บทที่ 11 อยากลงโทษคนอวดดี
หญิงสาวขยับเท้าหมายจะเข้าไปต่อว่าเอาเรื่อง แต่ดันก้าวไปเหยียบชายผ้าถุงตนเองเข้าอีกครั้ง คราวนี้ร่างอรชรเซถลาเข้าหาแผงอกตึงแน่นของชายหนุ่มอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ภูดิศรีบตวัดอ้อมแขนโอบรัดเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแน่นหนา
“โอ๊ยยย!!!”
“เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ รีบลุกทำไม”
“นาย!!!...นาย!!! ฉวยโอกาสกับ แล้วยังเปลี่ยนชุดฉันอีก แก้ดียังไม่มาจับฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าหึ”
“ไอ้คนเลว ไอ้คนลามก คิดจะขืนใจฉันใช่มั้ย”
“เดี๋ยว ๆ ฟังก่อนสิคุณ”
“เสื้อผ้าของคุณ เอื้อมจันทร์เป็นคนเปลี่ยนให้ครับคุณผู้หญิง แล้วที่คุณซบลงมาเนี่ย... เพราะคุณจะล้มผมเลยช่วยรับไว้ คำขอบคุณสักคำก็ไม่มี ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปแท้ ๆ” ภูดิศพึมพำชิดใบหู
“นายพาฉันมาที่นี่ต้องการอะไรกันแน่... แล้วที่นี่มันที่ไหน ฮึก... ฮื้อออ”
เสียงหวานสั่นเครือร่ำไห้ด้วยความขวัญเสีย หวันยิหวารีบคว้าปมผ้าถุงผูกเอาไว้แน่น ร่างระหงสั่นเทาถอยร่นหนีจนแผ่นหลังบางชิดติดผนังห้องไม้ซุงขัดเงา แต่คนตัวโตกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หายใจ ชายหนุ่มรุกคืบก้าวตามประชิดจนแผงอกแกร่งแทบจะหลอมรวมหลอมเนื้อเข้ากับทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงสะอื้น กลิ่นอายบุรุษเพศอันร้อนระอุและดุดันโชยเข้าจมูกจนหญิงสาวตาพร่า
“ที่นี่เรือนลีลาวดี... พ่อเลี้ยงให้ผมพาคุณมาพักที่นี่” ภูดิศเค้นเสียงตอบ สายตาหลุบมองความนุ่มหยุ่นตรงหน้าที่บดเบียดแผงอกเขาอย่างจงใจปั่นประสาท
“แล้วพ่อเลี้ยงล่ะ!”
“เขาไปทำงานแล้ว... แล้วพ่อเลี้ยงก็สั่งให้ผมเป็นคนดูแลคุณ”
“แล้วนาย... นายได้ทำอะไรฉันหรือเปล่า ตอนที่ฉันไม่ได้สติ!” หวันยิหวาถามระคนหวาดระแวง นัยน์ตากลมโตตวัดมองเขาอย่างจับผิด
“เปล่า... ผมไม่ได้ทำอะไรคุณทั้งนั้น” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก นึกขำท่าทีเหมือนแม่กวางสาวที่กำลังขู่พญาเสือ
“ตอนที่คุณไม่ได้สติ คุณอยู่กับเอื้อมจันทร์แล้วเธอก็เป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณไม่ใช่ผม... ผมเพิ่งเข้ามาดูอาการคุณ แล้วคุณก็ฟื้นขึ้นมาด่าผมฉอด ๆ นี่ไง”
“นายไม่ได้ทำอะไรฉันแน่นะ...”
“ไม่... ผมบอกว่าไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำสิ” ภูดิศกดเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นเข้มลึก เปล่งประกายความต้องการบางอย่างที่ทำเอาคนมองหน้าร้อนผ่าว
“แต่ถ้าคุณยังไม่หยุดกล่าวหา... ผมจะทำจริง ๆ แล้วนะ”
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าคมคายลงมาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน ปลายจมูกโด่งรั้นเกลี่ยผ่านแก้มเนียนใสที่ขึ้นสีระเรื่อ หวันยิหวาใจสั่นสะท้าน ผงะหนีจนคอตั้งบ่า พยายามเค้นเสียงขู่ทั้งที่หัวใจเต้นโครมคราม
“คอยดูนะ... ถ้าพ่อเลี้ยงกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องพ่อเลี้ยงแน่!”
“ก็เอาสิ! ฟ้องเลย” ภูดิศยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะชิดติดกับกลีบปากนุ่ม หวันยิหวาได้แต่ด่าทอเขาอยู่ในใจด้วยความคับแค้น
เมื่อตั้งสติและสงบอารมณ์ลงได้ หวันยิหวาก็ลอบทอดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง เรือนไม้ซุงหลังนี้หรูหราโอ่อ่าผิดจากบ้านพักคนงานหลังเล็กท้ายไร่ที่เธอเคยอยู่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้คือมีเพียงเธอและเขาอยู่กันสองต่อสองในห้องกว้าง
ขืนเธอระเบิดอารมณ์ใส่และแข็งข้อกับเขาต่อไป คงสู้แรงของหัวหน้าคนงานคนนี้ไม่ได้แน่ หญิงสาวจึงพยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและนิ่งที่สุด
“นายออกไปได้แล้วล่ะ... ฉันจะพักผ่อน”
ภูดิศเห็นใบหน้าหวานฉายแววอิดโรยระคนอ่อนล้า นัยน์ตาคู่สวยดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มจึงหมดสนุกที่จะต่อล้อต่อเถียง ก่อนจะยอมเดินออกจากห้องไป ทันทีที่บานประตูเปิดออกและร่างสูงพ้นเขตห้อง หวันยิหวารีบพุ่งตัวไปกดล็อกประตูห้องนอนทันที
ร่างบางทรุดนั่งลงบนเตียงกว้างอันหนานุ่ม คว้าโทรศัพท์มือถือต่อสายหาดวงใจผู้เป็นมารดาทันทีเพื่อฟ้องเรื่องราวเลวร้ายที่ถูกหัวหน้าคนงานกลั่นแกล้ง พาไปเดินบุกป่าลุยแดดในไร่กาแฟจนเธอต้องเป็นลมเป็นแล้งไป
“เดี๋ยวแม่จะจัดการให้ลูก!” ดวงใจปลายสายเอ่ยเสียงเข้มด้วยความโกรธจัดที่ลูกสาวสุดที่รักถูกรังแก
ทันทีที่วางสายจากลูกสาว ดวงใจก็ต่อสายตรงไปคาดคั้นเอากับนายเอียดหัวหน้าคนงานทันที หล่อนต่อว่าหัวหน้าคนงานอย่างรุนแรงพ่นไฟใส่ไม่ยั้งและขู่จะไล่ออก ส่งผลให้นายเอียดตัวจริงตระหนกตกใจตกเป็นแพะรับบาปอย่างไร้ความผิด ด้วยความกลัวว่าจะตกงานไม่มีเงินเลี้ยงชีพ นายเอียดตัวจริงจึงยอมเปิดปากสารภาพความจริงทั้งหมด
“พะ...พ่อเลี้ยงภูเป็นคนสั่งการทั้งหมดครับคุณดวงใจ! แล้วตอนนี้พ่อเลี้ยงก็พาคุณยิหวาไปอยู่ที่เรือนลีลาวดีแล้วครับ!”
เมื่อรู้ความจริงว่าคนที่เล่นละครตบตาคือลูกเลี้ยงตัวดีคือภูดิศ ดวงใจจึงต่อสายตรงเข้าเครื่องลูกเลี้ยงหนุ่มทันทีด้วยโทสะที่เดือดพล่าน
“สวัสดีครับ... มีอะไรถึงโทรหาผมแต่หัววัน หรือว่า...หมอให้คุณน้าออกจากโรงพยาบาลแล้ว” ภูดิศกรอกเสียงอย่างอารมณ์ดีระคนยั่วยวน ชายหนุ่มหมุนพวงกุญแจรถเอทีวีในมือเล่น
“ภูน่าจะรู้ตัวดีนะ... ว่าไปก่อเรื่องอะไรไว้กับยิหวา!” น้ำเสียงของดวงใจสั่นระริกด้วยความโกรธ
“ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ ทว่านัยน์ตากลับเต็มไปด้วยความสะใจ
“แล้วทำไมภูต้องโกหกยิหวาด้วยว่าเป็นนายเอียด!”
“ผมไม่ได้โกหกเลยคุณน้า...” ภูดิศหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาปลายสายแทบกระอักเลือด
“ลูกสาวคุณน้า เค้าคิดไปเองต่างหากล่ะ”
ภูดิศกดตัดสาย สองเท้าแกร่งก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังห้องนอนของหญิงสาวทันที ชายหนุ่มลงมือเคาะประตูเสียงดังสนั่น แต่หวันยิหวาที่อยู่ด้านในกลับใจแข็งไม่ยอมเปิด ภูดิศแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะควักกุญแจสำรองที่เขามีทุกห้องในเรือนลีลาวดีขึ้นมาไขประตูทันที
