บทที่ 2 ต้นตอปัญหา ll

“แม่เลี้ยงให้มาตามนายไปกินข้าวครับ” คนมาใหม่ยืนหายใจหอบอยู่ร่วมนาทีก่อนจะเอ่ยออกมา

“อืม” ชายหนุ่มเพียงรับคำเล็กน้อย ก่อนกลับไปสนใจงานตรงหน้าต่อ

แปลงทดลองมีไว้สำหรับปลูกผลไม้เมืองหนาว ที่ศิรภัทรเพียรพยายามที่สานต่อจากผู้เป็นย่ามีบริเวณค่อนข้างกว้างขวาง เขาตั้งใจจะขยายชนิดของผลผลิตให้มีมากขึ้น ทำให้ช่วงนี้ชายหนุ่มได้แต่ขลุกอยู่กับที่ดินแปลงนี้ไม่ค่อยได้กลับไปทานมื้อเที่ยงกับผู้เป็นย่ามากนัก

หลังจากคิดว่าผู้เป็นย่าคงมีเรื่องสำคัญคุย เขาก็วางสมุดกับปากกาไว้ที่ศาลาเล็กสำหรับพักผ่อน ตั้งใจพักงานแล้วค่อยกลับมาดูงานต่อในช่วงบ่าย คงไม่ดีนักถ้าจะปล่อยให้คุณย่าต้องรอทุกวันแม้ว่าเขาจะมีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่อยากกลับไปในเวลานี้ก็ตาม

คนตัวโตหันหลังเดินออกจากแปลงผลไม้เมืองหนาว ก่อนจะไปสตาร์ทรถยนต์คู่ใจขับออกจากบริเวณนี้ มุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ของผู้เป็นย่า ที่ที่เขาไม่ค่อยอยากไปนัก เหตุเพราะมีตัวกาฝากแสนน่ารำคาญที่เขาไม่อยากเจอและเหนื่อยที่จะปะทะฝีปาก จึงทำให้เขามักเลี่ยงการพบเจอหน้าอยู่เสมอ

เหตุผลลึกๆที่ ต้องแสดงออกว่ารำคาญ เพียงเพราะใบหน้าของหญิงสาว ที่เคย ‘ชอบ’ ครั้งยังเป็นน้องเก้าของพี่ภัทร ทำให้เขานึกโมโหไปถึงบุพการีของหญิงสาว

เจ้าหล่อนช่างมีใบหน้าถอดมาจากคุณเดช พ่อของเธออย่างชัดเจน หัวใจจึงจำต้องขุดหลุมฝังความรู้สึกเหล่านั้นไปพร้อมๆ กับเอ่ยวาจาทำร้ายจิตใจ ให้สาวร่างท้วมคนนั้นได้เจ็บช้ำเหมือนเขาบ้าง

ทันทีที่เสียงรถบริเวณลานหน้าบ้านเงียบลง ทำให้ผู้เป็นย่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เนื่องด้วยนานๆที หลานชายจะยอมกลับมาทานมื้อเที่ยงกับนาง

“ไง...เจ้าภัทร ถ้าไม่ให้คนไปตามเราจะไม่ออกมาจากไร่เลยใช่ไหม” หญิงชราเอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าหลานชาย

“โธ่! คุณย่าครับ ผมอยากมาทานกับคุณย่าทุกวันแหละครับ แต่งานยุ่งเท่านั้นเอง” คนเพิ่งมาถึงเอ่ยแก้ตัว

ชายหนุ่มยิ้มบางๆ ผู้เป็นย่าก่อนจะเดินมาประคองร่างหญิงวัยเจ็ดสิบปี ให้ค่อยๆ เดินกลับมานั่งยังโต๊ะอาหารกลางบ้าน พร้อมกับก้มหน้าลงไปหอมแก้มเป็นการไถ่โทษความผิด

“คุณย่าขา น้ำส้มเย็นๆ มาแล้วค่ะ เย็นชื่นใจแน่นอนค่ะ”

สิ้นเสียงโหวกเหวก แม่สาวร่างท้วมก็วิ่งออกมาจากครัวพร้อมแก้วน้ำส้มคั้นสดสองแก้วในมือ

“วางไว้เถอะ ขอบใจมากแม่เก้า”

“เสียงดังน่ารำคาญ!” เสียงสบถดังแว่วมาจากปากชายหนุ่ม แบบจงใจให้คนที่เพิ่งวิ่งออกมาได้ยินชัดเจน

“นี่! เก้าไปทำอะไรให้อีก”

“แค่เธอหายใจก็ผิดแล้ว ไปให้พ้นไป” คนตัวโตจ้องหน้าหญิงสาวกลับด้วยสายตาหาเรื่อง

“นึกว่าอยากเจอหรือไง คนอะไรปากไม่ดี”

สาวร่างท้วมยืนจ้องตาคนตัวสูงแบบไม่นึกเกรงกลัว เธอยังไม่ได้ทำอะไรผิด สิ่งที่ทนมาตลอดสิบสองปีมันกัดกินใจเธอมากเหลือเกิน พี่ภัทรคนเดิมของเธอได้ตายจากโลกนี้ไปแล้วจริงๆ หรือไง

“ไม่อยากเจอก็ไปให้พ้นๆ ฉันจะกินข้าว ถ้าเธออยู่แถวนี้จะพาลกินไม่ลง”

“ดี! งั้นก็ไม่ต้องกิน เสียของ จะเอาไปเททิ้งให้หมด” กานต์พิชชาเถียงกลับเสียงแข็ง

“เธอมันแค่ผู้อาศัย อย่ามาพูดจาแบบนี้ใส่ฉัน เธอไม่มีสิทธิ์!!”

ชายหนุ่มเสียงดังใส่ทันที เพราะรู้สึกโมโหขึ้นมาที่แม่ตัวแสบตรงหน้าท้าทาย

“เฮอะ! คนอะไร อายุปาเข้าไปตั้งสามสิบเอ็ดปีแล้ว ป่านนี้ยังคิดไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร ประสาท!!” หญิงสาวเค้นเสียงออกมาก่อนจะหันหลังกลับ แล้วรีบเดินออกไปในที่สุด

น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ค่อยๆ ไหลลงมาอาบแก้มหลังจากที่พยายามกลั้นอยู่นาน ไม่ใช่เพราะเจ็บปวดที่ต้องเจอกัน แต่เป็นแววตาดูถูกเหยียดหยามที่มองมาต่างหาก

ใช่! เขาพูดถูก เธอมันแค่ผู้อาศัยที่คุณย่าอุปการะไว้เพราะเธอไม่เหลือญาติที่ไหน ที่ชีวิตอยู่ดีมีสุขได้อย่างทุกวันนี้เพราะบุญคุณของคนที่ไร่นี้อย่างที่เขาพูด

“เจ้าภัทร! มันเกินไปหน่อยไหม จะจ้องหาเรื่องน้องมากเกินไปแล้วมั้งเรา” หญิงชราเอ็ดออกมาหลังจากเงียบฟังอยู่นาน

“ทานข้าวเถอะครับคุณย่า ผมต้องออกไปดูงานตอนบ่ายต่อนะครับ เหลืออีกหลายอย่างที่ต้องรีบทำครับ” 

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามผู้เป็นย่า เพราะรู้ดีว่า ตัวเองต้องโดนตำหนิจากการที่ไปพูดจาถากถางให้แม่สาวร่างท้วมไม่พอใจ ก่อนจะเริ่มตักอาหารใส่จานผู้เป็นย่าเพื่อเบี่ยงประเด็นในตอนนี้

“เราน่ะ มันทิฐิเกินไป”

“คุณย่าชอบทานต้มยำปลาไหมครับ หน้าตาหน้าทานเชียว เดี๋ยวผมตักให้ครับ” พูดไปก็ตักกับข้าวใส่จานหญิงชราไป ทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร

“เจ้าภัทร!!!” เมื่อเห็นว่าหลานชายไม่สนใจ จึงทำให้คุณมาลัยโมโหขึ้นมา

“ผมรู้ครับ ว่าผมทำให้คุณย่าไม่พอใจ แต่ผมก็ฝืนตัวเองให้ไปญาติดีกับแม่นั่นไม่ได้เหมือนกันครับ”

“ฉันล่ะอยากให้แกไปตกหลุมรักแม่เก้าเสียจริง แล้วก็อยากให้แม่เก้าเอาคืนแกให้หนัก”

“ฮ่าๆ ชาตินี้ หรือชาติหน้าก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนั้นแน่นอนครับคุณย่า”

ชายหนุ่มขำออกมายกใหญ่ ถึงขั้นเอามือปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาจากหางตา ประหนึ่งว่าเป็นเรื่องน่าขันเสียเต็มประดา จนทำให้ผู้เป็นย่าอดไม่ได้ที่จะต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะหันมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ ภายในใจนั้นคิดหวังว่าในสักวัน ถ้าเจ้าหลานชายจะหันกลับมามองความจริงและทำดีกับแม่สาวร่างท้วมบ้างเท่านั้น

จากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะขบขันนั้น ใครจะรู้ว่าความหวังของคุณมาลัยยังคงอยู่

ศิรภัทรไม่เคยลืมเลือนแม่สาวร่างท้วมคนนี้ได้เลย หากพรหมลิขิตไม่เล่นตลกร้ายขนาดนี้ ป่านนี้เขาและเธอคงได้คบกันเหมือนหนุ่มสาวคู่อื่นไปแล้ว หัวใจชายหนุ่มเจ็บปวดเกินกว่าจะรับความจริงได้จึงเลือกที่จะกลบเกลื่อนด้วยการแสดงตัวว่าเกลียดเจ้าหล่อนนักหนาเท่านั้นเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป