บทที่ 8 เธอจะให้ฉันกินไอ้ตัวนั้นน่ะนะ!!

ขุนเขาอดที่จะถามเด็กชายไม่ได้ เขาคิดเสียดายโอกาสที่เด็กชายจะได้รับเมื่อเข้าไปอยู่ในเมือง แม่ของเด็กก็เป็นคนเมืองมีการศึกษาสูงแต่ทำไมถึงพากันมาอยู่ที่นี่นะ หรือว่าเธอพบรักกับคนพื้นเมืองของที่นี่เหรอ เลยมาตั้งรกรากตามสามีอยู่ที่นี่

“ผมไม่เบื่อหรอกครับ มีที่ให้เล่นเยอะแยะเลย เพื่อนๆก็มีเยอะ ส่วนโรงเรียนก็มีนะครับแต่อยู่อีกหมู่บ้านนึงเป็นโรงเรียน ตชด. มีครูตั้งหนึ่งคนแน่ะ”

เด็กชายยังคงเจื้อยแจ้วตามประสาเด็กช่างพูดขณะในมือก็คลึงดินเหนียวที่เด็กชายหอบใส่ย่ามมาด้วยปั้นเป็นก้อนกลมๆวางเรียงรายอยู่บนพื้นไม้อยู่ไม่ไกลจากชายหนุ่มนัก

“แล้วนั่นกำลังทำอะไร”

ขุนเขาอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางขมีขมันในการปั้นดินเหนียวให้เป็นก้อนกลมๆขนาดเหรียญห้าบาทของเด็กชาย

“ทำลูกกระสุนครับ เอาไว้ยิงพวกนก กระรอกหรือไม่ก็พวกไก่ป่า”

เด็กชายตอบพร้อมทั้งล้วงหยิบเอาไม้ที่มีลักษณะเป็นสองง่าม ปลายทั้งสองง่ามถูกผูกไว้ด้วยยางเส้นหนาจากในย่ามชูให้ชายหนุ่มดู

ขุนเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย มองของในมือเด็กชายอย่างฉงน เขาไม่เคยเห็นของลักษณะนี้มาก่อน

“นั้นอะไร แล้วมันจะยิงนกได้ยังไง”

ขุนเขาถามเด็กชายอย่างอยากรู้

“คุณไม่รู้จักหนังสติ๊กเหรอ”

เด็กชายถามดวงตาเล็กเบิกกว้าง

“ไม่รู้จักอ่ะ ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย บ้านฉันถ้าจะยิงนกก็ต้องใช้ปืน”

ขุนเขาตอบ

“ปืนมันอันตรายนะครับ ถ้าเกิดโดนพวกเดียวกันก็จะแย่ แล้วอีกอย่างปืนมีไว้สำหรับพวกผู้ใหญ่ครับ เด็กๆอย่างพวกผมยังใช้ปืนไม่ได้ หนังสติ๊กนี่แหล่ะดีที่สุดแล้ว”

เด็กชายทิวไผ่ตอบอย่างชาญฉลาด

ขุนเขาอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อได้ยินคำตอบของเด็กชาย เด็กคนนี้ฉลาดดีแฮะ ถ้าได้รับการขัดเกลาและส่งเสริมอีกหน่อยอนาคตคงไปได้อีกไกล

เด็กชายลุกขึ้นพร้อมทั้งหยิบลูกกระสุนดินเหนียวในย่ามออกมา เดินไปยังหน้าต่างที่อยู่ใกล้ๆทันที แล้วจัดการใส่ลูกกระสุนตรงส่วนหนังผืนเล็กพลางดึงเส้นหนังทั้งสองให้ตึง ในขณะอีกมือหนึ่งจับด้ามจับไม้ไว้แน่น แล้วจัดการเล็งไปยังนอกหน้าต่าง

“คุณเห็นมะม่วงลูกนั้นมั้ย เดี๋ยวผมจะสอยมันลงมาให้คุณกิน”

เด็กชายบอกพลางบุ้ยใบ้ไปยังมะม่วงลูกขนาดย่อมที่อยู่สูงจากปลายไม้ค่อนข้างไกลนั้นให้ชายหนุ่มดู ก่อนจะปล่อยกระสุนดินเหนียวออกจากสายหนังที่ตึงยาวนั้นดังเพี้ยว มะม่วงลูกที่เล็งไว้ตกลงสู่พื้นดังตุ๊บ

เด็กชายหันมาหลิ่วตาให้กับเขาพร้อมทั้งยิ้มแป้นแล้นน่าเอ็นดู

“โห!!! แม่นจังนะเรา มะม่วงลูกนั้นไกลอยู่นะนั่น”

ขุนเขาเอ่ยชมเด็กชายด้วยความจริงใจ ยิ่งเมื่อเด็กชายได้รับคำชมก็ยิ่งชอบใจแสดงโชว์ความแม่นให้เขาดูอย่างกระตือรือร้น

สองหนุ่มต่างวัยคุยเล่นกันจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น เกือบพลบค่ำ

ทั้งสองหนุ่มต่างหันไปมองยังประตูรั้วหน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูไม้ และเสียงเดินขึ้นบันใดดังไล่มา ก่อนจะเห็นร่างบางของหญิงสาวเดินโผล่พ้นประตูบ้านไม้เข้ามา

“แม่ม่อน กลับมาแล้ว!!”

เด็กชายทิวไผ่ร้องทักผู้มาเยือน ในขณะที่ม่อนดอยเดินเข้ามาเด็กชายและชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เบื้องหลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยดินเหนียวปั้นเป็นลูกกลมๆ

“สองคนเล่นอะไรกัน หืม?”

ม่อนดอยเอ่ยถามพลางวางกระบอกไม้ใผ่ที่เธอถือมาด้วยไว้บนโต๊ะเบื้องหน้าชายหนุ่ม พลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เอนหลังพิงพนักเก้าอี้มีท่าทีเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด

“เรากำลังช่วยกันทำกระสุนดินครับ เอาไว้ยิงนก”

เด็กชายตอบอย่างร่าเริิง

“ว๊าก!!!!!”

แต่แล้วจู่ๆชายหนุ่มที่นั่งอยู่เพียงเอื้อมมือถึงก็ร้องว๊ากขึ้น ทั้งยังยกขาผงะถอยหนีอย่างลืมเจ็บนั้นทำเอาม่อนดอยสะดุ้งรีบหันไปมองใบหน้าที่ซีดเผือดและท่าทีหวาดกลัวของร่างสูงที่บัดนี้ได้ขยับเบียดขึ้นมานั่งบนพนักวางแขนของเธอทั้งยังพยายามเบียดร่างสูงใหญ่สองแขนกำยำกอดรอบคอเธอแน่น

“คุณ!!! เป็นอะไร!!!!”

“ว๊าก!!!!”

“อะไรคุณ!!! เป็นอะไร!!!”

ม่อนดอยถามด้วยน้ำเสียงตื่นๆทั้งยังยกมือโอบร่างสูงไว้อย่างอัตโนมัติ

“หนอน!!!! หนอน!!! ยัวะเยี๊ยะเลย!!! อึ๊ย!!!! นั้น!!ๆๆ คลานเต็มโต๊ะเลย!!!”

หญิงสาวมองตามมือเรียวขาวของชายหนุ่มที่ชี้ไปยังกระบอกไม้ไผ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ มันคือกระบอกไม้ไผ่ที่เธอพามาด้วยนั้นเอง

“อ๋อ…รถด่วนน่ะ หนอนไม้ไผ่ โทษทีฉันลืมหาอะไรจุกปากกระบอกไว้ มันเลยคลานออกมาข้างนอก…อาทิว…มาเก็บลงกระบอกให้หน่อย เดี๋ยวฉันจะเอาไปทอด”

ม่อนดอยบอกพลางตบหลังชายหนุ่มเบาๆ

“ฮ่าๆ ลุงกลัวหนอนเหรอ กลัวมันทำไมน่ารักจะตาย”

เด็กชายหัวเราะพลางใช้มือเล็กๆเก็บตัวหนอนที่ไต่กันเต็มพื้นโต๊ะ

“ใช่! น่ารักจะตายไป แถมอร่อยด้วย เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะทอดให้คุณกิน”

หญิงสาวเอ่ยพลางมองท่าทีขลาดกลัวหนอนตัวเล็กของชายร่างสูงที่ตัวโตกว่าเธอเสียอีก

“อึ๋ย! มันกินได้เหรอคุณ! ไม่เอาอ่ะ! ผมไม่กินนะ เชิญคุณกินไปคนเดียวเถอะ!!”

ขุนเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงสะบัดๆอย่างงอนๆ

“โธ่!!! กว่าจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคุณ ข้างล่างเค้าขายกันกิโลหนึ่งหลายร้อยเลยนะ อะ…ลงไปได้แล้ว อาทิวเก็บหมดแล้ว”

ม่อนดอยบอกอย่างขำๆในท่าทีกลัวสัตว์ตัวน้อยที่น่ารักน่าชังสำหรับเธอ มองชายหนุ่มตัวโตที่นั่งมองกระบอกไม้ใผ่ของเด็กชายอย่างแหยงๆ

“วันนี้คุณหายไปไหนมา”

ชายหนุ่มอดที่จะถามร่างบางไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทีอันเหนื่อยล้าของเธอ

“อ๋อ…ไปช่วยชาวบ้านทำน้ำประปาภูเขาเพิ่มน่ะ ข่วงนี้ฝนตกหนักน้ำในลำธารเยอะ ต้องไปช่วยกันทำฝายกั้นน้ำใหม่ด้วย เลยได้รถด่วนกลับมาด้วยนี่ไง ฉันขอตัวไปทำกับข้าว อาบน้ำแป็บๆเดี๋ยวออกมาทำแผลเช็ดตัวให้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป