บทที่ 10 ชมจันทร์พาเลซ

ชมเนตรสวมชุดที่ใหม่ที่สุดในตู้เสื้อผ้า แต่งหน้าอ่อน ๆ ให้พอดูมีชีวิตชีวา และรีบบึ่งไปยังหอพักของชมจันทร์ ตามเวลานัดหมาย 

เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ‘งาน’ ที่ชมจันทร์หยิบยกขึ้นมาเป็นข้ออ้าง คืองานอะไร งานประเภทไหน แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘งาน’ นั่นก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง และไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยินดีตอบรับอยู่ดี

รถยนต์สีขาวตกรุ่น เคลื่อนเข้ามาจอดภายในอาณาเขตของ ชมจันทร์พาเลซ ธุรกิจของชมจันทร์ที่ก่อตั้งด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ตั้งอยู่พื้นที่ทำเลทอง ห่างจากมหาวิทยาลัยเพียงสามร้อยเมตรเท่านั้น 

ชมเนตรส่องกระจกตรวจดูความเรียบร้อย และความงามของตนเองอีกนิดหน่อย สายตาหันมองเบาะข้างตำแหน่งคนขับ กระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูสีดำขลับวางตั้งอย่างสง่า เพียงแค่ปลายนิ้วแตะสัมผัสลงบนหนังแท้อย่างแผ่วเบา ใจดวงน้อยก็เต้นระส่ำ เพราะเธอไม่รู้เลยว่า ชมเนตรในตอนนี้เหมาะสมกับกระเป๋าใบนี้มากน้อยแค่ไหน เพราะปกติแล้ว กระเป๋าผ้าสีขาวใบใหญ่คืออุปกรณ์ข้างกายที่เธอหยิบใช้อยู่ทุกวัน 

ทอดน่องเดินนวยนาด ไปยังห้องทำงานของชมจันทร์ ที่เคยมาเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปแล้ว หอพักแห่งนี้ก็เติบโตขึ้นกว่าเดิมอยู่มาก จากที่เคยมีเพียงตึกเดียว ตอนนี้ก็งอกมาใหม่อีกตึก พร้อมกับเด็กนักศึกษาทั้งหญิงและชายเข้าออกกันอย่างขวักไขว่

“ชม! ทางนี้” 

ชมเนตรหันมองไปยังต้นเสียง เมื่อเห็นชมจันทร์ หญิงชราร่างเล็ก ผมสีดอกเลาซอยสั้น และโดนเด่นด้วยกลีบปากสีแดงสด ยืนกวักมือเรียกเธออยู่อีกตึกหนึ่ง 

“ค่ะป้าจันทร์” ชมเนตรรีบเร่งฝีเท้าเดินไปหา พร้อมกับยกมือไหว้พี่สาวแม่

“ไม่เจอกันนานเลยนะ” ชมจันทร์ยิ้ม สำรวจเรือนร่างหลานสาว แต่สีหน้าไม่มีบ่งบอกถึงความดีใจหรืออะไรทั้งนั้น “เข้ามาก่อนสิ” 

“ค่ะ”

ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดห้าคูณห้า ตกแต่งอย่างมีสไตล์ และเครื่องใช้สำนักงานครบครัน ชมจันทร์นั่งลงที่โต๊ะทำงานไม้สีเข้ม ส่วนชมเนตรเองก็นั่งลงบนเก้าอี้อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะทำงาน ราวกับการพูดคุยกันครั้งนี้ คือการสัมภาษณ์ก็ไม่ปาน

“สรุปแล้วตอนนี้เป็นแค่แม่บ้านสินะ” ชมจันทร์มองหน้าหลานสาว หลานสุดแกร่งที่เคยบ้าเรียน และบ้างาน แต่พอได้แต่งงานมีครอบครัวตัวตนนั้นก็พลอยหายไปด้วย

“ค่ะ ป้าจันทร์” 

“ดี!” ชมจันทร์ยิ้ม ก่อนจะพูดเรื่องของเธอต่อ “ป้าจะย้ายไปอยู่อเมริกา ป้าไม่อยากขายหอพักนี้ให้ใคร เลยคิดว่าจะให้ชมมาดูแลแทน”

จู่ ๆ หัวใจก็หล่นวูบ มือเท้ารู้สึกชาอย่างฉับพลันเมื่อสิ้นประโยคที่แสนทรงพลังนั่น หรือนี่มันคือโอกาสทอง หรือนี่คือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่พยายามตามหา 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบเดือน ไม่มีวันไหนเลยที่ชมเนตรไม่เข้าเว็บหางาน เธอพยายามหางานที่สอดคล้องกับตัวเอง แต่ไม่ว่าจะร่อนใบสมัครไปเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบงัน

“จริงหรือเปล่าคะ”

“ป้าเคยโกหกชมด้วยเหรอ” 

ชมจันทร์ถามย้อนกลับ ทำเอาชมเนตรสะอึก จุกอยู่ในลำคอ ก่อนจะเป็นฝ่ายเปลี่ยนหัวข้อสนทนา 

“ป้าจันทร์ย้ายไปอยู่กับพี่ทรายเหรอคะ” 

มันก็ไม่แปลกนักหรอก ที่คนเป็นแม่อย่างชมจันทร์จะย้ายไปอยู่กับลูกสาวที่ต่างแดน แต่ก่อนหน้านี้ชมจันทร์เองก็เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่ย้ายไปไหนเด็ดขาด เธอรักเมืองไทย รักประเทศบ้านเกิด และรักหอพักนี้พอ ๆ กับลูกในไส้ 

“อืม อีกสองเดือนทรายก็คลอดลูกแล้ว” ชมจันทร์ยกยิ้มมุมปากด้วยความภูมิใจ ก่อนจะอวดต่อ “ลูกแฝดด้วยนะ” 

ได้ยินแบบนั้นชมเนตรยิ่งอึ้งหนักกว่าเดิม ลูกพี่ลูกน้องของเธอแต่งงานมีครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ 

“ชมไม่เห็นรู้เรื่องเลย ...” 

“บอกไป ชมจะบินไปงานแต่งพี่ทรายที่เมกาหรือยังไงล่ะ ไหนจะลูก ไหนจะผัวอีก” 

ก็จริงอย่างที่ชมจันทร์ว่า แต่อย่างน้อยชมเนตรก็น่าจะได้แสดงความยินดีด้วยสักหน่อย 

“แสดงว่าป้าจันทร์จะไปเลี้ยงหลานอยู่ที่นู่นเหรอคะ” 

ชมจันทร์เหลือบสายตามองหน้าหลานสาว หลานรักที่เคยฟูมฟักเลี้ยงดูมากับมือ และตอนนี้ก็มีอีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงกว่า แต่จะให้พูดออกไปอย่างไรดีล่ะ เรื่องแบบนี้มันต้องพบเจอด้วยตัวเอง

“อืม ประมาณนั้นแหละ ... แล้วงานที่ป้าจะให้แกทำ ก็คือทำแทนป้าทั้งหมด ทุกอย่าง” 

“ทุกอย่าง ...” วันนี้มีแต่เรื่องให้ชวนอึ้ง ไม่รู้จะเอ่ยถาม หรือพูดคำใดก่อน จึงได้แต่ทวนคำพูดของป้าแท้ ๆ อีกครั้ง

“ถ้าตกลง ก็มาฝึกงานกับป้าก่อน พอป้าไม่อยู่แล้ว ชมจะได้ทำเป็น” 

ชมจันทร์ลุกขึ้นเดินไปยังลิ้นชักเก็บเอกสาร แต่หางตากลับแอบสังเกตท่าทีของหลานสาวที่ยังคงนั่งนิ่งตะลึงลาน 

“อยากทำหรือเปล่า” 

“อยากค่ะ อยากทำค่ะ” รีบตอบกลับทันที ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่น่าเป็นห่วงลำดับถัดมา “แต่ชมต้องออกไปรับลูกที่โรงเรียนนะคะ” 

“ก็ไปสิ ป้าเองก็แวบไปแวบมาอยู่ทุกวัน ชมมาแทนป้านะ ไม่ใช่มาเป็นพนักงานธุรการ”

ชมเนตรก้มหน้างุด เม้มริมฝีปากที่กำลังจะฉีกยิ้มไว้แน่น 

“ค่ะ ป้าจันทร์” 

“งั้นพรุ่งนี้ นัดเจอกันสักเก้าโมง ใกล้สิ้นเดือนแบบนี้ งานกำลังชุกเลยล่ะ” 

“ค่ะ” 

รอยยิ้มของชมเนตรทอประกายไปถึงแววตาคู่นั้น การที่ได้มีงานทำ มีเงินใช้ส่วนตัว โดยไม่ต้องแบมือขอสามี คือสิ่งที่เธอต้องการ และที่สำคัญ ภายภาคหน้าเรื่องราวของสามีและสาวปริศนาจะเป็นเช่นไร เธอจะได้เตรียมตั้งรับไว้ทัน ไม่ว่าอย่างไร เธอจะไม่ยอมเสียเฌอชมไปแน่

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ชมขอตัวกลับก่อนนะคะ ต้องไปจ่ายตลาดแล้วก็รับลูกอีก” 

“อืม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป