บทที่ 8 ตอนที่ 7 เป็นผัว ครับ
ตอนที่ 7 เป็นผัว ครับ
ให้ย้ายก็ย้าย ไม่เรื่องมากอยู่แล้ว คุณเกื้ออุตส่าห์ตามใจกันทั้งที ใครจะกล้าปฏิเสธ แต่ทันทีที่นั่งลงด้านข้างเขาปุ๊บ แขนแกร่งก็วางพาดบนไหล่ ลูบไหล่มนทันที
"อย่าเล่นหน้าเล่นตา" กระซิบบอกเธอที่พักหลังมานี้เริ่มต่อปากต่อคำ กล้าออกนอกกรอบที่เคยตีไว้ให้
"คุณจะไม่คืนคำใช่ไหม?"
"อะไรอีก"
"แค่สามปี" หมายถึงสถานะคู่หมั้นของเรา จากหกปีเป็นสามปีน่ะ
"ถามทำไม เธอกะจะหาเหยื่อใหม่รอเลยหรือไง"
"อยากคุยเผื่อไว้"
"มีสิทธิ์อะไร?" เธอมีสิทธิ์อะไรคุยกับผู้ชายคนอื่น ทั้งที่ทุกวันนี้ยังกินนอนในบ้านเขา เงินก็ใช้เงินเขา แม้กระทั่งรถก็ยังเป็นเงินเขาที่ซื้อให้
"คุณบอกแค่ห้ามมีอะไรกัน ไม่ได้ห้ามหนูคุยนะ"
"อย่าต่อปากต่อคำ" เค้นเสียงลอดไรฟันเอ่ย บีบไหล่มนที่กุมไว้แน่น
"กับคุณภัส คุณทำกับเขาแบบนี้บ้างไหม"
"ไม่"
"แต่กับหนู คุณทำทุกอย่าง"
"ระหว่างของที่ซื้อมาใช้ กับของที่ชอบ เธอคิดว่าฉันจะถนอมอะไร ถามแปลก ๆ"
"ก็คงเป็นเขา" ตอบเสียงเรียบ คว้ามือใหญ่ที่กุมไหล่ไปวางลงบนโต๊ะอาหารแทนการนั่งโอบเธอแบบนี้
"ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารนะครับ"
เสียงพนักงานดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มข้างกายนั่งนิ่งบดกรามไปมามองเธอ
"ขอไปล้างมือก่อนนะคะ" ไม่รอให้อนุญาต รีบลุกขึ้นบิดข้อมือเดินไปทางห้องน้ำทันที
ห้องน้ำที่นี่ไม่ได้แบ่งแยกชายหญิง ทำให้ผู้หญิงกับผู้ชายสามารถใช้ห้องน้ำร่วมกันได้
วิเวียนล้างทำความสะอาดมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบทิชชูมาซับมือให้แห้งแล้วยื่นมือไปเป่าลมร้อน เมื่อแล้วเสร็จหญิงสาวก้มมองชุดที่สวมอยู่เลยไม่ได้เงยหน้ามองทางทำให้ชนเข้ากับชายคนนั้น..ที่สบตากัน
จะว่าโชคดีก็โชคดีที่ไม่ได้ตกส้นสูงเพราะมีอ้อมแขนเขารั้งไว้ทัน แต่ความไม่โชคดีคือเธอที่เซเกือบจะล้มจนเข่ากระแทกชั้นวางของ
"คุณ โอเคใช่ไหมครับ" ชายหนุ่มช่วยประคองยืนขึ้น ถือวิสาสะจับแขนสองข้างหมุนดูรอบตัวเผื่อว่ามีส่วนไหนได้รับบาดเจ็บ จนสายตาสะดุดเข้ากับหัวเข่าข้างที่ถลอกจนมีเลือดซึม
วิเวียนที่งุนงง เวียนหัวกับการหมุนตัวเมื่อครู่ อยู่ ๆ ก็ตัวลอยอยู่ในอ้อมแขนจำต้องรีบตวัดแขนโอบรอบลำคอคนอุ้มเพราะกลัวตก
ท่าทางการอุ้มรีบ ๆ ทำให้พนักงานตรงเข้ามาถามเหตุการณ์ ซึ่งเธอได้ยินทุกประโยคตั้งแต่เขาขออุปกรณ์ทำแผล ขอยา จนถึงถามว่าสามารถนั่งทำแผลตรงไหนได้บ้าง
"ผมขอโทษนะ ไม่คิดว่าจะชนคุณเลย ขอโทษจริง ๆ"
"..." นิ่งเงียบมองตาปริบ ๆ จนเขาย่อตัววางเธอลงบนโซฟา
"ต้องช้ำมากแน่ ๆ ไปหาหมอไหมครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" รีบยกมือปรามยิ้มเจื่อนส่ายหน้าปฏิเสธ โน้มใบหน้าไปมองแผลที่เข่าก่อนจะบอก 'ไม่เป็นไร แผลแค่นิดเดียว' ทว่าคุณเขากลับยืนกรานจะรับผิดชอบ
ทำให้ถกเถียง เกรงอกเกรงใจกันอยู่ครู่หนึ่งจนพนักงานถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามา
"ขอบคุณมาก เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง" ชายหนุ่มรับกล่องปฐมพยาบาลมาวางข้างลำตัวพร้อมกับเอ่ยขอบคุณและยื่นทิปให้เป็นมารยาท
"คืนนี้คงช้ำแน่นอน จะเดินไหวไหมครับ คุณ..?" เลิกคิ้วเชิงถาม
"วิเวียนค่ะ"
"ผมซานครับ"
"ค่ะคุณซาน ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ซุ่มซ่ามมัวแต่มองชุดจนลืมมองทาง"
"ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ซุ่มซ่ามเหมือนกัน.." เพราะถ้ามองทางจริง ๆ คงไม่ชนกันจนคุณวิเวียนตัวปลิวแน่
"..ว่าแต่คุณไม่ได้เจ็บข้อเท้า หรือมีส่วนไหนที่ได้รับบาดเจ็บอีกใช่ไหมครับ"
"ไม่ค่ะ มีแค่ที่เข่านิดหน่อย" ยิ้มเจื่อนตอบ มือวางบนกระโปรงมองเขาที่ย่อตัวคุกเข่าเตรียมอุปกรณ์ล้างแผลท่าทางคล่องแคล่ว ด้วยความเกรงใจเธอเลยขอล้างแผลเอง ขอทำเอง แต่คุณซานก็ยืนกรานจะทำให้
จนเมื่อต้องแปะปลาสเตอร์ เสียงคล้ายประชดก็ดังขึ้น
"เสร็จหรือยัง?"
