บทที่ 2 อ้อมกอดคนเถื่อน
“งั้นก็ช่วยโทรหาพ่อเลี้ยงให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่อยากตกงาน” เธอขู่
“คุณก็โทรเองสิครับ” เขายักไหล่พร้อมกับทำมาดกวน ๆ ใส่เธอ
“ก็โทรให้หน่อยไม่ได้รึไง พอดีโทรศัพท์ฉันแบตหมด”
“เสียใจ ผมไม่ได้พกโทรศัพท์... และถ้าคุณยังขืนดื้อดึงจะขับรถเข้าไปละก็ ผมมีสิทธิ์จะทำอะไรกับคุณก็ได้ แล้วผู้หญิงสวย ๆ ที่มาตัวคนเดียวในป่าแบบนี้ คงไม่ต้องบอกนะว่าผมจะทำอะไรเป็นอย่างแรก หึ ๆ”
“หึ้ย!!.. ไอ้คนบ้า ไอ้ลามก!”
“ด่าผมอีกทีเดียวผมจากลากตัวคุณมาจูบจริง ๆ ด้วย” เขาขู่พร้อมกับสายตาที่สื่อความหมายโลดโผนจนหวันยิหวารู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง หัวใจเต้นโครมครามด้วยความกลัวระคนหวั่นไหวกับการเผชิญหน้ากับซาตานในคราบเทพบุตรคนนี้
“นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” หวันยิหวาแหวใส่ ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความขัดใจ มือเรียวกำพวงมาลัยแน่นจนผิวข้อขาวซีด
“เอางี้... ถ้าคุณยอมพูดจากับผมดี ๆ ผมจะให้คุณขี่หลังเจ้าวายุของผมเข้าไป”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ นัยน์ตาพราวระยับพึงพอใจยามเห็นคนตัวเล็กหน้าดำคร่ำเครียด เขาปรายตาไปยังม้าสายพันธุ์ดีร่างยักษ์สีดำที่กำลังยืนส่งเสียงฟืดฟาดขวางหน้ารถของเธออย่างรู้หน้าที่
“ขี่ม้าเนี่ยนะ!” หวันยิหวาอุทานเสียงสูง ใบหน้าหวานงอง้ำพลางก้มลงมองกระโปรงมินิเดรสของตัวเองที่สั้นเต่อจนแทบจะปิดอะไรไม่มิด ขืนเธอปีนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าพยศตัวนั้น มีหวังความลับใต้ร่มผ้าได้ถูกเขาตาปรอยมองจนหมดไส้หมดพุงแน่!
“งั้นก็แล้วแต่คุณนะ...” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปที่ม้าของเขาอย่างจงใจกวนประสาท
“แล้วสินาย... แล้วจากตรงนี้ไปถึงที่พัก มันอีกไกลหรือเปล่าล่ะ” หญิงสาวรีบละล่ำละลักรั้งเขาไว้ ท่าทางกระสับกระส่ายด้วยความละล้าละลังจนน่าเอ็นดูในสายตาคนมอง
“ก็แค่ข้ามเขาลูกนี้ไป...” เขาแกล้งทอดเสียงยาว ทอดสายตามองไปยังแนวเขามืดทึมเบื้องหลังประกอบฉาก
“จะบ้าหรือไง! นี่ฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับนายนะ!” หวันยิหวาแหวลั่นจนหน้าดำหน้าแดงลืมความสุภาพทันที ท่าทางฟัดเหวี่ยงโกธรจัดของเธอทำให้ชายหนุ่มหลุดหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ รังสีความดิบเถื่อนในคราแรกจางลง เหลือเพียงความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจที่ชวนให้หัวใจสั่นไหว
“โอเค ๆ ผมล้อเล่น...” ชายหนุ่มเดินกลับมา ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มกวนอารมณ์ นัยน์ตาคู่คมกวาดมองปฏิกิริยาของคนในรถอย่างนึกสนุก
“จากตรงนี้ไปไม่เกินสามกิโล ก็ถึงที่พัก ตกลงคุณจะเดินใช่มั้ย ถ้าเดินไปก็จอดรถไว้ซะ”
“ฉัน...ฉันขอเอารถเข้าไปจอดด้านในอีกนิดได้มั้ย ฉันกลัวรถหาย” เธอพยายามหลอกล่อให้เขาเอาม้าหลบทาง ตั้งใจว่าถ้าเขาหลีกทางเธอจะเหยียบคันเร่งพุ่งหนีไปทันที แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะรู้ทัน
“คุณจอดไว้ที่นี่แหละ เดี๋ยวผมให้คนในไร่มาขับไปจอดไว้ในที่ที่ปลอดภัยให้เอง”
“งั้นก็เรียกคนของคุณออกมาขับสิ ฉันจะนั่งไปด้วย”
“เอ๊!!...นี่คุณพูดจาไม่รู้เรื่องหรือยังไง”
“เป็นแค่คนงานในไร่อย่าทำตัวกร่างให้มันมากนักได้มั้ย ฉันเป็นลูกเจ้านายนะ!”
