บทที่ 2 2
“ไง ถึงกับอึ้งไปเลยหรือไงแม่คุณ” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวว่าหญิงสาวเสียงเหยียดหยัน
“ฉันไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ นะ บัญชีนี้ ยัยดาวเขายืมฉันไปใช้” หญิงสาวกล่าวโต้แย้งขึ้นมา
“ฮ่าๆ ช่างสรรหาคำโกหกได้เก่งจริงๆ แม่คุณ”
“ฉันไม่รู้เรื่องนี้เลยจริงๆ ไม่เชื่อไปถามยัยดาวดูสิ เขารู้เรื่องนี้ดีที่สุด” หญิงสาวกล่าวอธิบายเสียงกระท่อนกระแท่น
“เหอะๆ...แพรดาวคงอยู่รอให้ถามหรอกนะ งั้นฉันคงลากตัวมาพร้อมๆ กับเธอแล้วแพรไหม”
“จะให้ฉันไปสาบานที่ไหนก็ได้ ว่าฉันไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ ว่า ยัยดาวยักยอกเงินออกมาจากบริษัทของคุณ” มือเรียวเอื้อมมาจับมือใหญ่ไว้แน่น หวังให้เขายอมเชื่อในสิ่งที่เธออธิบายออกไป
“ถ้าเธอบริสุทธิ์ใจจริงๆ ก็นำเงินก้อนนั้นมาคืนฉันเดี๋ยวนี้!” ชายหนุ่มหรี่ตามองปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
“จะบ้าเหรอ เงินตั้งสิบล้าน ป่านนี้ยัยดาวก็หอบเงินหนีไปแล้ว ฉันจะเอาเงินที่ไหนมาให้คุณกัน”
“นั่นมันเรื่องของเธอ ถ้ายังหาเงินไม่ได้ ก็ต้องอยู่ที่ไร่นี้ จนกว่าน้องสาวตัวแสบของเธอจะเอาเงินมาคืนฉันทั้งหมด” พ่อเลี้ยงหนุ่มแกะมือเรียวออกจากลำแขนแกร่ง และเดินถอยออกไป
“ไม่ได้นะคุณ ถ้าฉันไม่กลับบ้าน พ่อฉันต้องรู้แน่ๆ” หญิงสาวผวาร่างเข้าหาร่างใหญ่ พร้อมส่งสายตาอ้อนวอนขอความเห็นใจ
“พ่อเธอจะได้รู้ไง ว่าลูกสาวบ้านนี้มันขี้โกงขนาดไหน งานนี้คงสนุกกันใหญ่” นอกจากจะไม่สงสาร ชายหนุ่มกลับหัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน
“คนบ้า คนใจร้าย” แพรไหมโผเข้าไปทุบตีร่างใหญ่ด้วยความคับแค้นใจ ทำให้เขาต้องสลัดร่างเล็กล้มลงกับพื้นห้องอย่างไม่ไยดี
“อย่าริอ่านมาทำร้ายฉันอีก คราวหน้าเธอเจ็บตัวแน่ จัดการโทร.ไปบอกพ่อเธอซะ ว่าจะต้องมาทำงานที่ไร่ภูตะวันหลายเดือน ฉันไม่อยากเห็นพ่อเธอช็อกตาย หากต้องมารับรู้ ว่ามีลูกสาวขี้โกง” พ่อเลี้ยงภูตะวันยัดมือถือใส่มือหญิงสาว ที่ลูกน้องคนสนิทเขาเพิ่งยึดมาได้
“โทร.ไปสิ หรือจะให้ฉันส่งหลักฐานความเลวไปบอกพ่อเธอฮะ” เสียงห้าวเข้มกล่าวข่มขู่อีกครั้ง ทำเอาหญิงสาวลนลานหยิบมือถือขึ้นมากดโทร.หาบิดา และสั่งให้ท่านดูแลตัวเองอยู่พักใหญ่ จนเจ้าหนี้หนุ่มส่งสายตาพิฆาตมาหา เธอจึงยอมวางสายลงแต่โดยดี
“เอามือถือเธอมานี่” ชายหนุ่มคว้ามือถือราคาถูกของลูกหนี้สาวยัดใส่กระเป๋ากางเกง หมุนตัวเดินออกจากห้อง และสั่งงานกับลูกน้องที่ยืนเฝ้าหน้าประตูเพียงสองสามประโยคก่อนเดินออกไป โดยไม่สนใจหันหลังกลับมามองลูกหนี้สาวเลยสักนิด แม้เธอจะเพียรตะโกนเรียกเขาเท่าไหร่ก็ตาม จากนั้นบานประตูใหญ่ก็ถูกปิดลง พร้อมร่างบางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นคล้ายคนหมดแรง ไม่รู้จะจัดการกับปัญหาที่น้องสาวต่างมารดาทิ้งไว้อย่างไรดี เธอไม่น่าหลวมตัวให้แพรดาวยืมสมุดบัญชีเล่มนั้นไปใช้เลยจริงๆ งานนี้คงโทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเธอเอง
“แพรไหม แพรไหม” เสียงเจ้าของไร่หนุ่มตะโกนเรียกลูกหนี้สาวดังลั่นห้องอาหาร ทันทีที่ย่างกรายเข้ามานั่ง
“ขาพ่อเลี้ยง” แต่เป็นแม่บ้านวัยกลางคนพาร่างท้วมของตน ที่ออกมารับหน้าพ่อเลี้ยงหนุ่มแทน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระหืดกระหอบ
“อะไรป้านวล ผมเรียกแพรไหม ไม่ใช่ป้าสักหน่อย แก่จนหูเพี้ยน” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวเหน็บแนมแม่บ้านวัยกลางคนเล็กน้อย ซึ่งเขานั้นทราบดี ว่านางออกมารับหน้าแทนลูกหนี้สาวคนสวย
“คุณแพรเธอยังทำกับข้าวไม่เสร็จค่ะ บอกให้พ่อเลี้ยงรอสักครู่”
“อ๋อ!...นี่คุณเธอริอ่านมาใช้ป้างั้นเหรอ ใช้ไม่ได้ เดี๋ยวผมต้องเข้าไปต่อว่าสักหน่อย กำเริบใหญ่แล้ว เป็นแค่ลูกหนี้มีสิทธิ์อะไรมาใช้ป้าแบบนี้” ชายหนุ่มพับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะด้วยท่าทางฉุนเฉียว
“ไม่ใช่ค่ะพ่อเลี้ยง ป้าอาสาออกมาบอกพ่อเลี้ยงเอง เพราะป้าเกรงว่าจะเสียเวลาทำอาหารเช้าให้พ่อเลี้ยงกินค่ะ” ป้านวลรีบวิ่งไปดักหน้าพ่อเลี้ยงหนุ่มไว้ ก่อนที่จะเข้าไปอาละวาดสาวสวยด้านในห้องครัว
“ฮึ! ออกรับแทนกันดีจริงๆไปบอกคนดีของป้า ไม่ต้องทำอาหารแล้ว เดี๋ยวผมจะพาเข้าไปช่วยงานที่ออฟฟิศแทน บอกให้เขารีบๆ ไปอาบน้ำแต่งตัว ผมให้เวลาสิบนาที ขืนชักช้า ผมจะตามขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวให้เอง”
“ค่ะพ่อเลี้ยง” ป้านวลขานรับ ก่อนหมุนตัวออกไปทำตามคำสั่ง แต่ยังไม่ทันที่นางจะก้าวขาพ้นประตู เสียงเข้มก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ป้านวลช่วยให้แก้วชงกาแฟมาให้ผมที่ห้องรับแขกด้วยนะครับ”
“ค่ะพ่อเลี้ยง” นางแอบส่ายหน้าไปมาให้กับเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างอ่อนใจ จากนั้นก็เดินไปยังห้องครัวใหญ่อีกครั้ง
สิบนาทีต่อมา
แพรไหมก้าวเท้าเข้ามา หยุดยืนอยู่กลางห้องรับแขกด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ เพราะเธอรีบเร่งอาบน้ำแต่งตัวสุดชีวิต ให้ทันตามเวลาที่เจ้าหนี้สุดโหดกำหนด ก่อนที่เขาจะตามขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวให้ ดั่งที่ได้กล่าวข่มขู่ไว้
“เธอลงมาช้าไปสองวินาที” พ่อเลี้ยงหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา ทำเอาดวงตากลมโตเบิกขึ้น ฉายแววตื่นตระหนก ชายหนุ่มจึงใช้ช่วงจังหวะนี้ ฉกจูบบนเรียวปากบางอย่างรวดเร็ว จนเจ้าตัวนั้นไม่ทันได้ตั้งตัว นิ่งอึ้งอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ร่างกายเริ่มอ่อนเปลี้ยเหมือนคนไม่มีแรง
