บทที่ 11 2/5
ยอดพธูชะงักกึก มองสบตากับรวิที่ตอนนี้มีสะดุ้งเล็ก ๆ กับดวงตาคู่สวยที่เหมือนมีกองไฟสุมอยู่ในนั้น เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ และฝืนยิ้มน้อย ๆ เหมือนไม่รู้ว่าสองคนนี้มีเบื้องหลังเบื้องลึกอะไรกันบ้าง
“เดินหนี? แบบนี้เหรอที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน”
ยอดพธูสูดลมหายใจเข้าลึกและหมุนตัวกลับมาประจันหน้าอีกครั้ง
“แล้วยังไงเหรอ คนที่ไม่รู้จักกัน ควรต้องทำยังไงเหรอในกรณีนี้น่ะ”
“ถ้าตามมารยาทของผู้ดี การผละเดินหนีไปดื้อ ๆ เขาเรียกว่าไร้มารยาท”
“อ๋อ งั้นต้องขอโทษด้วยนะคะ เมื่อครู่คุณคงไม่ได้ยิน ซึ่งก็ไม่เป็นไรค่ะฉันพูดซ้ำได้ งั้นฉันคงต้องย้ำอีกครั้งชัด ๆ นะคะว่า ขอตัวก่อน พอดีมีธุระไม่มีเวลาว่างมาทิ้งไปกับเรื่องไร้สาระเปล่าประโยชน์”
ปรเมศวร์ยิ้มยกมุมปากและก้าวยาว ๆ เข้าไปหยุดตรงหน้าเธอ เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย
“ธุระที่ว่า เกี่ยวกับผู้ชายคนเมื่อกี๊น่ะเหรอ ลูกค้ารายใหญ่” เขาเลิกคิ้วขึ้น “งั้นสิ?”
น้ำเสียงติดจะปรามาส ยอดพธูหน้าร้อนวาบขึ้นมาทันทีทันใด เขาไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ แต่โดยนัยแล้วต่อให้คนทื่อมะลื่อก็ต้องรู้ว่า ลูกค้า ที่เขาพูดหมายถึงอะไร
“จะใช่ไม่ใช่แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยไม่ทราบคะ” หญิงสาวยังไม่กล้าพอที่จะสบตากับอดีตคนรักได้เต็ม ๆ เธอจึงหันกลับไปมองรวิ “ตอนแรกก็นึกว่าใครนะคะ คุณรวิ ไม่คุ้นเลยสักนิด จนตอนนี้ฉันถึงเพิ่งมานึกได้ แต่ไม่น่าเชื่อว่าปานนี้แล้ว ยังคบกันได้อีก อุ๊ยตายจริง” ยอดพธูแสร้งทำเป็นตกใจ ตอนหันกลับมาผสานสายตากับคนตัวสูงที่แหงนหน้ามอง “ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า เป็นเพื่อนที่ดีจังเลยนะ คบกันได้มายาวนานเป็นสิบปี”
ว่าแล้วไหมเล่า! อยู่ดี ๆ ก็ถูกลากเข้าไปอยู่กลางสงครามน้ำลายของคู่นี้เสียได้
รวิยกมือขึ้นตีหน้าผากตัวเอง... กระนั้นก็ไม่วาย
ให้เป็นกรรมการก็ย่อมได้ แล้วตอนนี้ปรเมศวร์ก็โดนนำไปก่อนหนึ่งดอกเต็ม ๆ!!
ปรเมศวร์ยังคงยิ้มได้ แถมยังยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด เขาเบนสายตาไปมองรวิ “ทำไมจะคบกันไม่ได้ล่ะครับ ก็เป็นเพื่อน” ก่อนดึงสายตากลับมาหยุดที่วงหน้าสวยเฉี่ยวที่ห่างกันแค่ฝ่ามือกั้น “รัก กันมาก่อนนี่นา”
คำว่ารักนั่นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจงใจที่จะพูดกับใคร
เลขานุการหนุ่มครางในใจ
ไหมเล่า... เพื่อนเขาก็ไวทายาด สวนกลับด้วยน้ำผึ้งอาบปลายนวม!!
ยกที่หนึ่ง คะแนนเท่ากันไม่มีใครชนะ!!
เพราะความเงียบทำให้บรรยากาศมันชวนอึดอัด เหล่าลูกค้าในร้านเหลือบางตาไม่กี่คน แต่กระนั้นที่นี่ก็ยังไม่เหมาะที่จะคุยเรื่องส่วนตัว ปรเมศวร์จึงตั้งใจจะพาเธอไปคุยกันที่อื่น
“พธู” น้ำเสียงเฉยชาตอนแรกคราวนี้ติดจะอ่อนลง “ผม--”
“เศรษฐกิจแบบนี้หาลูกค้ายากหน่อยนะคะ” สุ้มเสียงหวาน ๆ แฝงการเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง “ไม่ว่าจะธุรกิจไหน ๆ ก็ซบเซาไปตาม ๆ กัน แต่การจะกลับมาหา ลูกค้าเก่า นี่ ฉันว่ามันไม่เวิร์ก อาจจะมีลูกค้าที่เคยโง่ซื้อไปแล้วก็ยังยอมโง่ที่จะซื้ออีก แต่ก็มีเหมือนกันที่คนเราเจ็บแล้วต้องจำ ไม่อยากเสียเงินไปกับ” ยอดพธูกวาดตามองปรเมศวร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ช้า ๆ เน้น ๆ “ของไม่จำเป็นหรอกค่ะ”
นัยแฝงของคำว่าลูกค้าเก่า เป็นอันว่ารู้กัน!
อื้อหื้อ-อ-อ-อ-อ!
หมัดน็อกหรือเปล่า
รวิยืนจ้องตาถลน ปากคอยอดพธูยังไม่เคยเปลี่ยน แถมยังดูเหมือนจะร้ายมากกว่าเดิมเสียอีก เริ่มยกสองก็เหมือนปรเมศวร์จะเพลี่ยงพล้ำเข้าให้ ถูกมีดโกนคม ๆ เฉือนแวบจนเลือดไหลย้อยไปหนึ่งแผล!
“ลูกค้าเก่า?”
ยอดพธูเบ้ปากยักไหล่เก๋ ๆ
“งั้นสินะ คงไม่เหมือนคุณ เพราะไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็หาลูกค้าใหม่ได้ดีมากเลยนี่นา”
หญิงสาวหน้าตึงขึ้นมาบ้าง “นี่!”
“ไม่เอาซี้” ชายหนุ่มยิ้มขำ จะพยายามเยือกเย็นแค่ไหน แต่ยอดพธูก็ยังเป็นยอดพธูอยู่ดี “ผู้ใหญ่เขาไม่โกรธกันง่าย ๆ ด้วยเรื่องแค่นี้หรอกน่า เพราะจริง ๆ คนเคย ๆ ก็รู้ดีว่าแค่หยอก”
ที่ปรึกษาทางการเงินคนสวยเม้มริมฝีปากแน่น ไม่อยากต่อปากต่อคำเพราะเห็นแล้วว่ามีแต่จะเข้าตัว เช่นเดียวกับปรเมศวร์ เจอกันแล้วก็อยากจะคุยกันดี ๆ ให้รู้เรื่อง อะไรหลายอย่างที่ไม่เคยได้ทำเพราะเอาแต่อารมณ์เหมือนเด็ก ๆ เมื่อสิบหกปีก่อน มาตอนนี้เขาอยากแก้ไข
ปรเมศวร์อยากเข้าใจ และก็อยากให้ยอดพธูเข้าใจ
“พธู”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะคะ”
ชายหนุ่มโคลงศีรษะ คิดไปคิดมาถ้าจะคุยกันดี ๆ ก็คงยาก ไม่เจอกันไม่ได้ติดต่อกันเป็นสิบปี จู่ ๆ มาเจอหน้าแล้วจะให้พูดกันดี ๆ ก็ยากอยู่ “ก็ได้ ไว้ค่อยคุยกันใหม่” แต่ก็ยังอดไม่ได้ ไม่รู้ว่ายอดพธูรู้ตัวหรือไม่ แต่เขาก็อยากเตือนว่าลูกค้าของเธอมันไว้ใจไม่ได้ “แต่ขอถามหน่อย รู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรอยู่ ลูกค้ามีตั้งเยอะตั้งแยะไม่เลือก ดันมาเลือกพวกเหลี่ยมจัด แถมยังไม่รู้ตัวอีกว่าคนพวกนี้มันจ้องจะ--”
“เป่า”
ปรเมศวร์ย่นคิ้ว “อะไรเป่า”
“ก็...” ยอดพธูไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีไม่ให้น่าเกลียด แต่สุดท้ายก็งุบงิบตอบพลางหลบตา “เป่า”
คราวนี้รวิต้องขอแทรก เพราะไอ้เพื่อนบ้างานมันไม่มีเวลาว่างไปดูยูทูปหรือนั่งไถ่โทรศัพท์เล่น แถมจะให้ฝ่ายสาวเจ้าอธิบายก็ดูเหมือนจะอธิบายได้เท่านั้น แล้วมีหวังคงได้ยืนเป่า ๆ กันไปทั้งคืนไม่ได้รู้เรื่องอะไรกันพอดี
“ยอ-เอะ-ดอ”
