บทที่ 10 ภาพติดตาที่ลืมไม่ลง

พอรุ่งเช้าหลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยมดวงใจที่โรงพยาบาล ภูดิศทอดสายตามองตามร่างระหงในชุดกางเกงยีนส์รัดรูปที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งและสะโพกกลมกลึง สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวผ้าเนื้อดี ท่าทางทะมัดทะแมงที่ดูเซ็กซี่นั้น มันช่างยั่วยวนใจให้เขาอยากจะลิ้มลองเธอเสียให้ได้

พ่อเลี้ยงหนุ่มจงใจพาเธอเดินบุกบั่นสำรวจไร่กาแฟอาราบิก้าลึกเข้าไปหลายจุด ท่ามกลางเนินเขาสูงชันที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดินดิบและต้นกาแฟที่ปลูกสลับใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ทางเดินที่ลาดชันตามไหล่เขาของดอยเชียงใหม่บีบให้หวันยิหวาต้องออกแรงก้าวเดินจนหอบสะท้าน เวลาผ่านไปนานร่วมชั่วโมง อากาศที่เริ่มอบอ้าวระอุชื้นและแสงแดดแรงกล้ายามสายที่แผดเผารอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมาเริ่มทำพิษกับคนไม่คุ้นชิน

เม็ดเหงื่อเม็ดใสผุดซึมตามไรผม แผ่นหลังบาง และซอกคอระหง ไหลรินเป็นทางผ่านผิวเนื้อนวลลออจนเสื้อเชิ้ตตัวบางเริ่มเปียกชุ่มและแนบเนื้อขยับไปมากับทรวดทรงองค์เอว อกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่เหนื่อยอ่อน

เต้านมอวบเต่งตึงบดเบียดแผ่นผ้าบางเบาจนเห็นรอยรัดและสายเสื้อในชัดเจนยามอยู่กลางแดดจ้า กระตุ้นสายตาคมกริบของคนนำทางที่ลอบมองมาเป็นระยะจนต้องลอบกลืนน้ำลาย

“นี่นาย!... ฉันว่าเราพอแค่นี้ก่อนเถอะ มันจะเก้าโมงกว่าแล้ว แดดเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฉันร้อน” หวันยิหวาเอ่ยเสียงแผ่วระโหย ใบหน้าเนียนซีดเผือดไร้สีเลือด พลางคิดในใจอย่างฉุนเฉียวว่า ‘ตาบ้านี่แกล้งกันชัด ๆ จะให้ฉันเป็นลมแดดตายคาสวนกาแฟนี่หรือไง!’

“แค่นี้คุณก็เหนื่อยแล้วเหรอ ยังสำรวจไม่ถึงไหนเลยนะ” ภูดิศแกล้งเลิกคิ้ว ยิ้มหยันในหน้า

“ก็อากาศมันร้อน แล้วทางขึ้นก็ชันมีแต่ป่ากาแฟท่วมหัว!”

“โทษที ผมลืมไป... ว่าคุณเพิ่งกลับมาจากบอสตัน คงยังไม่ชินกับแดดเมืองไทย”

ภูดิศยังคงใจดำ และแกล้งเดินนำลิ่วพอออกพ้นร่มเงาไม้ใหญ่ ก็มุ่งหน้าไปยังลานปูนซีเมนต์กว้างขวางกลางแจ้ง ซึ่งเป็นลานตากเมล็ดกาแฟขนาดยักษ์ ที่เวลานี้มีเมล็ดกาแฟกะเทาะเปลือกนับล้าน ๆ เมล็ดแผ่เรียงรายอยู่บนลาน

ไอร้อนจากพื้นปูนปะทะกับแสงแดดจัดที่สะท้อนลงมา ยิ่งทำให้อุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงราวกับเตาอบ พ่อเลี้ยงหนุ่มจงใจพาหวันยิหวาเดินฝ่าไอร้อนระอุนั้นเพื่อไปดูคนงานที่กำลังใช้ไม้คราดเกลี่ยพลิกเมล็ดกาแฟโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน

หวันยิหวาพยายามก้าวเท้าตามคนตัวโตข้างหน้าอย่างสุดความสามารถ พลางยกมือขึ้นบังแสงแดดที่แทบจะเผาผิวเนียนให้ไหม้เกรียม แต่ร่างกายของสาวเมืองกรุงกลับประท้วงกะทันหัน ลมหายใจติดขัด ไอร้อนสะสมจนหัวใจเต้นกระหน่ำ จู่ ๆ ทัศนียภาพรอบตัวก็หมุนคว้างอย่างรุนแรง โลกทั้งใบมืดดับลงอย่างเฉียบพลัน

“เดี๋ยวคุณไปแผนกบัญชีกับ... คุณยิหวา!!!!”

ยังไม่ทันขาดคำ ชายหนุ่มหันกลับมาเห็นท่าไม่ดีจึงพุ่งตัวเข้าไปรวบคว้าเอาร่างบางที่กำลังร่วงหล่นลงพื้นไว้ได้ทันท่วงที ดีที่เขาอยู่ประชิดตัวเธอพอดี หวันยิหวาหมดสติพับไปในอ้อมแขนแกร่ง เรือนกายระหงอ่อนปวกเปียก หน้าอกอวบอิ่มอัดแน่นเบียดชิดกับแผงอกล่ำสันของเขาจนภูดิศใจสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นที่แล่นพล่านขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ผมว่าพ่อเลี้ยงพาคุณยิหวากลับไปที่พักก่อนนะครับ!” นายเอียดตัวจริงที่ยืนเห็นเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเจ้านายด้วยความตกใจ

“ได้ เดี๋ยวฉันจะอุ้มคุณยิหวาไปที่รถ... แกไปขับรถให้ฉันที”

ภูดิศไม่รอช้า ช้อนอุ้มร่างนุ่มนิ่มขึ้นแนบอกกว้างอย่างทะนุถนอม อ้อมแขนรัดรึงแน่นหนาด้วยความห่วงใยที่ซ่อนลึก เขาพาร่างระหงทะยานขึ้นรถเอสยูวีคันใหญ่ โดยมีเอียดทำหน้าที่สารถีบึ่งตรงมายัง เรือนลีลาวดี ซึ่งเป็นเรือนไม้ซุงสองชั้นหลังใหญ่สุดหรูหรา และมันก็ไม่ใช่เรือนรับรองหลังเล็ก ๆ ที่เธอเคยพักก่อนหน้านี้!

เอียดมองตามเจ้านายอย่างงง ๆ ที่พาหญิงสาวมาที่เรือนใหญ่นี้ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม

“แกจะไปไหนก็ไป... แต่จำไว้นะ” ภูดิศหันมาสั่งเสียงเข้ม นัยน์ตาคู่คมวับวาวด้วยรังสีคุกคาม

“ถ้าคุณยิหวาฟื้นขึ้นมา แล้วถามอะไรเกี่ยวกับพ่อเลี้ยง แกต้องบอกไม่รู้เรื่องอย่างเดียว และจำใส่หัวของแกไว้ด้วยว่า... ฉันเป็นแค่หัวหน้าคนงาน เข้าใจมั้ย!”

“ครับพ่อเลี้ยง!” เอียดรับคำเป็นมั่นเหมาะ

“แกไปตามเอื้อมจันทร์มาที่นี่ด่วนเลย!”

ภูดิศสั่งการเฉียบขาด ก่อนจะอุ้มร่างที่ยังคงไม่ได้สติของหวันยิหวาเดินหายเข้าไปในเรือนพักส่วนตัว นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าซีดเซียว พร้อมกับอกอิ่มเต่งตึงที่ล่อตาล่อใจ ริมฝีปากของเธอชวนให้อยากก้มลงไปจูบเสียให้ได้

เมื่อเอื้อมจันทร์มาถึง หล่อนเช็ดตัวและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ารัดรูปที่ชุ่มเหงื่อของหวันยิหวาออก ภูดิศไปขอยืมผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าตัวโคร่งจากป้าชื่นแม่บ้านสูงวัยมาให้หญิงสาวสวมใส่เพื่อความสบายตัว และอีกใจหนึ่งก็อยากจะแกล้งเธอด้วย

หวันยิหวาค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนกว้างขวาง ร่างระหงรีบหยัดกายลุกขึ้นด้วยความมึนงง พยายามจะก้าวเดินไปข้างหน้าแต่ว่าเรียวขาของเธอกลับอ่อนแรง

“ว้าย!!!”

หญิงสาวอุทานเสียงหลงเมื่อเสียหลักล้มคะมำไปข้างหน้า ประจวบเหมาะกับที่ภูดิศเปิดประตูพรวดเข้ามาพอดี ชายหนุ่มอ้าแขนรับประคองร่างนุ่มไว้ได้ทัน แต่ในขณะเดียวกันปมผ้าถุงที่เธอผูกไม่เป็นกลับเลื่อนหลุดลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้าอย่างพอดิบพอดี!

ภูดิศตาค้าง ตะลึงลานกับความขาวอวบอิ่มผุดผาดที่อวดโฉมเด่นหราอยู่ตรงหน้าเพียงแค่เสี้ยววินาที เรียวขาเนียนละเอียดไปจนถึงโคนขาอ่อนทำเอาชายหนุ่มลำคอแห้งผาก หวันยิหวาหน้าแดงซ่านด้วยความอับอายรีบดึงผ้าถุงขึ้นมาปิดบังเรือนร่างพัลวัน

“ว้ายยย!!!!!!!” หวันยิหวาดิ้นรนขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด แววตากลมโตตวัดมองอย่างอาฆาต

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

“เอ่อ ๆ ผม ผมไม่เห็นอะไรนะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มรีบแก้ตัว ก่อนจะยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระและก้าวถอยออกไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป