บทที่ 6 แผนลวง
เมื่อหวันยิหวาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสั้นสีขาวสะอาดนุ่งกระโจมอกไว้หมิ่นเหม่ ร่างอรชรกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่โซนอาบน้ำ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มขนาดใหญ่เกาะแน่นนิ่งอยู่บนผนังปูนเหนือก๊อกน้ำ... มันคือตุ๊กแกตัวลายพร้อยขนาดใหญ่เกือบเท่าข้อมือของเธอ ดวงตากลมโปนฉายแววดุดันของมันตวัดสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยของเธอเข้าอย่างจัง!
“กรี๊ดดดดดดด!!!! กรี๊ดดดดด!”
เสียงหวีดร้องแหลมสูงปานจะขาดใจดังลั่นสะท้อนก้องทะลุตัวบ้าน ภูดิศที่กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยอยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งโหยง ชายหนุ่มรีบสาวเท้าขึ้นบันได มุ่งตรงมายังห้องนอนของหญิงสาวทันทีตามสัญชาตญาณดั่งพญาเสือที่ตื่นภัย เขากระชากประตูห้องนอนเปิดออกขวับ
“มีอะไรคุณ!” น้ำเสียงทุ้มส่อแววตื่นตระนก
“ตุ๊...ตุ๊กแก! ช่วยด้วย! มันจะกัดฉันแล้ว มันอยู่ในห้องน้ำ!”
หวันยิหวายืนตัวสั่นงันงกอยู่ด้านนอกห้องน้ำ ใบหน้าสวยซีดเผือด พลางยื่นนิ้วชี้เรียวระริกบอกพิกัดความหวาดกลัวอย่างหมดท่า ละล่ำละลักพึ่งพิงเขาอย่างลืมตัว
“ตุ๊กแกที่ไหนมันกัดคน อย่าไปใส่ร้ายมันเลย”
ชายหนุ่มแกล้งปั้นหน้าขรึม ดุดันกลบเกลื่อนอาการใจสั่น ก่อนจะเดินดุ่มเข้าไปในห้องน้ำ คว้าไม้กวาดทางมะพร้าวที่อยู่ใกล้มือมาจัดการกระทุ้งไล่เจ้าสัตว์โลกตัวปัญหาให้ออกทางช่องลมไปอย่างรวดเร็วแม่นยำ
ทว่า... เมื่อเขาเดินย้อนกลับออกมาจากห้องน้ำ ภาพเบื้องหน้ากลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายชายให้เตลิดเปิดเปิงรุนแรงยิ่งกว่าเก่า
หวันยิหวายังคงยืนหลับตาปี๋ด้วยความขวัญเสีย เรือนร่างสั่นเทาจนผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่กระโจมอกอยู่รั้งร่นขึ้นสูงจนแทบปิดอะไรไม่มิด เรียวขาขาวผ่องเนียนละเอียดราวกับเนื้อนมชั้นดีเปิดเปลือยล่อสายตาคมกริบยาวไปจนถึงโคนขาอ่อน ผิวเนื้อสาวสั่นระริกตามแรงสะอื้น ส่งผลให้ทรวงอกอวบอิ่มเบียดอัดล้นทะลักพ้นขอบผ้าผืนบาง ชูชันเด่นหราสะท้อนแสงไฟสลัวต่อหน้าชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ
“ผมไล่ให้แล้ว มันหนีไปแล้ว”
ภูดิศเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอ น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นแหบพร่าโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก นัยน์ตาคู่คมร้อนผ่าวขึ้นมาฉับพลันด้วยความกระสันอยากที่แล่นพล่านทั่วร่าง
“จริง ๆ นะ...” เสียงหวานกระซิบถามแผ่วเบา ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเขาอย่างไม่มั่นใจ
“จริง ๆ... คุณก็ลองเข้าไปดูสิ” ภูดิศตอบ แววตาจับจ้องอยู่ที่ความนุ่มหยุ่นตรงหน้าไม่ละสายตา
“พาฉันเข้าไปดูสิ ว่ามันไปแล้วจริง ๆ... ไม่ใช่แอบกลับมาอีก” ด้วยความกลัวจัด หวันยิหวาเผลอเอื้อมมือไปคว้าท่อนแขนล่ำสันของเขาไว้แน่น รบเร้าให้เขาเป็นโล่กำบัง
“เชิญ...”
ภูดิศผ่อนลมหายใจร้อน ผิวเนื้อท่อนแขนแกร่งสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของฝ่ามือสาว ชายหนุ่มเดินนำเธอเข้าสู่ห้องน้ำอีกครั้ง ร่างระหงเดินเบียดกระแซะติดส้นเท้าเขาซ่อนตัวอยู่ทางด้านหลัง ทว่าเมื่อสายตาตรวจตราจนแน่ใจแล้วว่าผนังปูนว่างเปล่า ไร้เงาสิ่งมีชีวิตใด ๆ ความเงียบก็เข้าปกคลุม พร้อมกับสติที่เริ่มกลับคืนมา
หวันยิหวาเหลือบเห็นสายตาคมกริบของภูดิศที่กำลังหลุบมองต่ำ จ้องลึกเข้ามาในรอยแยกของผ้าเช็ดตัวที่แทบจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่
“มอง...มองอะไร! ออกไปได้แล้ว!” หญิงสาวที่เพิ่งรู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตาอันตรายก็รีบเอ่ยปากไล่
“แล้วอย่าเพิ่งไปไหนล่ะ เผื่อว่ามันกลับมาอีก” มือเรียวรีบปล่อยมือจากแขนเขาแล้วตะครุบชายผ้าเช็ดตัวพัลวัน ใบหน้างดงามร้อนผ่าว แดงซ่านลามไปจนถึงใบหูด้วยความอับอาย
ภูดิศเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ สายตาโลมเลียเรือนร่างอรชรที่สั่นเทาต่อสายตาอย่างจาบจ้วงเปิดเผย นัยน์ตาเยี่ยงซาตานคุกคามจนเธอแทบจะหลอมละลาย
“หึ... นึกว่ากลัวจนลืมอายไปแล้วซะอีก”
คำพูดเย้ยหยันกึ่งหยอกเย้าหลุดจากปากหยักได้รูป ชายหนุ่มข่มอารมณ์ดิบในกายไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น ก่อนจะหมุนตัวเดินผละออกจากห้องน้ำไป ทิ้งให้หวันยิหวายืนพิงผนังห้องน้ำอย่างหมดแรง หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามกระหน่ำรัวจนแทบจะระเบิดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวตุ๊กแกอีกต่อไป หากแต่เป็นเพราะรสสัมผัสทางสายตาอันร้อนแรงของเขาต่างหาก!
หลังจากอาบน้ำชะล้างความร้อนรุ่มและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว หวันยิหวาเดินออกมาจากห้องนอนด้วยความร้อนรุ่มกลุ้มใจ โทรศัพท์มือถือที่ชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้มีพลังงานเพียงพอให้เปิดเครื่องใช้งาน หญิงสาวตกลงใจจะต่อสายหาผู้เป็นมารดาทันทีเพื่อเล่าเรื่องราวชวนขวัญเสียที่เกิดขึ้น และเค้นถามให้แน่ชัดว่าเวลานี้มารดาของเธออยู่ที่ไหนกันแน่
ภูดิศซึ่งนั่งรออยู่ตรงมุมมืดด้านนอกเห็นท่าไม่ดี ชายหนุ่มรู้ซึ้งถึงสถานการณ์ว่าหากปล่อยให้เธอโทรศัพท์หาดวงใจตอนนี้ ละครฉากใหญ่ที่เขาจงใจสร้างขึ้นมาปั่นหัวหล่อนคงต้องพังทลายลงแน่ และเธออาจจะรู้ความจริงเรื่องการตายของพ่อเลี้ยงแสนคำเร็วกว่าแผนการที่วางไว้ เรือนกายแกร่งจึงขยับเข้าประชิดร่างระหงอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะแสร้งร้องทักขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงที่ปรับให้อ่อนโยน ทุ้มนุ่มนวลชวนฝันอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต
“เดี๋ยวก่อนคุณ...”
หญิงสาวชะงักปลายนิ้วที่กำลังจะกดปุ่มโทรออก ร่างบางสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองคนตัวโตตรงหน้าด้วยแววตาระแวดระวัง “มีอะไรอีก”
“ผมมีเรื่องสำคัญจะบอก... ตอนนี้คุณแม่ของคุณกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะครับ แต่อาการของท่านดีขึ้นมากแล้ว คุณอย่าเพิ่งโทรไปรบกวนเวลาพักผ่อนของท่านเลยนะ”
หวันยิหวาที่ขวัญบินหนีหายจากเรื่องตุ๊กแกอยู่แล้ว ยิ่งหน้าถอดสีเผือดลงไปอีกเมื่อได้ยินเรื่องอาการป่วยของมารดา หญิงสาวไม่มีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวความบาดหมางรวมถึงการเปิดพินัยกรรมเจ้าปัญหาในไร่นี้เลยแม้แต่น้อย มารดาบอกเธอเพียงแค่ให้เดินทางมาช่วยดูแลกิจการในส่วนที่ท่านรับผิดชอบแทนก็เท่านั้น
“แม่ฉัน... แม่ฉันป่วยเป็นอะไรเหรอ ทำไมแม่ไม่เห็นบอกอะไรฉันเลย...” น้ำเสียงหวานเริ่มสั่นเครือ แววตากลมโตสั่นระริกด้วยความกังวลใจและว้าเหว่อย่างปิดไม่มิด
