บทที่ 9 2/3

“คือจะว่าไปก็... แหม” คนพูดยกมือขึ้นปิดปาก หัวเราะเบา ๆ อีกทั้งกิริยาท่าทางให้ความรู้สึกว่ากำลังขวยเขินไม่น้อย “ลูกชายใหญ่น่ะ เมื่อคืนน่ะจ้ะพอกลับไปถึงบ้าน...”

มานีเผลอนั่งกุมมือ และกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ลุ้นไปกับแต่ละคำของเพื่อน

“ก็บอกว่า” หม่อมจารุณีเหลียวมองลูกชายที่นั่งเคียงกัน และท่าทีนั้นก็ทำให้มานีถึงกับลอบกลืนน้ำลาย เพราะเรื่องนี้ต้องสำคัญมากถึงทำให้อาจารย์หนุ่มมาถึงที่นี่ในเวลาทำงาน บางที... น้ำหนึ่งอาจแผลงฤทธิ์ไว้มากกว่าที่คิด!

มารดาของน้ำหนึ่งรู้สึกเหมือนเวลาแต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า เธอเตรียมตั้งรับคำต่อว่าต่อขาน การตัดสัมพันธ์ที่จะตามมา...

“เอ่อ... ฉันว่าน่าจะให้ลูกชายเป็นคนพูดเอง”

ลีลาจัด!

คนลุ้นที่ถึงกับกลั้นหายใจรอฟังเผลอผ่อนลมหายใจโดยแรง หญิงวัยกลางคนเบนสายตาไปจับที่ลูกชายเพื่อน สายตาแสดงชัดว่าแอบหวัง ทั้ง ๆ ที่ความหวังในทางที่ดีมีน้อยนิด และถึงจะดูมีหวังไม่ถึงสิบเปอร์เซ็น แต่มานีก็ยังแอบคิดว่าน่าจะเป็น ‘ข่าวดี’ มากกว่าข่าวร้าย

“จ้ะดีจ้ะ แล้วมีเรื่องอะไรหรือจ๊ะ ชายใหญ่” แล้วก็อดโยนหินถามทางไม่ได้ “หรือว่ายายน้ำก่อวีรกรรมอะไรไว้เมื่อคืน นี่น้าก็ถามนะแต่เขาไม่ยอมตอบ”

“ก็นิดหน่อยครับ”

คำตอบจากปากหนุ่มรุ่นลูกทำคนฟังยิ้มเจื่อน ท่าทางว่าจะดีเมื่อกี้ขอปัดตกไปเลยแล้วกัน!

“เอ่อจ้ะ”

“แต่ถ้าคุณน้าไม่ว่าอะไร ผมอยากจะขอลองศึกษากับน้องน้ำให้มากกว่านี้ได้ไหมครับ หากคุณน้าจะอนุญาต”

มานีที่อ้าปากจะบอกว่าขอโทษชะงักกึก ตาเบิกโตเล็ก ๆ ละม้ายว่าที่ได้ยินมันไม่ใช่เรื่องจริง

“คือผมอยากจะขออนุญาตคบหากับน้องน้ำครับ วันนี้เลยอยากเข้ามาบอกกล่าวคุณน้าให้เป็นเรื่องเป็นราว”

หม่อมจารุณีมองอาการของเพื่อนอย่างไม่มั่นใจนัก เธอยกมือขึ้นโบกปัด ๆ หน้าเจ้าบ้าน ก่อนกระแอมเบา ๆ และมานีก็ได้สติ

มารดาของน้ำหนึ่งเมื่อเรียกสติกลับมาได้ก็แทบร้องเยสด้วยความดีใจ แต่ยังยั้งไว้ทัน กระนั้นก็เผลอกำมือแน่นทั้งสองข้างด้วยความดีใจ

“น้าไม่ว่าค่ะ ไม่ว่าเลย เรื่องนี้น้าแล้วแต่ชายเลยค่ะ”

หม่อมหลวงอาทิตกรยิ้มน้อย ๆ ในระหว่างนั้นก็ก้มหน้านิด ๆ ก่อนที่เขาจะเงยขึ้นมองสบตากับแม่ของฝ่ายหญิง

“แต่ผมอยากจะขออนุญาตให้คุณน้าให้โอกาสผู้ชายคนนั้นด้วยได้ไหมครับ”

“คนไหนคะ?”

“นั่นสิ” แม้แต่มารดาเขาก็สงสัย “ชายหมายถึงใครกันลูก”

“ก็...” แล้วคุณชายใหญ่ก็โยนระเบิดลงตรงกลางวงต่อหน้าแม่-แม่ “แฟนของน้องน้ำไงครับ ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้คุณน้าเรียกเขามาที่นี่สักครั้ง ผมเองก็อยากพูดคุยเปิดอกต่อหน้าผู้ใหญ่ หากจะต้องสู้เพื่อใครสักคน ผมว่ามันจะยุติธรรมมากกว่าถ้าหากว่าจะให้โอกาสอีกฝ่ายด้วย”

ถึงมานีจะยิ้มแต่ก็ยิ้มไม่สนิทนัก ยิ่งเมื่อสบตากับเพื่อนที่เหลียวมองมาอย่างขอคำตอบก็ได้แต่หัวเราะเจื่อน ๆ เพื่อกลบเกลื่อนแทน

ก็ว่าแล้ว ว่ามันจะง่ายเกินไปไหม... ไม่รู้เมื่อคืนวานน้ำหนึ่งก่อวีรกรรมอะไร ไว้ แต่เย็นนี้คงต้องเปิดประชุมสภาวิสามัญในบ้าน ด้วยหัวข้อของเรื่องที่

อาทิตกรบอกเองว่า

‘น้องน้ำกับผู้ชายคนนั้นบอกเองครับว่าพวกเขาคบกันแบบปลายเปิด หมายถึงว่าไม่ปิดกั้นหากว่าทั้งคู่จะทดลองคบหากับคนอื่นด้วย’

เวรกรรม!

สรุปไอ้เรื่องแฟนปลอม ๆ ตอนนี้ดูท่าทางคงไม่ใช่ ไม่รู้น้ำหนึ่งไปเอาความคิดแบบนี้มาจากที่ไหน ไอ้คบแบบปลายเปิด ไม่หึง ไม่หวง แถมยังไปควงกับคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนของตัวเองด้วยก็ได้!!

คุณคิดอะไรอยู่ Namnueng

ทำไมรู้สึกว่าขนสันหลังมันลุกแปลก ๆ

น้ำหนึ่งเอื้อมมือไปแตะ ๆ ที่ด้านหลังของตัวเองอีกครั้ง เมื่อมาถึงหน้าบ้านไม้สองชั้นของพ่อแม่อลิยา ที่ตอนนี้คู่สามีภรรยาผู้เป็นเพื่อนของเธออาศัยอยู่หลังจากคลอดลูกน้อยเมื่อเกือบหนึ่งเดือนก่อน

“เป็นอะไรไปครับ”

ไม่แปลกที่พระนายจะรับหน้าที่เป็นคนขับ เขาให้เหตุผลว่าเขาเป็นผู้ชาย และการบริการผู้หญิงก็เป็นหน้าที่ของผู้ชายที่ดีอย่างเขา

ย้ำเลยว่าเขาพูดคำว่าที่ดีออกมาแบบไม่กระดากปาก ความจริงต้องบอกว่าเคยชินเพราะทำกับผู้หญิงมานับไม่ถ้วน ก็คนอย่างพระนายน่ะเรียกได้ว่าครบเครื่องเรื่องเจ้าชู้ ทั้งรูปหล่อ ปากหวาน มารยาทงาม ยิ้มเก่ง พอแล้วไหมที่ผู้หญิงจะตกหลุมเขาง่าย ๆ

แต่เสียใจด้วย น้ำหนึ่งภูมิคุ้มกันดีมาก ออร่าเขาเจาะทะลุเกราะของเธอไม่ได้หรอก!

“คุณน้ำ?”

คนคิดเตลิดสะดุ้งนิด ๆ มองคนเรียกเลิ่กลั่ก “คะ”

“ดูใจลอยนะครับ” เสียงพูดกลั้วหัวเราะ “คุณเป็นอะไร เห็นจ้องผมเอา-จ้องผมเอา นี่จะคิดละนะว่าคิดยังไง ๆ น่ะ”

หญิงสาวถอนหายใจไม่สนใจคำพูดเขา “คุณไนน์หนาวแปลก ๆ ไหมคะ”

คนถูกถามส่ายหน้า “แอร์แรงไปหรือครับ”

“เปล่าค่ะไม่ใช่แอร์แต่แบบว่า...” คิ้วคนพูดยับย่น “ช่างเถอะค่ะ เราเข้าไปกันเถอะลียาคงแปลกใจแย่แล้วว่าทำไมถึงไม่ลงจากรถกันสักที”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ยอมรับการตัดบทง่าย ๆ แบบนั้นของเธอ เขาเปิดประตูรถยนต์คันเล็กของเธอออกไปก่อน น้ำหนึ่งคว้ากระเป๋ากำลังจะเปิดประตูแต่หนุ่มไอทีก็เดินมาเปิดให้เสียก่อน บางทีการดูแลที่ดีเกินไปก็ทำให้คนอื่นที่มองมาคิดเป็นอื่น เพราะแค่เปิดประตูให้ไม่พอยังมียื่นมือมารอช่วยฉุดอีกด้วยนี่สิ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป