บทที่ 10 ผู้หญิงมันน้อยหรอกเลยทำให้เผลอมองว่าเธอสวย

“เอารถยนต์คันนั้นไปได้มั้ย เดี๋ยวฉันขับเอง น่าจะง่ายกว่าให้ฉันไปกับมอไซด์ที่เธอขับ”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น

“เออ…ผมลืมไป ว่ามีรถยนต์อยู่ ปกติแม่ม่อนใช้ครับ สงสัยวันนี้หมวดชัชมารับ เดี๋ยวผมหากุญแจแป็บๆ”

คำบอกเล่าของเด็กชายทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย

หมวดชัช?? ใคร??

“นี่ครับ”

เด็กชายเอ่ยทั้งยังส่งกุญแจรถให้กับเขา ชายหนุ่มรับมาก่อนจะสาวเท้ายาวๆยกตัวขึ้นไปบนรถคันสูงอย่างค่อนข้างลำบากเล็กน้อยเพราะบาดแผลบริเวณหัวไหล่ที่ยังคงระบมอยู่เล็กน้อย

“หมวดชัชนี่ใครเหรอ”

ขุนเขาเอ่ยถามเด็กถามเด็กชายอย่างเสียไม่ได้ ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากรู้ก็ไม่รู้สินะ

“หมวดชัช เป็นครูที่โรงเรียน ตชด.ครับ”

เด็กชายตอบในขณะที่นั่งรถเคียงคู่มากับชายหนุ่ม

“แล้วทำไมไม่เรียกว่าครู ทำไมต้องเรียกหมวด”

เขาถามอย่างแปลกใจ ในขณะที่ใช้มือขวาบังคับพวงมาลัย สายตาจ้องมองไปยังถนนดินแดงที่มีรอยล้อเกวียนเป็นทางลึกบ้างตื้นบ้างตลอดทั้งเส้นทางท่ามกลางต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นรกเรื้อตลอดสองข้างทาง

“หมวดชัชบอกว่า ฟังดูเท่กว่าเรียกครูครับ”

เด็กชายตอบอย่างใสซื่อ พลางบอกให้ชายหนุ่มเลี้ยวไปตามทางเล็กๆลักษณะคล้ายทางคนเดินเสียมากกว่าทางรถวิ่ง

“อีกไกลมั้ย”

ขุนเขาถามเมื่อรถแล่นตามทางตามสันดอยบ้างขึ้นเขา บ้างลงหุบ เป็นการยากมากที่เขาจะประคับประคองรถไปตามทางทั้งต้องประคองพวงมาลัยด้วยมือข้างที่ไม่ถนัดและหนทางที่ไม่คุ้นชินทั้งยังยากลำบาก เขาจึงจำเป็นต้องค่อยๆไต่คลานไปเสียส่วนใหญ่ นี่ก็ขับมาเกือบๆจะสี่สิบนาทีเข้าไปแล้ว เขายังมองไม่เห็นอะไรที่เป็นจุดเด่นที่ว่าจะมีสัญญาณโทรศัพท์หรือแม้แต่ที่ๆมีโทรศัพท์ได้เลย

“พ้นเนินนี่ไปก็ถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้วครับ”

……………………………………………………………………………………………………………………………………

สิ้นคำตอบของเด็กชายเมื่อพ้นเนินก็เห็นหลังคากระเบื้องมาแต่ไกล และเสาธงที่มีธงชาติไทยโบกสะบัดอยู่บนยอดเสา

สงสัยจะเป็นโรงเรียน ขุนเขาคิด พลางเลี้ยวรถเข้าไปจอดใกล้ๆกับรถจิ๊บแบบทหารที่จอดอยู่ด้านหน้าอาคารทำจากไม้เปิดโล่งโปร่งสบาย ก่ออิฐเป็นแนวขึ้นมาเพียงแค่ครึ่งของอาคาร ภายในมีโต๊ะและเก้าอี้นักเรียนตั้งอยู่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบราวๆสามสิบตัว ไม่ใกล้ไม่ไกลนักเขาก็เห็นร่างบางนั่งอยู่ขั้นบนสุดของบันไดกำลังขมักเขม้นในการใช้สว่านไฟฟ้าตัวเล็กเจาะไปบนคานไม้ด้านบน

“แม่ม่อน ทำอะไรอยู่ครับ”

เด็กชายทิวไผ่ตะโกนถามร่างบางอย่างกระตือรือร้น ตามติดมาด้วยร่างสูงที่เดินเข้ามายืนใกล้ๆพลางแหงนมองหญิงสาวอย่างฉงนสนเท่ห์

“กำลังต่อไฟอาคารใหม่อยู่ครับ แผงวงจรเก่ามันเสียแล้ว แล้วก็ทำปลั๊กไฟไว้เสียบพัดลม เวลาเรียนพวกเธอจะได้ไม่ร้อนไง”

ม่อนดอยตอบเด็กชายในขณะที่มือยังคงง่วนอยู่กับการเจาะรูไม้และก้มหน้าก้มตาเปลี่ยนสว่านดอกเล็กให้เป็นหัวสว่านไขควงพร้อมทั้งหยิบน๊อตหัวร่มและขาแผงไฟฟ้าส่องสว่างหลอดยาวขึ้นเล็งให้ตรงรูไม้ที่เจาะไว้แล้วจัดการใช้สว่านไขควงยิ่งน๊อตเข้าไปจนแน่น

ขุนเขามองหญิงสาวอย่างทึ่งๆในท่าทีการทำงานที่คล่องแคล่ว นี่มันงานของผู้ชายชัดๆ เขายังทำไม่ได้อย่างเธอเลย อย่าว่าแต่ใช้สว่านไฟฟ้าเลย แค่จับเขายังไม่เคยจับเสียด้วยซ้ำไป แต่หญิงสาวกลับใช้มันอย่างคล่องแคล่ว เขาได้แต่ยืนอึ้งมองร่างบางที่ง่วนอยู่กับการติดตั้งแผงไฟฟ้าส่องสว่างบนคานไม้ ต่อสายไฟเข้ากับแผง อย่างเรียบร้อย เขามองร่างเล็กนั้นอย่างเผลอๆ จนร่างบางลงมาจากบันได

“อ้าวคุณ! ออกมาเที่ยวกับอาทิวเหรอ แผลเป็นไงบ้างวันนี้ ยังปวดมั้ย”

ม่อนดอยส่งเสียงถาม เธอยังคงแสดงความห่วงใยต่อเขาเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา

“…”

“คุณ!! คุณขุน”

ม่อนดอยเรียกชายหนุ่มพร้อมทั้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้โบกมือผ่านหน้าเขาไปมาเหมือนเรียกสติของชายหนุ่ม

“คะ…ครับ!”

ขุนเขาตอบรับอย่างตะกุกตะกัก กระพริบตาถี่ๆ

ม่อนดอยยิ้มละมุน พลางขยับตัวปีนขึ้นไปบนโต๊ะนักเรียนที่อยู่ไม่ไกลนัก ด้วยต้องการเก็บรายละเอียดของงานอีกเล็กน้อย ใช้บันใดก็สูงเกินไป ในขณะที่เธอจัดการเก็บรายละเอียดสายไฟ และมองอย่างพอใจในผลงานของตัวเอง ผลันขาโต๊ะนักเรียนที่เริ่มผุพังนั้นก็ลั้นเปรี๊ยะและทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว

เหวอ!!!!

ตุ๊บ!!

อุ๊บ!!!

ร่างบอบบางนั้นก็หล่นทับกับร่างสูงกำยำริมฝีปากบางกระทบกับริมฝีปากหยักได้รูปเข้าไปเต็มๆจนขุนเขารู้สึกเจ็บรับรู้ถึงรสชาติเค็มปะแหล่มๆและกลิ่นคาวเลือดคลุ้งในปาก และความเจ็บแปล็บบริเวณหัวไหล่ข้างที่มีแผล ในขณะที่สองมือยังคงโอบประคองร่างบางที่ล้มทับอยู่บนอกแกร่ง

“อุ๊ย!! คุณ! เป็นไงบ้าง โทษทีๆ โต๊ะมันผุน่ะ”

ม่อนดอยตาลีตาลานพยุงกายลุกขึ้นจากการที่ทาบทับบนร่างแข็งๆของชายหนุ่ม ทั้งยังเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ด้วยเขายังไม่หายจากอาการบาดเจ็บจากเครื่องบินตก

“คุณม่อน!!! เกิดอะไรขึ้นครับ”

เสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมทั้งเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามายังคนทั้งสอง ในขณะที่ม่อนดอยกำลังประคองร่างแกร่งให้ลุกขึ้น

“อ๋อ…อุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ หมวดชัชทำงานเสร็จแล้วเหรอคะ”

ม่อนดอยตอบพร้อมทั้งถามผู้มาใหม่ ในขณะที่มือบางยังคงประคองร่างสูงอยู่ไม่ห่างอย่างเผลอตัว อาจจะเพราะความเป็นห่วงเขาหรืออาจจะเพราะสัญชาติญาณของความเป็นหมอ แต่นั้นก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมา

ทั้งความรู้สึกอุ่นบางเบาราวกับขนนกที่ประทับลงบนเรียวปากหยักเมื่อกี้ยังติดตราตรึงใจในความรู้สึกของเขา ถึงแม้ความจริงมันจะเป็นการกระแทกของริมฝีปากจนทำให้แตกมีเลือดออกก็ตามเถอะ

อย่าบอกนะว่าเขารู้สึกดีกับหญิงสาวนามม่อนดอยคนนี้!!! คงไม่มั้ง!!! เขาคงจะห่างหายจากผู้หญิงมานานและที่นี่ก็หาผู้หญิงสาวๆยากเสียด้วย จึงทำให้เขาอาจจะเผลอไผลไปเท่านั้นเอง

“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ทางคุณม่อนล่ะเรียบร้อยมั้ยครับ เออ…แล้วนี่ คุณ…คือ??”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป