บทที่ 7 มีเรื่องจะคุย

นาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาสองทุ่มตรง ยังไม่มีวี่แววของทศวรรษที่จะกลับเข้าบ้านเลยแม้แต่นิด ครั้นจะส่งข้อความไปทักถามสามี เธอก็คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงฉับพลัน

ไม่อยากถาม เกรงจะหาว่าตามผัว

“น้องเฌอคะ เราเข้าห้องกันดีกว่าไหมคะ”

“แต่คุณพ่อยังไม่มาเลยนะคะคุณแม่” เฌอชมปีนโซฟาชะโงกหน้ามองผ่านหน้าต่าง เพ่งมองประตูรั้วและถนนหน้าบ้านที่มืดสลัว ไม่มีแสงไฟของรถยนต์คันใดเลย

“วันนี้คุณพ่อติดประชุมน่ะค่ะ กลับดึกเลย คุณพ่อเพิ่งส่งข้อความมาบอกแม่เมื่อกี้นี่” ชมเนตรแก้ตัวแทนสามีไปแล้ว เพราะเธอต้องการพาลูกเข้านอน ส่วนไอ้คนเป็นพ่อนี่ก็ไม่รู้เวลาเอาเสียเลย

“ประชุมบ่อยจัง ... โตไปน้องเฌอจะไม่ประชุมเด็ดขาด” 

ชมเนตรขำในความไร้เดียงสาของลูกสาว ก่อนจะจูงมือพาเธอเดินเข้าห้องนอนที่ชั้นสองไปอย่างเงียบ ๆ

เธอนั่งอ่านนิทานก่อนนอนให้เด็กหญิงฟังจนผล็อยหลับไปด้วยความเพลีย และเธอก็ค่อย ๆ ปลีกตัวออกมาอย่างเงียบเชียบ ไม่อยากปลุกให้ลูกสาวตื่นมาในค่ำคืนนี้ ไม่อยากให้ลูกเห็น ไม่อยากให้ลูกได้ยิน หากพ่อแม่ต้องมีปากเสียงกัน 

ชมเนตรมีเรื่องจะคุยกับทศวรรษมากมาย

เข็มนาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มครึ่ง เป็นเวลาเดียวกับที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เคลื่อนตัวเข้าโรงจอดรถ และไม่กี่นาทีต่อมาร่างสูงก็ยิ้มแป้นเดินเข้ามาในบ้านตามปกติ

“อ้าว! น้องเฌอนอนแล้วเหรอ”

“ค่ะ ชมเอาลูกนอนแล้ว” ชมเนตรตอบเสียงราบเรียบ ปรายตาสำรวจสามีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่พบสิ่งผิดปกติ มีก็แต่เพียงน้ำหอมกลิ่นใหม่ที่แทรกแซงเข้ามาเล็กน้อย

ทศวรรษคลายเนคไทออก และวางสูทตัวเก่งพาดไว้กับพนักเก้าอี้ แสดงสีหน้าแห่งความอ่อนเพลียออกมา

“วันนี้พี่ไปทานข้าวกับลูกค้ามานะ โทษทีที่ไม่ได้ส่งข้อความมาบอก”

“ปกติแล้วพี่ทศส่งข้อความหาชมด้วยเหรอคะ” คำถามเสียดสีเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จนทำให้อีกฝ่ายชะงักงัน

“ชมโกรธเหรอ ..?” ทศวรรษปรี่มากอดภรรยาเพราะคิดว่าคงงอนตามประสาผู้หญิง “พี่ขอโทษนะ ต่อไปนี้พี่ไปไหน กลับกี่โมงพี่จะบอก”

ระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเป็นศูนย์ ชมเนตรหลับตาลงและข่มอารมณ์ไว้ เพราะกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงกำลังตีอวนขึ้นมาจนทำให้เธอใจสั่น

“ค่ะ” เธอตอบรับส่งเดช ถ้าขืนพูดมากอีกนิดเดียวเรื่องทุกอย่างที่อยู่ในใจจะปะทุออก วันนี้จะยังไม่พูดเรื่อง ‘ผู้หญิง’ คนนั้นออกมา

“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ ชมก็ขึ้นห้องนอนด้วยกันสิ” 

“ชมมีเรื่องจะคุยกับพี่ทศนิดนึงด้วยน่ะค่ะ” 

ทศวรรษที่กำลังหมุนเท้าเตรียมเดินไปทางบันได ต้องหมุนกลับมานั่งลงที่โซฟาตามเดิม เขาพยายามยิ้มหวานและทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี

“อะไรเหรอ”

“น้องเฌอโตแล้ว ชมว่าจะกลับไปทำงานค่ะ” 

ค่ำคืนนี้คือเรื่องนี้ที่ชมเนตรอยากจะพูดมากที่สุด เธอไม่อยากเป็นแม่บ้านดูแลลูกและสามีอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว 

การที่ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ส่วนตัว สำหรับเธอนั้นกลายเป็นคนที่ไม่มีค่ายิ่งกว่าอะไร และอีกเหตุผลหนึ่งที่ผลักดันให้ความคิดเรื่องการทำงานดูมีน้ำหนักมากขึ้น 

เพราะสามีของเธอ อาจจะ กำลังนอกใจ

รอยยิ้มน้อย ๆ ของทศวรรษค่อย ๆ คลายลงจนริมฝีปากของเขาเหยียดตรงเมื่อสิ้นประโยคของภรรยา

“ชม! แล้วใครจะไปรับลูก! ชมคิดว่าจะโยนหน้าที่รับส่งลูกให้พี่อย่างนั้นเหรอ”

เธอลืมคิดเรื่องรับส่งลูกไปโดยปริยาย เพราะมัวแต่คิดถึงรายได้ที่จะหลั่งไหลเข้ามาในส่วนของตัวเอง และนี่กลายเป็นช่องว่างให้สามีโจมตีด้วยวาจา

“เรื่องนั้นชมคิดว่าหาทางออกได้ค่ะ ใช่ว่าชมจะได้งานทำในเร็ววันนี้เสียหน่อย” 

“ไม่เอาหรอกนะ ถ้าจะต้องให้คนอื่นรับส่งลูก พี่ไม่ไว้ใจ” ทศวรรษฮึดฮัดฉุนเฉียวทันที 

“แล้วพี่ทศจะให้ชมอยู่รับส่งลูกถึงเมื่อไหร่เหรอคะ ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่เอา” 

ทศวรรษเบือนหน้าหนีเสมองไปทางอื่น เขาไม่อยากให้ภรรยาทำงานเลยจริง ๆ อยากให้เธออยู่แต่บ้าน อยู่แค่บ้านเท่านั้น

“แล้วชมอยากจะกลับไปทำงานทำไมล่ะ อายุปูนนี้แล้วใครจะรับเข้าทำงาน แล้วดูสารรูปตัวเองด้วยสิ” ทศวรรษไล่สายตามองภรรยาหัวจรดเท้า 

คำพูดของสามีเฉียดคมราวกับมีดเล่มหนึ่งที่เชือดเฉือนหัวใจจนพังยับเยิน เรื่องอายุน่ะ เธอพอรับได้ แต่คำว่า ‘สารรูป’ ที่เอ่ยออกมาพร้อมแววตาเหยียดหยันนั่นเธอรับไม่ได้จริง ๆ

“ชมอายุตั้งสามสิบสามแล้ว ใครจะรับเข้าทำงาน ประสบการณ์ก็น้อยนิด เป็นแม่บ้านนี่มันไม่ดีตรงไหน ชมไม่เห็นจะเหนื่อยอะไรเลย” 

มือเรียวกำแน่น อยากจะกระแทกใส่หน้าสามีสักหมัดสองหมัด แต่ทำได้แค่ในความคิดเท่านั้น 

“แล้วใครกันที่ทำให้ชมเป็นแบบนี้!” หน้าที่การงานของเธอกำลังรุ่งโรจน์ แต่คำขอร้องกึ่งอ้อนวอนของสามีได้ขอร้องให้เธอลาออกมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว เธอก็ผิดเองที่ใจอ่อนและยอมเชื่อฟัง “แล้วที่พูดมาเมื่อกี้นี่ไม่คิดหน่อยเหรอ เป็นแม่บ้านนี่ไม่เหนื่อยเหรอ”

“...”

“ชมต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเตรียมอาหารเช้าให้พี่กับลูก กลับมาจากส่งลูกต้องไล่ทำงานบ้านทั้งหลัง ยังไม่ทันได้พักหายใจต้องอาบน้ำแต่งตัวไปรับลูกที่โรงเรียน และเตรียมทำกับข้าวเย็นรอพี่กลับมา แล้วพักนี้พี่กลับมากินหรือเปล่า ... ก็ไม่”

“วัน ๆ ชมแทบไม่ได้ดูแลตัวเอง เพราะทุ่มเททุกอย่างดูแลแค่พี่กับลูก แล้วไอ้เงินที่ให้ไว้ในแต่ละเดือนแทบไม่เหลือในส่วนของชมเลย”

“อ๋อ! เรื่องเงินนี่เองที่ทำให้ชมอยากจะไปทำงาน” 

ชมเนตรสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามไล่น้ำตากลับไปที่เดิมไม่ให้มันได้มีโอกาสไหลลงมา

“มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียวหรอก ชมเบื่อ ชมอยากมีงานทำ อยากมีสังคม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป