บทที่ 7 7

ตั้งแต่กลับมาจากบ้านหลังเล็กท้ายไร่ พ่อเลี้ยงภูตะวันก็เอาแต่ปิดปากเงียบ ไม่พูดไม่จา ไม่กล่าวเหน็บแนมหญิงสาวเหมือนเคยเช่นทุกครั้งเมื่อสบโอกาส จนแพรไหมอดเป็นห่วงไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มมีความหลังฝังใจอะไรกับผู้หญิงที่ชื่อนีรนุชนัก แต่ดูแล้วผู้หญิงคนนั้นคงมีค่ามีความหมายกับพ่อเลี้ยงหนุ่มมากสินะ ถึงทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้

“คุณแพรขา พ่อเลี้ยงเป็นอะไรคะ วันนี้ดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้” ป้านวลเอ่ยถามหญิงสาว หลังจากพ่อเลี้ยงหนุ่มขอตัวเข้าไปในห้องทำงาน

“แพรก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะป้านวล ตั้งแต่ออกมาจากบ้านตาบุญที่ท้ายไร่ ก็ไม่พูดไม่จาแบบนี้”

“หา! ไปบ้านนายบุญ” นางเผลอร้องอุทานออกมาสุดเสียง จนแพรไหมต้องหันมาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“มีอะไรงั้นเหรอคะป้านวล”

“เอ่อ...คือว่า” แม่บ้านวัยกลางคนอึกอัก พลางหลบสายตาคู่สนทนา และนั่นยิ่งทำให้แพรไหมรู้สึกสงสัยหนักขึ้น

“ป้านวลขา ช่วยเล่าให้แพรฟังหน่อยสิคะ เผื่อแพรจะได้หาทางช่วยเหลือพ่อเลี้ยงได้” แพรไหมพยายามพูดหว่านล้อม หวังให้นางยอมเปิดปากเล่า ซึ่งขณะเดียวกัน ป้านวลก็นึกถึงคำพูดของกรรดาภรณ์ขึ้นมา ที่บอกว่าแพรไหมอาจจะเป็นคนช่วยให้พ่อเลี้ยง  ภูตะวันลืมอดีตคนรักได้

“ก็ได้ค่ะ แต่คุณแพรห้ามบอกพ่อเลี้ยงเด็ดขาด ว่าป้าเป็นคนเล่าให้ฟัง ไม่งั้นพ่อเลี้ยงเอาป้าตายแน่” ป้านวลกล่าว พลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ บ้าน กลัวใครจะมายืนอยู่ในบริเวณใกล้ๆ โดยเฉพาะพ่อเลี้ยงหนุ่มภูตะวัน

“โอเคค่ะ แพรให้สัญญา” แพรไหมชูนิ้วขึ้นแสดงถึงคำมั่นสัญญา จนนางสะบัดค้อนให้เล็กน้อย จากนั้นก็พาแพรไหมไปนั่งที่ห้องรับแขก

“เรื่องมันก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากหรอก ก็พ่อเลี้ยงกับแม่นีรนุชหลานสาวนายบุญ เขาถูกเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ทั้งสองคนจึงผูกพันกันเป็นพิเศษ จนกระทั่งเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ทั้งคู่ตัดสินใจคบหากันฉันคนรัก ใครๆ ต่างคิดว่าทั้งคู่คงลงเอยด้วยการแต่งงาน แต่ที่ไหนได้ เมื่อสองปีก่อน จู่ๆ แม่นีรนุชก็แอบขโมยสูตรการแปรรูป สตรอว์เบอร์รีที่พ่อเลี้ยงคิดค้นขึ้นมาเอง ไปให้กับพ่อเลี้ยงไพศาลที่อยู่ไร่ข้างๆ นี้แหละค่ะ” คำบอกเล่าของหญิงวัยกลางคน ทำให้    แพรไหมค่อนข้างงุนงง ทำไมนีรนุชถึงต้องขโมยสูตรไปให้ฝั่งตรงข้ามด้วย  ซึ่งดูไม่มีเหตุผลเลยที่จะกระทำแบบนี้ เหมือนกับฆ่าตัวเองตายชัดๆ

“อ้าว...แล้วคุณนีรนุชทำแบบนั้นทำไมคะ” หญิงสาวรีบซักถามต่อ

“คงเพราะอยากได้เงิน และที่สำคัญที่สุด แม่นีรนุชยังแอบไปคบหากับคุณเอกภพลูกชายพ่อเลี้ยงไพศาล ในช่วงที่พ่อเลี้ยงไปดูงานที่ต่างประเทศค่ะ”

“แล้วตอนนี้คุณนีรนุชอยู่ไหนเสียล่ะคะ หรือว่าอยู่ที่ไร่ข้างๆ”

“เปล่าค่ะ ตอนนี้รู้สึกไปอยู่เมืองนอกกับคุณเอกภพ รายนี้เขาไม่ชอบงานที่ไร่ ทำให้เธอทำเรื่องเลวร้ายกับพ่อเลี้ยงแบบนี้” นางกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นใจแทนเจ้านายของตนไม่หาย

“โธ่! พ่อเลี้ยง ทำไมถึงน่าสงสารเหลือเกิน” แพรไหมครางเสียงออกมา รู้สึกสะเทือนใจในเรื่องที่ได้รับรู้ ภูตะวันคงเจ็บปวดอยู่ไม่ใช่น้อย

“ใช่ค่ะ พ่อเลี้ยงน่าสงสารมาก กว่าจะกลับมาเป็นพ่อเลี้ยงคนเดิมก็เกือบแย่ โชคดีที่คุณดาเธอมาช่วยปลอบใจ” นางกล่าวถึงนายสาวอีกคน ด้วยน้ำเสียงที่แสนอ่อนโยน

“คุณดา” แพรไหมเอ่ยทวนชื่อบุคคลที่สาม ในขณะที่คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความสงสัย

“ค่ะ พ่อเลี้ยงเธอทั้งรัก ทั้งหวงเลยค่ะคนนี้ คุณดาจะพูดอะไร เธอก็ยอมเชื่อไปเสียหมด”

“คุณดานี่ เธอเป็นใครคะ?” แพรไหมเอ่ยถามถึงบุคคลที่     ป้านวลกล่าวถึง ยังไม่ทันที่นางจะตอบ แต่ทว่าเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน เล่นเอาหญิงวัยกลางคนตกใจชาวาบ หวังว่า     อดิศักดิ์คงไม่เข้ามาได้ยินในสิ่งที่นางพูดหรอกนะ

“ป้านวลอยู่นี่เอง ผมตามหาซะทั่ว” ชายหนุ่มเดินยิ้มเข้ามา และไม่ได้แสดงท่าทางอย่างที่นางกังวลเลยสักนิด นางจึงแอบลอบถอนหายใจเบาๆ

“เอ่อ...มีอะไรกับป้างั้นรึเจ้าศักดิ์”

“ไม่ใช่ผมหรอกครับ แต่เป็นพ่อเลี้ยง ท่านสั่งให้ป้าชงกาแฟไปให้ที่ห้องทำงานครับ”

“อ้าวเหรอ งั้นป้าขอตัว ไปชงกาแฟให้พ่อเลี้ยงก่อนนะคะคุณแพร” นางหันมาตบหลังมือหญิงสาวเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้น

“ค่ะป้านวล” แพรไหมส่งยิ้มบางๆ ให้แก่นาง

“ผมขออนุญาตนั่งคุยด้วย จะได้มั้ยครับ” อดิศักดิ์เอ่ยขึ้น หลังจากแม่บ้านวัยกลางคนเดินพ้นไปจากประตูเรียบร้อยแล้ว

“เชิญนั่งค่ะ ที่จริงคุณศักดิ์ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตก็ได้ค่ะ” แพรไหมกล่าวเสียงแผ่วๆ เพราะอดิศักดิ์นั้นรู้ดี ว่าเธอเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร

“ขอบคุณครับ...ถ้าคุณแพรยอมบอกว่าคุณแพรดาวอยู่ที่ไหน  เรื่องทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นนะครับ” อดิศักดิ์หวังจะหาทางช่วยเหลือให้เธอพ้นจากข้อกล่าวหา

“แพรไม่รู้หรอกค่ะคุณศักดิ์ ก่อนที่คุณศักดิ์กับคุณจักรจะไปถึง ยัยดาวก็เพิ่งขนกระเป๋าเดินทางออกไปกับแฟนเขา แพรถาม เขาก็ไม่ยอมบอก แพรรู้เท่านี้จริงๆ ค่ะ” ดวงตาใสซื่อช้อนขึ้นมามองชายหนุ่มตรงหน้า เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

“เรื่องเงินนั่นก็เหมือนกันค่ะ แพรไม่เคยรับรู้อะไรทั้งสิ้น เพราะความโง่ของแพร ที่ยอมให้น้องสาวตัวเองเอาสมุดบัญชีนั้นไปใช้ จนกลายเป็นว่าแพรมีส่วนรู้เห็นด้วย” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จนชายหนุ่มเกิดความรู้สึกสงสารและเห็นใจ จึงเอื้อมมือไปกุมมือเรียวเล็กไว้

“สักวันความจริงต้องกระจ่าง เชื่อผมนะครับ” ชายหนุ่มพยายามพูดปลุกปลอบใจให้หญิงสาวคลายจากความเศร้า

“ไอ้ศักดิ์!” เสียงทรงพลังดังขึ้นที่หน้าประตูห้องรับแขก    อดิศักดิ์จึงรีบชักมือออกทันควัน ราวกับเผลอไปจับของต้องห้าม

“ครับพ่อเลี้ยง” อดิศักดิ์หันมาขานรับเสียงอ่อยๆ รู้สึกตกใจในน้ำเสียงของเจ้านายหนุ่ม ราวกับไปกินรังแตนมาจากไหน

“ทำไมยังไม่กลับไปพักอีก นี่ก็ดึกมากแล้ว มาเอ้อระเหยอะไรแถวนี้ฮะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มตะคอกเสียงออกไปดังลั่น ด้วยความโมโหสุดขีด ที่เห็นลูกน้องคู่ใจบังอาจมาแตะเนื้อต้องตัวลูกหนี้สาวของเขา

“เอ่อ...ผมเจอคุณแพร เลยแวะทักทายนิดหน่อยครับ”

“ทักเสร็จก็รีบๆ ไปสิ”

“ครับๆ พ่อเลี้ยง ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณแพร”        อดิศักดิ์หันมาส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้แก่หญิงสาว โดยไม่ทันสังเกตสายตาวาวโรจน์ของเจ้านายตน

“ค่ะคุณศักดิ์” แพรไหมส่งยิ้มหวานให้ ก่อนเดินออกไปอีกทางหนึ่ง เพื่อขึ้นไปพักผ่อน แต่กลับถูกคนเอาแต่ใจกระชากร่างจนปลิวปะทะอกแกร่งเข้าอย่างจัง

“โอ๊ย!” หญิงสาวถึงกับครางเสียงร้องออกมา เพราะรู้สึกทั้งจุกและเจ็บ ที่ร่างถลาเข้าไปกระแทกกับร่างใหญ่

“ฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ย อย่าริอ่านที่จะไปอ่อยเจ้าศักดิ์มัน บอกไปก็ไม่เคยเชื่อ ราวกับคำสั่งฉันไม่มีความหมาย”

“ฉันเปล่าสักหน่อย อย่ามาหาเรื่องกันหน่อยได้มั้ยพ่อเลี้ยง” หญิงสาวโต้กลับทันควัน โดยไม่ยอมนิ่งเฉยเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป