีวิตพ่อไปจากเธอได้ตลอดเวลา ถ้าเธอไม่เหลือพ่ออยู่ข้างกายอีกแล้ว ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร

“น้ำ อย่าร้องไห้ลูก”

เสียงแหบพร่าของคนเป็นพ่อพยายามจะปลอบใจลูก แม้ว่าหัวใจของตัวเองก็แตกสลายไม่เหลือชิ้นดีเหมือนกันก็ตาม

เมื่อสองเดือนก่อนที่เขารู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายที่เคยแข็งแรงเสมอ จึงไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด แล้ววันที่โลกถล่มลงมาตรงหน้าก็คือวันที่เขารู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย และหมอไม่แน่ใจว่าเขาจะตอบสนองต่อการรักษามากแค่ไหน

เขาไม่เคยกลัวความตายหรือเสียดายชีวิต แต่ที่เขาเป็นห่วงและกังวลที่สุดคือลูกสาวเพียงคนเดียวที่เป็นดังชีวิตและลมหายใจของเขา ต่อจากนี้เธอจะอยู่อย่างไรคนเดียวบนโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้

“พ่อทำไมไม่บอกน้ำ น้ำจะได้รีบพาพ่อไปรักษา พ่อไม่ต้องกังวลนะคะ พ่อต้องหาย ต้องอยู่กับน้ำไปนานๆ อย่าทิ้งน้ำไปอีกคนนะคะ”

หยาดน้ำใสๆ ไหลอาบแก้มสาก เขารู้ตัวว่าร่างกายตัวเองมันทรุดลงอย่างรวดเร็วและอยู่ในภาวะย่ำแย่แค่ไหน ไม่มีทางเลยที่เขาจะหาย ไม่มีทางเลยที่เขาจะได้มีชีวิตอยู่ปกป้องลูกรัก

“อย่าร้องไห้ลูก คนเราทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย พ่อไม่อยากให้น้ำเสียใจ ถ้าวันหนึ่งไม่มีพ่อ พ่ออยากเห็นน้ำอยู่ได้อย่างมีความสุข”

“น้ำทำไม่ได้ค่ะ พ่ออย่าไปนะ อย่าทิ้งน้ำไป น้ำขอร้อง”

ภาพพ่อลูกกอดกันร้องไห้ ทำให้แม่บ้านเก่าแก่ของตระกูลที่เลี้ยงดูเธอมาด้วยความรักตั้งแต่เกิดต้องลอบปาดน้ำตา ไม่ต่างจากเลขาสาวอวบซึ่งเป็นเด็กกำพร้าที่ท่านประธานส่งเสียเลี้ยงดูให้การศึกษาจนมีอนาคตที่สดใสในวันนี้ ก็แอบปาดน้ำตาออกจากแก้มด้วยความสะเทือนใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป