บทที่ 14 คุณพ่อกับพี่สาวคนสวย
หญิงชราลุกขึ้นจากเก้าอี้ ชี้ไปทางตึกสูงระฟ้าที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปีก่อน
“ชมเห็นคอนโดนั้นไหม”
“ค่ะ” เธอพยักหน้าและลุกขึ้นไปดูที่ผ่านบานหน้าต่าง
“หน้าคอนโดน่ะมีร้านเสริมสวยครบวงจรเลย ทั้งทำผม ทำเล็บเจล สปงสปาอะไรก็มีหมด” ชมจันทร์ไม่พูดเปล่า ยื่นเล็บมือสีกลีบดอกบัวทั้งสิบนิ้วให้หลานสาวดูเป็นหลักฐาน “เนี่ย ป้าก็ไปทำที่นั่นมา ราคาก็ไม่แพง”
“อ๋อค่ะ สวยดีนะคะ”
“ไปสิ เดี๋ยวป้าบอกทางให้”
ชมจันทร์เดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน คว้ามือถือเปิดดูแผนที่และอธิบายซอกซอยให้หลานสาวฟัง อย่างไรเสียมองจากตรงนี้มันก็ดูใกล้กัน แต่ความเป็นจริงแล้วระยะทางระหว่างคอนโดนั่นกับหอพักนี่ห่างกันเกือบโลเลยทีเดียว
“คอนโดนั่นชื่อว่าอะไรเหรอคะ”
“อื่ม ...” ชมจันทร์ย่นคิ้วแน่นราวกับต้องการรีบนึกให้ออก ก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มกว้างเห็นฟันขาวทุกซี่ “ดิ ออริจิ้น คอนโดมิเนี่ยม”
“ค่ะ” ชมพยักหน้า อมยิ้มเล็กน้อย รู้สึกเอะใจอย่างไรชอบกล “ไว้ชมจะลองไปดูนะคะ”
“รีบ ๆ ไปตัดเถอะ อ้อ! หลังห้าโมงน่ะกำลังดี”
ชมเนตรมองตามแผ่นหลังป้าแท้ ๆ ที่เดินอมยิ้มไปยังชั้นเก็บเอกสาร ทำไมหล่อนดูมีพิรุธนัก ปกติแล้วชมจันทร์ไม่ใช่คนจุกจิกอะไรขนาดนั้น แต่วันนี้ดูรบเร้าให้เธอรีบไปตัดผมที่นั่น และยังระบุเวลาไว้อย่างชัดเจน
ไม่หรอก! วันนี้ชมเนตรมีแต่ความคิดวุ่นวายในหัว จึงพาลคิดว่าป้าก็มีท่าทีแปลก ๆ
แต่ ...
ชมจันทร์ไม่ใช่คนนิสัยแบบนี้นะ
รถยนต์สีขาวแล่นเข้ามาจอดที่หน้าโรงเรียนในเวลาสิบห้านาฬิกาสามสิบนาที ชมเนตรลงจากรถเดินไปรับลูกสาวที่หน้าประตู
“น้องเฌอ คุณแม่มาแล้วค่ะ” ครูสาวในชุดยูนิฟอร์มตะโกนและกวักมือเรียกเฌอชมที่นั่งเล่นอยู่ในศาลา
ทันทีที่เด็กตัวน้อยเห็นแม่มารับก็ยิ้มแป้น รีบวิ่งมาหาด้วยความดีใจ
“สวัสดีค่ะ คุณแม่!”
“สวัสดีค่ะ”
ชมเนตรจูงมือลูกสาวเดินกลับไปขึ้นรถยนต์ที่จอดห่างออกไปไม่ไกลนัก แม้ริมฝีปากจะคงรอยยิ้มไว้ แต่เธอกลับติดใจถึงคำพูดของชมจันทร์ ที่ยังคงตามหลอกหลอนอยู่
ถ้าไม่ไปวันนี้ ก็เกรงว่าจะมีเรื่องให้คิดในหัวเพิ่ม
“น้องเฌอคะ คุณแม่ว่าจะไปตัดผม”
เด็กน้อยตะลึง เรือนผมสีดำของแม่นั้นยาวเฟื้อยถึงกลางหลัง หากมันสั้นลงก็นึกเสียดายอยู่ไม่น้อยเลย “คุณแม่อยากตัดผมเหรอคะ?”
“ค่ะ ผมแม่ร่วงทั่วบ้านเลย น้องเฌอก็เห็นนี่คะ”
ในขณะที่ผมของเธอร่วงโรยและจืดชืด แต่เส้นผมสีทองนั่นกลับส่องประกายอยู่ในใจของเธอเอง
“คุณแม่จะไปตัดผมตอนไหนเหรอคะ?”
“หลังห้าโมงค่ะ นัดช่างไว้”
เด็กสาวทำหน้ายู่ราวกับคิดอะไรบางอย่าง “ให้น้องเฌออยู่บ้านรอคุณพ่อเหรอคะ?”
รอ ... รอแล้วเมื่อไหร่จะมากันล่ะ เธอไม่ได้พูดออกไปได้เพียงคิดในใจ
“ไม่ค่ะ ไปกับคุณแม่ได้ไหมคะ แล้วก็ถือโอกาสไปกินข้าวนอกบ้านเลย”
ชมจันทร์ดันระบุเวลาไว้หลังห้าโมงเย็น ซึ่งมันเป็นเวลาที่คนทั่วไปเลิกงานแล้ว ตอนนั้นรถลาคงติดน่าดู และสำหรับเธอมันก็วุ่นวายเอาเรื่อง เพราะต้องหอบเฌอชมไปด้วย และเธอก็คิดว่าคนเป็นพ่อคงไม่กลับบ้านตรงเวลาหรอก
“ได้ค่ะ”
ชมเนตรยอมขับรถวนไปวนมาจากโรงเรียนไปบ้าน และจากบ้านกลับไปแถวคอนโดนั่น เพื่อให้หายค้างคาใจ กว่าจะวนหาที่จอดรถที่ใกล้ที่สุดได้ เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงห้าโมงสิบนาที
แถวนี้มีของกินเพียบ ทั้งสตรีทฟู้ด อาหารตามสั่ง และร้านสะดวกซื้อ สองแม่ลูกจึงแวะไปตุนเสบียงสักหน่อย เพราะชมเนตรเกรงว่าในขณะที่ปล่อยให้ลูกสาวนั่งรอเธอเสริมสวย จะร้องหิวเสียก่อน
ในที่สุดชมเนตรก็เปิดประตูกระจกใส ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน พนักงานและช่างต่างต้อนรับเธออย่างดีเยี่ยม
เธอบอกความต้องการ และช่างก็แนะนำทรงผมใหม่ที่เข้ากับบุคลิกของเธอ ส่วนเฌอชมก็นั่งรอบนโซฟา หยิบตุ๊กตาตัวโปรดมากอด หยิบขนมมากิน นั่งเล่นรอตามลำพัง
เฌอชมมองแม่ที่เพิ่งสระผมเสร็จ เดินกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้ากระจกบานใหญ่ แม่ส่งยิ้มหวานมาให้ เธอยิ้มตอบกลับไป สายตาเด็กน้อยสอดส่องไปทั่วร้าน เหล่าพี่พนักงานใจดีแวะมาทักทายจนไม่รู้สึกเหงา ก่อนจะสาดสายตามองออกไปด้านนอก ย่านเมืองนี้ที่เธอเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก
ผู้คนมากมายเดินกันให้ขวักไขว่ ร้านอาหารข้างทางมีคนต่อคิวจำนวนมาก จนบางทีเฌอชมคิดว่าอยากจะอ้อนแม่ให้พาไปกินร้านนี้
พี่สาวคนสวยตัวเล็กผิวขาว กำลังเดินผ่านหน้าร้านทำผม พี่คนนั้นสวยเสียจนเฌอชมไม่อยากละสายตา ตามด้วยชายร่างสูงสวมเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีดำ เหมือนชุดของพ่อยังไงยังงั้น
“คุณพ่อ!”
ไม่ใช่แค่เหมือนแล้วสิ นั่นคือทศวรรษ พ่อของเธอเอง
เฌอชมทิ้งทุกอย่างไว้บนโซฟา ผลักประตูกระจกด้วยพละกำลังที่มี หูดับไปชั่วขณะแม้ว่าชมเนตรจะตะโกนเรียกชื่อลูกสาวสุดเสียง
เด็กตัวน้อยเห็นพ่อเดินอยู่หน้าร้านทำผม เดินเคียงข้างพี่สาวคนสวย จึงรีบวิ่งไปหา
คิดว่าพ่อจะดีใจ
คิดว่าจะได้มานั่งรอแม่ด้วยกัน
“คุณพ่อ!!!” เฌอชมตะโกน สองเท้าเล็ก ๆ ซอยถี่กะว่าจะวิ่งตามให้ทัน
ชายร่างสูงที่คล้ายพ่อนั่น ปรายตาหันมามองเด็กน้อยแวบหนึ่ง ยิ่งได้สบสายตากันยิ่งมั่นใจ ยังไงคนนั้นก็พ่อ ยังไงคนนั้นก็คือทศวรรษ
“คุณพ่อขา!!!”
