บทที่ 3 1/2
และนั่นก็กลายเป็นเรื่องให้ประชาสัมพันธ์ทั้งคู่ถกกัน สายตาคงเมียงมองไปยังจุดที่ยอดพธูหายลับไป จะมองเห็นก็แต่เพียงรองเท้าสีแดง ของเจ้าของที่เพิ่งเดินไปถึงและน่าจะนั่งไขว้ห้างบนโต๊ะทำงาน ของเจ้าของเสียงร้องไห้โฮที่ดังระงมมาให้ได้ยิน
“ขอโทษนะ พอดีพี่ได้ยินเสียงเราร้องไห้ก็เลยเดินมาดู ว่าแต่มีเรื่องอะไรกัน ปรึกษาได้นะ”
เมื่อเดินไปถึงยอดพธูก็เอ่ยขึ้นก่อนพร้อมกับรอยยิ้ม ขณะที่ยกมือรับไหว้น้อง ๆ ฝ่ายบัญชีทั้งสองคน
คนร้องไห้ตาบวมแดง พยายามกลั้นเสียงสะอื้นและก้มหน้างุด ส่วนเพื่อนที่กำลังพยายามปลอบยิ้มแห้ง ยอดพธูวางกระเป๋าลงบนโต๊ะที่ว่าง เธอเอนสะโพกพิงขอบโต๊ะพลางยกมือขึ้นกอดอก ริมฝีปากเคลือบด้วยสีแดงของลิปสติกฉ่ำวาวแย้มยิ้มนิด ๆ ขณะเอียงคอมองคนเจ้าน้ำตาอย่างพินิจพิจารณา
รออึดใจใหญ่ก็ไม่มีใครพูด ยอดพธูที่ไม่ค่อยอยากเผือกเลยต้องเป็นสายเสือกเข้าเต็ม ๆ
“พี่ได้ยินว่ารดากำลังท้อง”
เสียงกระซิกหนักขึ้น คนปลอบก็ได้แต่หน้าเจื่อนยกมือลูบหลังเพื่อนไปมา
สาว FA ถอนหายใจ พลางโคลงศีรษะ
“พี่ได้ยินมาว่าผู้ชายคนนั้นไม่รับผิดชอบ แล้วรดาก็คิดจะทำแท้ง...” เอ่ยขึ้นลอย ๆ รอให้ใครสักคนเอ่ยต่อแต่ก็ไม่เหมือนเดิม ดังนั้นยอดพธูจึงพูดเรื่อยไป “ขอโทษนะ รดามีเงินเก็บไหม ทรัพย์สินมีอะไรบ้าง”
“พี่พธู” คนท้องพ้อ น้ำตานอง กระนั้นก็พอมองออกว่าสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยแววอยากด่ะ... เอ่อ ตำหนิ เพราะเรื่องที่เธอถามกับเรื่องปัญหาของสาวบัญชีดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกัน คนแก่กว่าจึงอธิบายอีกนิด
“ที่พี่ถามก็เพราะอยากรู้ว่ารดามีกำลังจะรับผิดชอบเด็กในท้องไหวหรือเปล่า พี่จะได้ให้คำแนะนำได้ถูก”
คนร้องไห้พยักหน้ารับ พยายามกลั้นสะอื้น “กะ...ก็มีเงินกำไรจากหุ้นราว ๆ ห้าแสนค่ะ กับคอนโดที่ผ่อนหมดแล้วห้องหนึ่ง แล้วก็รถอีกคันก็ผ่อนหมดแล้วเหมือนกัน” และทุกอย่างที่ได้มานี่ ก็มาจากคำแนะนำให้ลงทุนในหุ้นของยอดพธูนั่นแหละ
“ฟังดูรดาก็มีเงินเก็บ ไม่มีหนี้อะไร รายได้ต่อเดือนเดี๋ยวนี้ก็ถือว่าเหลือ ๆ มันก็น่าจะมากพอสำหรับเลี้ยงเด็กคนหนึ่งได้โดยไม่เดือดร้อนละนะ แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ เขารู้ใช่ไหมว่ารดาท้อง เขาเสนอว่าจะ
ซัพพอร์ตอะไรรดาบ้าง อืม... ไม่ดีกว่า เอาเป็นว่าก่อนหน้านี้ที่คบกัน เขาให้อะไรรดาบ้าง”
“ฮึก กะ...ก็” คนร้องไห้ขมวดคิ้ว นิ่วหน้า “ก็...”
คิดไม่ออก!
ยอดพธูยิ้มมุมปาก...
“ฮืม คิดนานจัง งั้นก็แปลว่าเขาไม่เคยซัพพอร์ตรดาเลย หรือซัพพอร์ตบ้างแต่น้อยเต็มที งั้นพี่จะเข้าใจได้ไหมล่ะว่ารดาเหนือกว่าเขา เหนือกว่าทุกทางด้วยซ้ำมั้ง ทั้งความเป็นแมน แล้วก็มันนี่”
ยอดพธูยกมือขึ้นข้างหนึ่งเพื่อก้มมองดูเล็บที่ทาสีแดงจัดจ้าของตัวเอง เหมือนเรื่องที่กำลังพูดไม่สำคัญ
“รดา พี่จะบอกให้นะ ชีวิตคนเรามันก็จะมีช่วงดวงตกจนต้องมาเจอคนเหี้ย ๆ เรื่องเหี้ย ๆ เป็นระยะ ๆ แต่รดาอาจจะโชคร้ายกว่าคนอื่นนิดหน่อย ที่ต้องเจอแมงดากับเหี้ยในคน ๆ เดียวกัน”
เป็นการพูดเรื่อย ๆ หน้ายิ้ม ๆ แต่คนฟังรู้สึกว่ามันเป็นการพูดเรื่อย ๆ ที่ ‘เหี้ยม’ มากทีเดียว
“แต่ในโชคร้ายมันมีความโชคดีรู้ไหม โชคดีที่รดาได้เห็นสันดานของหมอนั่นเร็วขึ้นหนึ่งวันยังไงล่ะ และตอนนี้รดากำลังพ้นจากแมงดาที่เอาแต่เกาะรดากินมาได้ รดาน่าจะเสียใจแค่พอเป็นพิธีแล้วก็อัพตัวเองขึ้นมาจากจุดที่เคยอยู่ รดาผ่านเรื่องนี้ไปได้ รดาจะแกร่งขึ้น แถมยังมีคนที่รดาจะรัก แล้วก็จะต้องรักรดามาก ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง ลูกน่ะ... เขาจะอยู่กับเราอีกนานนะรดา อย่างน้อย ๆ ก็ยี่สิบปีกว่า ๆ โน่นแน่ะกว่าเขาจะไปจากเรา รดาลองคิดดูดี ๆ นะ ยี่สิบปีที่จะมีเขา กับอีกยี่สิบกว่าชั่วโมงที่รดาจะทำให้เขาจากไป อันไหนที่มันจะทำให้รดามีความสุขมากกว่ากัน ใครจะบอกว่าท้องไม่มีพ่อ บางทีพี่ว่ารดาก็ลองถามกลับไปสิ ว่ารดาเป็นคนหรือว่าไส้เดือน จะได้มีสองเพศในตัวคนเดียวพอที่จะแบ่งเซลล์เองได้”
แม่สาวคนปลอบหลุดขำแต่ก็รีบปิดปากไว้อย่างไว
“แล้วก็นะ พี่อยากให้รดาจำไว้ รดาอายุไม่น้อยแล้ว ผู้ชายก็ผ่านมาแล้ว แถมยังเจอคนเหี้ย ๆ อีกต่างหาก ต่อไปเวลาจะเลือกใคร พี่อยากให้รดาใช้สมองมากกว่าหัวใจ แล้วก็อย่าลืมความจริงว่า ผู้ชายมันเป็นยังไง”
ยอดพธูลุกขึ้นยืนตรงและหยิบกระเป๋ามาถือไว้
“ร้องไห้ให้พอ แล้วก็อย่าลืม... สมอง” คนแนะนำยกนิ้วขึ้นชี้ที่ศีรษะตัวเอง “ใช้ให้มาก อย่าลืมนะว่าคนในครอบครัวเราสำคัญที่สุด จะดีจะเลวคนที่หวังดีกับเราจริง ๆ ก็คือพ่อแม่ พ่อแม่ที่ดีที่เลี้ยงเรามา ถ้าเราจะผิดพลาดไปบ้าง ท่านก็แค่ดุด่าตักเตือนแล้วสุดท้ายท่านก็จะอยู่ข้างเราอยู่ดี”
FA มือหนึ่งยิ้มหวานตบท้ายว่า
“แล้วก็ถ้าผู้ชายบอกว่านอนจับมือเฉย ๆ ให้รู้ไว้เลย... มันไม่มีจริง มันหงี่ มันถึงได้อ่อย มันขี้เกียจเหลา มันถึงได้หลอกเพราะมันก็หวังจะเป่านั่นแหละ อ้อ... แล้วถ้าเราเองติ้วแล้วไม่มัน ก็คงไม่อยากเป่า แล้วก็คงไม่ตกหลุมไปกับมันหรอก”
พูดจบยอดพธูก็เดินจากมา ทิ้งแม่สองสาวไว้ข้างหลัง คนร้องไห้สะอื้นขมวดคิ้วนิด ๆ ขณะเงยมองคนปลอบที่ก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้าเช่นกัน
“แก”
