บทที่ 10 ความลับที่ให้รู้ไม่ได้
เมื่อข้าวสุกแล้วทั้งสองก็นำอาหารไปวางไว้บนโต๊ะกินข้าวตรงระเบียง ร่างบางนำช้อนและตะเกียบไปวางไว้บนโต๊ะแล้วก็จัดการตักข้าวให้สามีและตนเอง
"ลองชิมน้ำแกงสิ กำลังร้อนๆเลย" เขาอยากรู้ว่าฝีมือเขาตกหรือเปล่า เพราะเขาไม่ได้ทำกับข้าวมาเป็นปี
ร่างสูงรับถ้วยน้ำแกงแล้วเอาช้อนตักชิม ด้วยความไม่ถนัดจึงทุรักทุเรเล็กน้อย เสวี่ยหลินเห็นดังนั้นจึงแกงถ้วยน้ำแกงกลับมาแล้วป้อนร่างสูงอย่างอ่อนโยน ร่างบางเป่าสองสามครั้งเพื่อให้น้ำแกงคลายร้อนแล้วเอาจ่อปากร่างสูง
"เป็นอย่างไรบ้าง" เห็นคนตรงหน้านิ่งค้างอยู่นาน เขาจึงอดถามออกไปไม่ได้
"อร่อยมาก ภรรยาอร่อยมากเลย"
"เห็นเจ้าชอบ ข้าก็ดีใจแล้ว" จากนั้นร่างบางก็สอนให้หยางจิ่นจับช้อนจับตะเกียบให้เป็น จะได้รวดเร็วและไม่ต้องลำบากเขาคอยป้อนด้วย ทั้งสองทานอาหารเย็นจนหมด ส่วนใหญ่ร่างสูงจะกินเยอะกว่าเสวี่ยหลิน แล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันเก็บถ้วยจานไปล้าง จากนั้นก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำและพากันเข้านอนเลย
"ราตรีสวัสดิ์ อาหยาง" ร่างสูงไม่ค่อยเข้าใจกับคำพูดของร่างบาง แต่ก็พยักหน้าแล้วหลับตาลง ส่วนเสวี่ยหลินก็เรียกระบบมาทำบางอย่างให้
'ระบบ' เจ้าก้อนกลมโผล่มาในอากาศกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างกระตือรือร้นเพราะรู้ว่าเจ้านายจะต้องให้ระบบไปทำอะไรสนุกๆแน่
{มีอะไรให้ระบบรับใช้ครับโฮสต์}
'แอบดูพี่ชายคนโตของฉันให้หน่อยสิว่าตอนนี้ที่ชายแดนเขากำลังทำอะไรอยู่' เพราะไม่ได้พบหน้าพี่ชายหลายวัน เขารู้จากระบบว่าพี่ชายหนีมาอยู่ชายแดน เขาจึงอยากจะรู้ความเป็นไปของพี่ชายในขณะนี้
{ได้ครับ เดี๋ยวระบบจะมารายงานโฮสต์ในวันรุ่งขึ้นครับ} ร่างบางรับรู้แล้วหลับไปในที่สุด
ยามเฉิน* ร่างบางตื่นขึ้นมาพร้อมกับภารกิจที่ระบบยัดเยียดให้ตั้งแต่เช้า
{โฮสต์วันนี้คุณต้องไปเก็บสมุนไพรพี่มีคุณสมบัติเกี่ยวกับการฟื้นฟูความทรงจำ ระบบจะนำทางให้} เสวี่ยหลินยังไม่ทันได้ทำกิจวัตรส่วนตัวของตัวเองก็ถูกระบบยัดเยียดภารกิจให้อีกแล้ว มือบางเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นอย่าหงุดหงิด แล้วเดินไปเอาเสื้อผ้า จากนั้นก็เดินไปอาบน้ำ
เสวี่ยหลินเดินกลับลำธารทันทีที่อาบน้ำเสร็จ เขาขึ้นมาดูสามีที่กระท่อมว่าตื่นหรือยัง
"ขี้เซาจริงๆ" ดวงตากลมโตมองดูร่างสูงที่กำลังนอนอย่างมีความสุขด้วยความเอ็นดู เมื่อคืนก็นอนพร้อมกันแต่ทำไมถึงตื่นสายขนาดนี้นะ แต่ถึงกระนั้นเสวี่ยหลินก็ไม่ลงมือปลุกหยางจิ่นสักทีกลับเดินเข้าครัวทำอาหารเช้าให้ วันนี้เขาจะทำข้าวต้มปลาตัวที่เหลือเมื่อวาน พลางถามระบบในใจว่าเรื่องที่ให้ไปดูเป็นยังไงบ้าง
{ตอนนี้พี่ชายของคุณอยู่ที่ค่ายในชายแดน ห่างจากป่าอาถรรพ์ประมาณ 10 กิโลได้โฮสต์ พี่ชายคุณได้รับราชโองการจากองค์ฮ่องเต้ให้ไปประจำที่ชายแดนพร้อมกับท่านแม่ทัพใหญ่ สหายร่วมเรียนตั้งแต่เล็กของคุณชายใหญ่ครับ พวกเขาเป็นสหายรู้ใจกัน ไปไหนไปด้วยกันสนิทกันมากๆเลยครับโฮสต์} สนิทกันแค่ไหนไม่รู้รู้แต่ว่ามันไกลจากคำว่าสหายมาก ถ้าถามว่าเขารู้ได้ยังไง ระบบไปจ๊ะเอ๋เจอฉากเด็ดพอดี แถมยังถ่ายเก็บไว้ในคอลเลคชั่นอีกด้วย พอนึกถึงเรื่องนี้แล้วฉากวาบหวามเมื่อคืนก็เล่นเข้ามาในจินตนาการของระบบพอดี
"อ๊ะ!......เทียนฉี บะ...เบาๆ อ๊ะอ๊ะๆๆ" ร่างโปร่งปรามคนด้านบนเมื่ออีกฝ่ายดันกายเข้ามาในตัวเขามากขึ้น
"ฮึ่ม! เบาไม่ได้แล้ว อ่า..." พูดจบร่างสูงก็เร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตเข้าไปในตัวคนใต้ร่าง
"ระบบ....ระบบ!"
{ค...ครับ} ระบบสะดุ้งโหยงจินตนาการในหัวเจ้าก้อนกลมเมื่อกี้หายวับไปกับตา เรื่องนี้จะให้เจ้านายรู้ไม่ได้เด็ดขาด...ถ้ารู้ มีหวังอาละวาดหนักแน่ๆ
"เป็นอะไรทำไมตัวแดงๆ" ร่างบางเห็นระบบตัวแดงฉ่าเหมือนลูกมะเขือเทศ ไม่รู้ว่าระบบคิดอะไรไม่ดีอยู่ในหัวแต่ถ้าเป็นเรื่องของเขาละก็....จะจับขยำลงหม้อข้าวต้มให้ดู
{ปะ...เปล่าครับ } ว่าแล้วระบบก็หายตัวหนีสายตาพิฆาตของเจ้านาย ระบบรู้สึกหนาวๆร้อนๆกับสายตาเมื่อสักครู่ของเจ้านายยังไงก็ไม่รู้ หลบไปก่อนดีกว่าเพื่อความปลอดภัย
เสวี่ยหลินส่ายหน้าไปมา ให้กับความหลบเก่งของระบบ แล้วสายตาก็ไปอยู่ตรงเงาตะคุ่มที่ตรงหลังประตู
"อาหยาง" เงานั้นสะดุ้งพร้อมยื่นหัวทุยออกมามองร่างบางตาแป๋ว
"ตามกลิ่นอาหารมาหรือ หิวแล้วล่ะสิ" หยางจิ่นพยักหน้าพลางมองอาหารในหม้อ ตาเป็นประกาย
"หึ! เข้ามานี่สิ" ร่างบางกวักมือเรียก หยางจิ่นเห็นดังนั้นจึงเดินเข้ามาพร้อมนั่งลงข้างๆร่างบาง
"วันนี้เราจะเข้าป่ากัน"
"เข้าป่า?" ร่างสูงเอียงคอด้วยความสงสัย มองร่างบางตาใสแป๋ว เสวี่ยหลินที่โดนพลังทำลายล้างจากคนข้างๆก็เกิดอาการใจสั่นหวั่นไหวหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศเลย
"ใช่ เราจะเข้าป่าไปหาของกินมาตุนไว้เยอะๆไม่ดีหรือ" ร่างบางเบี่ยงประเด็นเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอายของตนเอง
"ดีๆ" ร่างสูงตบมืออย่างกระตือรือร้น
"แต่เจ้าต้องสัญญากับข้าอย่างหนึ่งก่อน" เพราะท่าทางแบบนี้คงปล่อยไว้ไม่ได้เดี๋ยวก็หลงป่ากันพอดี
"อะไรหรือภรรยา" ร่างบางกลอกตา นี่ยังไม่เลิกเรียกเขาว่าภรรยาอีกหรือ
"การเข้าป่าเจ้าห้ามไปไหนโดยไม่บอกข้าเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่"
"อื้ม..เข้าใจแล้ว" โชคดีที่ร่างสูงค่อนข้างที่จะเชื่อฟังร่างบางเป็นอย่างมาก แค่นี้เขาก็เบาใจแล้ว เสวี่ยหลินเดินไปดูว่าอาหารเสร็จหรือยัง เมื่อเสร็จแล้วก็ยกลงจากเตาแล้วใช้พลังดับไฟในเตาจนหมด จากนั้นก็ตักใส่ชามที่เตรียมไว้ทั้ง 2 ชาม
"กำลังร้อนอยู่ เป่าก่อนล่ะเดี๋ยวลวกลิ้น" ร่างบางยื่นชามข้าวต้มปลาไปตรงหน้าของร่างสูง วันนี้พวกเขากินข้าวกันในครัวนี่แหละสะดวกดี เพราะเขาไม่อยากจะเสียเวลา ในป่ามันอันตรายเดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน การหาสมุนไพรในป่าไม่ใช่เรื่อง
ง่ายๆ ต้องระวังงูเงี้ยวเขี้ยวขออีก..เป็นห่วงก็แต่คนข้างๆ
__&
*ยามเฉิน (辰:chén) คือ 07.00 – 08.59 น