ประโยคคำถามทำสองเราสบตากันก่อนจะหันไปมองร่างสูงที่ยืนกอดอกมองอยู่
"ทำแผลให้คู่หมั้นผมเสร็จหรือยัง"
"คู่หมั้น.." ซานหันมามองมือเล็กสองข้างที่ว่างเปล่าแล้วจึงหันกลับไปถามคนยืน
"..เหรอครับ"
"ครับ คู่หมั้น"
"ผมนึกว่าคุณเป็นพี่ชายของเธอ ไม่ก็..คุณอา"
"เป็นผัว ครับ" เกื้อกูลยืนกอดอกตอบนิ่ง ต่างจากร่างเล็กที่นั่งก้มหน้าหัวเราะ
"ไม่ใช่สามีค่ะ เราเป็นแค่คู่หมั้นกัน" วิเวียนยิ้มตอบคนบนพื้น เขาเลยพยักหน้าเข้าใจ เก็บอุปกรณ์เข้าที่แล้วเอ่ย..
"ขอโทษที่ทำให้เจ็บตัวนะครับ ขอโทษคุณ..ที่ทำให้เสียเวลา" ซานขอโทษวิเวียนเสียงแผ่วแล้วจึงหันไปขอโทษว่าที่คู่หมั้นของเธอต่อ
"ไม่เป็นไร ปกติเธอก็สำออยแบบนี้อยู่แล้ว" เกื้อกูลกระตุกยิ้มยักคิ้วตอบ ทำร่างเล็กหน้าชาตัวแข็งทื่อ
"ถ้ากลับบ้านไปแล้วระบม หรือช้ำ จนเดินไม่สะดวก ติดต่อหาผมนะ" ซานหยิบนามบัตรวางให้บนหน้าขา ก่อนจะขอตัว ด้วยที่ไม่อยากอยู่เป็น กขค เผื่อคนสองคนมีอะไรต้องคุยต้องเคลียร์กัน
"เผลอไม่ได้เลยนะ หึหึ"
"อุบัติเหตุค่ะ" อาจจะคล้ายกับวันที่คุณภัสทำโหลแก้วหล่นแตกแล้วเขาอาสาเข้าไปช่วยนั่นแหละ แต่ต่างกันตรงที่เธอไม่ได้ออกไปต่อกับคุณซานแล้วทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียว เหมือนที่เขาทำกับเธอ
"จะติดต่อกันเลยไหมล่ะ?"
"ถ้าคืนนี้กลับบ้านไป รู้สึกปวดก็..ค่ะ"
"เห็นแก่หน้าฉันหน่อยก็ดีนะ" เกื้อกูลพูดพลางยกข้อมือขึ้นดูเวลา ปรายตามองไปยังโต๊ะอาหาร
"จะถ่ายไหมรูป จะกินไหมข้าว หรืออิ่มอกอิ่มใจแล้ว?"
"วันหลังถ้าคุณไม่เต็มใจมา ปฏิเสธหนูเลยก็ได้นะคะ จะได้ไม่ต้องแสดงท่าทีหงุดหงิดแบบนี้ตั้งแต่ที่บ้าน เพราะหนูเองก็ไม่อยากจะรบกวนคุณให้ลำบากใจเหมือนกัน"
"เธอเพิ่งรู้เหรอ?"
"..."
"ที่มานี่รำคาญหรอกนะ เลยยอมมา ยิ่งมาเห็นแบบนี้ก็ยิ่งหงุดหงิดรำคาญ"
"ขอโทษค่ะ" ตอนนี้คงไม่มีประโยคไหนดีกว่าคำว่าขอโทษอีกแล้วละ
"ตอนรู้จักกันใหม่ ๆ เธอน่ารักเรียบร้อยดูเป็นลูกผู้ดีมากกว่าตอนนี้อีกนะ ทำไมตอนนี้.." ไม่ต่างจากผู้หญิงที่จ้องจะจับผู้ชายรวยเลยล่ะ
"ตอนนี้ ทำไมเหรอคะ"
"ไม่ทำไม แค่ดูตกอับ แต่ก็ยังไม่เจียมตัว"
"..."
