บทที่ 1 บทนำ
“เฮ้ย! ไอ้เปี๊ยกมีเรื่องว่ะ แฮกๆ” เสียงนักศึกษาชายผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาบอก ทำให้แดนไทและพงศกรที่กำลังคุยกันออกรสออกชาติอยู่บริเวณหน้าตึกคณะวิศวะลุกขึ้นพรวดแล้ววิ่งไปหาเขาทันที
“ที่ไหนวะ!” พงศกรถามกลับเสียงหลง เป็นห่วงเปี๊ยกที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม
“หลัง แฮกๆ” คนที่วิ่งมาบอกหายใจหอบ
“หลังเหี้ยอะไรพูดมาสิวะ!” พงศกรเร่งเร้าเผลอเขย่าตัวนักศึกษาชายที่ยืนหอบเต็มแรงจนเนื้อตัวสั่นคลอน
“เฮ้ย! มึงใจเย็นดิไอ้พงศ์” แดนไทห้ามขึ้นพยายามจะดึงแขนเพื่อนชายออกจากผู้หวังดี แต่ก็สู้แรงไม่ไหวอยู่ดี
“หลัง หลังมหา’ ลัยโน่น แฮกๆ”
ทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบพงศกรก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นออกไปทางหลังตึกอย่างไวจนแดนไทวิ่งตามแทบไม่ทัน
แดนไท นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีหนึ่ง เจ้าของใบหน้าสวยราวผู้หญิง ทรงผมสีน้ำตาลเข้ม รูปร่างผอมบาง เขามีส่วนสูงน้อยสุดในกลุ่ม จนใครต่อใครก็หาว่าเขาเป็นเกย์ แต่แท้จริงๆ แล้วไอ้แดนไทเนี่ย แมนๆ อกสามศอกเว้ย ยืนเยี่ยวแข่งกันยังได้เลย
“ระ รอกูด้วยไอ้พงศ์ ไอ้เหี้ย วิ่งไวจังวะ แฮกๆ” เสียงแดนไทโหวกเหวกโวยวายตามตูดอีกฝ่ายไปติดๆ พงศกรได้ยินก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“มึงจะตามมาทำไมแดนไท กลับไปรอที่คณะโน่น” พงศกรตะคอกเสียงแข็งในขณะที่วิ่งกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางได้อย่างง่ายดาย หากแต่ว่าคนที่ส่วนสูงไม่มากอย่างแดนไทต้องวิ่งอ้อมหลบไปด้านข้างเพราะขาไม่ยาวสักเท่าไหร่
“กะ กูไม่กลับโว้ย แฮกๆ”
ขาเรียวเร่งสับฝีเท้าสุดกำลังเพื่อให้ทันเพื่อน ทว่าในขณะที่พวกเขาทั้งสองวิ่งปรี่ไปทางเดียวกันนั้น อยู่ๆ นั้นก็มีร่างชายสูงใหญ่บึกบึนโผล่มาจากไหนไม่ทราบได้กำลังวิ่งตัดหน้าเขาไปอย่างไว แดนไทที่วิ่งรั้งท้ายมองแผ่นหลังปราดเดียวก็รู้ว่าคืออาทิตย์พ่อรูปหล่อกระดอเลี่ยมทอง
อาทิตย์ นักศึกษาชายที่มีหน้าตาหล่อเหลาระดับพระเอกในวงการบันเทิงเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าสาวๆ และเกย์ในมหา’ ลัยต่างหมายปอง ชายหนุ่มเป็นทั้งเพื่อนในกลุ่มและรูมเมทไม่ได้รับเชิญของแดนไท ก็อาทิตย์มันมีคอนโดหรูหราแต่กลับไม่ยอมไปนอนแต่ยังเสือกขนเสื้อผ้ามานอนห้องแดนไทไม่ยอมกลับ แม้จะรู้สึกรำคาญมากพอสมควรแต่มันก็ออกค่าเช่าห้องให้ทุกบาททุกสตางค์ แล้วแดนไทจะทำยังไงได้ นอกเสียจากถอนหายใจไปวันๆ
“แดนไท! มึงจะตามมาทำไม กลับไปซะ” อาทิตย์ตะโกนกลับมาเสียงดุแล้ววิ่งจี๋ออกไปอย่างเร็วจนเห็นแผ่นหลังไวๆ
ก็แน่ล่ะ ขาไอ้สองตัวนั้นมันยาว แค่ก้าวเดียวแทบจะเกือบสองก้าวสำหรับเขาเลยนะ
“กู ไม่ กลับ แฮกๆ” แดนไทตะโกนสวนกลับไป ทั้งหอบทั้งจุกทั้งเหนื่อยจนเหงื่อท่วมกาย แต่ถึงกระนั้นไอ้พวกเพื่อนสารเลวทั้งสองตัวมันก็ไม่อยู่รอฟังเขาแล้ว
วิ่งกันไวจังวะ แบบนี้พวกมึงน่าไปเอาดีเรื่องวิ่งเร็วไปเลย ไม่น่ามาเรียนวิศวะกันหรอก
เหนื่อยฉิบหาย!
“ระ รอกูด้วยโว้ย!”
แดนไทวิ่งไปได้ไม่นานก็เห็นแผ่นหลังของเพื่อนชายทั้งสอง รอยยิ้มกริ่มก็ผุดบนใบหน้าสวยราวผู้หญิงทันที
จะวิ่งไวแค่ไหนกันเชียว สุดท้ายเขาก็ถึงปลายทางทันพวกมันเหมือนกันแหละวะ
ปึก!
อยู่ๆ อาทิตย์ก็หยุดวิ่งโดยไม่ให้สัญญาณ ทำให้แดนไทหยุดไม่ทันชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างๆ อย่างจัง จนหน้าผากที่ได้รับแรงกระแทกแดงเป็นวงกว้าง
อาทิตย์สูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ไม่รู้แดกนมยี่ห้ออะไรมาถึงได้ตัวสูงปรี๊ดเหมือนกับเปรตแบบนี้ ทำให้ผู้ชายที่สูงร้อยเจ็ดสิบสี่จุดห้าแบบแดนไทดูเตี้ยไปเลย ทั้งที่ความสูงระดับนี้เป็นมาตรฐานชายไทยแท้ๆ
“กูบอกไม่ให้ตามมาไง มึงจะตามมาทำไมให้เป็นภาระเนี่ยแดนไท” พงศกรขมวดคิ้วดุเพื่อนชายที่ดูหุ่นอ้อนแอ้นแทบปลิวลม แต่ก็ไม่วายโยนไม้หน้าสามส่งให้เพื่อนตัวเล็กเป็นอาวุธติดกาย
โป๊ก!
ไม้หน้าสามที่ยื่นให้เพื่อนไว้เป็นอาวุธติดกายกลับถูกตีเข้าที่ต้นแขนพงศกรเต็มแรง
“โอ๊ย! กูให้เอาไว้ป้องกันตัว แล้วมึงเอามาตีกูทำไมเนี่ย!” พงศกรยกมือขึ้นมาลูบแขนตัวเองป้อยๆ
“หึ! สมน้ำหน้าโทษฐานอยากมาว่ากูเป็นตัวภาระเอง” แดนไทจิ๊ปากใส่อีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด อาทิตย์ถอนหายใจชำเลืองมองเพื่อนด้านหลัง
“มันใช่เวลาที่พวกมึงจะมาเล่นกันไหมเนี่ย แดนไทหลบอยู่ข้างหลังกูไว้นะ” อาทิตย์พูดขึ้นพลางถือไม้หน้าสามตีเข้ากับหน้ามืออีกข้างของตัวเองแปะๆ
“กูก็ผู้ชายแมนๆ เว้ย! มีอะไรให้ต้องกลัว พวกนี้ไม่คณนาตีนกูหรอก ไหนดูซิ แม่งจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว...”
ด้วยความที่แผ่นหลังอาทิตย์มันกว้างเลยบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้าไปจนหมด ขาเรียวก้าวออกมาด้านหน้าอย่างองอาจให้ดูสมชายชาตรี พลันดวงตากลมเบิกตากว้างเมื่อเห็นชายฉกรรจ์นับสิบยืนเรียงหน้ากระดาน แถมพวกมันยังมีอาวุธครบมือ ไม่ว่าจะเป็นมีด ไม้ เหล็ก ค้อน กำลังยืนจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม ส่วนสภาพไอ้เปี๊ยกที่ถูกพวกมันรุมกระทืบก็ไม่ได้ต่างจากหมาข้างถนนที่ถูกรถเหยียบเลยสักนิด ใบหน้าสวยถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัดเจนก่อนรีบวิ่งจู๊ดไปอาศัยแผ่นหลังอาทิตย์หลบภัยดังเดิม แต่ก็ไม่วายยื่นหน้าโผล่ออกมามองพวกมัน
“พวกมันมาเยอะจังวะ ทำไมมึงไม่บอกเล่า” แดนไทกระซิบตำหนิเพื่อนรูมเมท
“มีตาก็หัดมองเอาสิ กูเตือนมึงแล้วไม่รู้จักฟัง ดื้อฉิบหาย” อาทิตย์ดุอย่างไม่จริงจังมากนักโดยไม่ได้ละสายตาไปจากพวกชายฉกรรจ์
“เป็นไงล่ะ จะยังเก๋าอยู่ไหมครับ เกือบได้โดนแดกตีนเข้าแล้ว” พงศกรเอ่ยแซว แดนไทหมั่นไส้จึงยื่นเท้าไปถีบอีกฝ่ายเต็มแรง ทว่ายังไม่ได้จะเถียงอะไรกันต่ออาทิตย์ก็ห้ามปรามเสียก่อน
“ถ้าจะตีกันก็ไปที่อื่น”
“ว้าว! คนสวย สนใจมาเป็นเมียพวกพี่ไหมจ๊ะ แล้วพวกพี่จะใจดีปล่อยพวกมันไป รวมถึงไอ้คนที่ถูกกระทืบนี้ด้วย”
หนึ่งในชายฉกรรจ์ใบหน้าเหี้ยมโหดพูดขึ้นพาให้พวกมันหัวเราะเย้ยหยัน
“สวยพ่องมึงดิ กูผู้ชาย!” คนที่อาศัยแผ่นหลังเพื่อนหลบภัยแว้ดเสียงใส่อย่างหงุดหงิด มันน่าโมโหชะมัด หน้าตาออกจะหล่อเหลาจนสาวเหลียวหลังมองขนาดนี้มาเรียกคนสวยได้ยังไง พวกชั้นต่ำ มีตาหามีแววไม่
“ฮ่าๆ สวยไม่พอแถมยังดุอีกด้วยว่ะ แน่จริงก็ออกมาตัวต่อตัวเสื้อผ้าไม่เกี่ยวกับพี่สิจ๊ะ มัวแต่หลบหลังผัวอยู่ทำไม” น้ำเสียงยั่วโมโหทำเอาแดนไทกำหมัดแน่น หากแต่ว่าเขากลับเห็นอาทิตย์มันกระตุกยิ้มแบบนี้หมายความว่าไง
“กูไม่ได้เป็นเมียใครทั้งนั้นแหละ”
“แหมๆ คนสวยกลัวพี่จะเข้าใจผิดงั้นเหรอ โอเคพี่เข้าใจได้จ้ะ งั้นเดี๋ยวรอพี่จัดการไอ้สองตัวที่เหลือนี้ก่อนนะ พี่จะปราบพยศน้องให้เรียกพี่ว่าผัวคะ ผัวขาเลย ฮ่าๆ”
แดนไทกัดฟันกรอดโมโหเลือดขึ้นหน้า มือเรียวที่เกาะแขนแกร่งบีบแน่นจนเผลอฝังเล็บเข้าเนื้อเพื่อระบายอารมณ์โกรธ อาทิตย์รู้สึกได้จนต้องเหลือบตามองร่างบางที่โผล่หัวออกมา
“ส่งเพื่อนกูมา อย่าให้กูต้องโมโห” อาทิตย์เริ่มรำคาญจึงพูดขึ้น เมื่อเห็นเปี๊ยกนอนกอบกุมท้องเลือดกบปาก ดูท่าทางสะบักสะบอมไม่น้อย
ไอ้พวกนี้แม่งกระจอก พวกหมาหมู่ชัดๆ
“อยากได้เหรอ” หนึ่งในคนที่เหมือนจะเป็นลูกพี่เอ่ยขึ้น มันหันไปมองเปี๊ยกที่นอนงออย่างกุ้งบนพื้นจึงยื่นเท้าไปเขี่ย อาทิตย์กัดฟันกรอดกำหมัดแน่นแต่ไม่บุ่มบ่ามทำอะไรผลีผลาม เพราะยังมีแดนไทเกาะหลังอยู่จึงระแวงความปลอดภัย ถ้ามีคนเดียวอาทิตย์ไม่ทนมองดูเปี๊ยกเจ็บปางตายแบบนี้แน่นอน