“ผมปฏิบัติตามกฎของไร่ ผมกร่างตรงไหนไม่ทราบ ”
“นี่นายเป็นใครกันแน่ ไหนบอกมาสิ มีตำแหน่งใหญ่โตมาจากไหนเหรอ”
“ผมเป็นหัวหน้าคนงานที่นี่”
“ก็แค่หัวหน้าคนงาน ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้าของไร่!” เสียงหวานแข็งขึ้นเล็กน้อยพลางยิ้มเยาะที่เขาหยิบยกตำแหน่งนั้นขึ้นมาข่มขู่เธอ
ร่างระหงตัดสินใจเปิดประตูแล้วก้าวลงจากรถเพื่อจะประชันหน้าให้รู้เรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องหน้าร้อนผ่าวคือสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่ตวัดกวาดมองเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วง
สายตาของเขาตรึงอยู่ที่เนินอกอวบอิ่มขาวเนียนที่โผล่พ้นชุดมินิเดรสสายเดี่ยวสีแดงสด รูปร่างของเธอช่างสมส่วน ส่วนเว้าส่วนโค้งรัดรึงอยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบา ผิวพรรณเนียนละเอียดและช่วงไหล่กลมกลึงทำเอาชายหนุ่มที่ผ่านผู้หญิงมานักต่อนักถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างจะแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดขัดใจ
“มองอะไร! อย่าคิดจะทำอะไรบ้า ๆ นะ แม่ฉันเอานายตายแน่”
“แล้วคุณล่ะ แต่งตัวแบบนี้ จะมาอ่อยใครไม่ทราบ?”
“มันเรื่องของฉัน! หัวหน้าคนงานอย่างนายไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ รีบ ๆ พาฉันเข้าไปได้แล้ว”
“สรุปว่าคุณจะมาหาพ่อเลี้ยง หรือแม่ของคุณกันแน่”
“ก็มาหาทั้งสองคนนั่นแหละ” หญิงสาวก้มมองมินิเดรสตัวสั้นของตัวเองอย่างนึกกังวลเมื่อลมเย็นเริ่มพัดกรรโชกมา
“เคยขี่ม้ารึเปล่า”
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าคมเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นเป่ารดพวงแก้มใส หวันยิหวาได้กลิ่นกายบุรุษเพศจาง ๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นทุ่งหญ้ายามเย็น มันช่างดึงดูดและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย ท่าทางยียวนขี้แกล้งของเขาเหมือนกำลังขุดหลุมพรางดักล่อ และเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นเลย
“เคย...” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ เพราะเคยตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ แล้ว
“งั้นก็ขึ้นไปสิ...”
หวันยิหวาทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ ขยับตัวจะปีนขึ้นขี่หลังม้า ทว่ามินิเดรสตัวสั้นกุดกลับเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่จนทำให้เธอขยับตัวลำบาก และในจังหวะที่เธอกำลังเงอะงะอยู่นั้นเอง เรือนกายแกร่งกำยำก็ขยับเข้าประชิดจากทางด้านหลัง วงแขนทรงพลังถือวิสาสะตวัดสอดเข้าใต้ข้อพับขาและแผ่นหลัง ช้อนร่างบางของเธอขึ้นลอยเหนือพื้นอย่างง่ายดายราวปุยนุ่น
“ว้าย! ปล่อยนะ! นี่คุณจะทำอะไร!” หญิงสาวอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานตื่นตระหนกยามที่ร่างทั้งร่างถูกพันธนาการด้วยอ้อมกอดดิบเถื่อน แต่ชั่วพริบตาเดียว เขาก็วางร่างของเธอลงบนอานม้าอย่างนุ่มนวล หวันยิหวาจำต้องนั่งเอียงสะพายข้างในท่าขี่ม้าของสตรี ขาทั้งสองข้างรวบพาดอยู่ทางด้านเดียวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
