บทที่ 7 2/1
“วันนี้เราคงกินข้าวกันแค่สองคนสิคุณ” คนเป็นพ่อ เป็นสามีเปลี่ยนเรื่องคุย และภรรยาก็คล้อยตามง่าย ๆ ระหว่างฟังมานีไล่เรียงอาหารเย็นวันนี้ พสุที่ไม่ได้ฟังจริงจังนักก็แอบถอนหายใจ
นับแต่เกิดเรื่องผู้ชาย ลูกสาวคนรองของเขาก็แทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคน
ไม่สนใคร ไม่สนโลก ไม่เปิดตัวเองกับใครอีก ไม่เผยความคิดความรู้สึกให้ใครได้รู้ แม้กระทั่งคนในครอบครัว เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้วที่ยอดพธูพยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง จนคนอื่นเข้าใจว่ากลายเป็นคนกระด้างไร้หัวใจ ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่รู้สึกกับอะไรทั้งนั้น
แต่นั่นก็แค่เปลือก เป็นความจอมปลอมที่หนาเกินจะกะเทาะให้แตกได้ หรืออาจจะแตกเข้าสักวันแต่ก็ต้องใช้เวลา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้นานเท่าใด ทว่าเมื่อบุตรสาวต้องการให้คนอื่นมองเห็นเป็นเช่นนั้น พสุจึงไม่ได้ปริปากอันใด หรือแสดงออกไปว่าเขารู้ ว่ายอดพธูก็ยังเป็นยอดพธูคนเก่า อ่อนแอ หวั่นไหว แล้วก็ยังเจ็บปวดกับอดีตที่ยังสลัดทิ้งไม่พ้น
พสุยังจำได้ดีวันที่ต้องพาลูกสาวไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำสิ่งที่ไม่น่าจะต้องทำ
หลานที่น่าจะเกิดมาของเขากับภรรยา สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เด็กที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
กสินเป็นผู้ชายวัยกลางคน อายุค่อนไปทางห้าสิบแล้ว แต่ยังรูปร่างดี หน้าตาถือว่าอ่อนกว่าอายุจริง และเพราะอย่างนี้ถึงได้ทำตัวเป็นเพลย์บอยหนุ่ม ฟันสาวไม่เลือกทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มีภรรยาอยู่แล้วเป็นตัวเป็นตน และกสินเป็นผู้ชายในประเภทอยากได้ก็ต้องได้ ซึ่งตอนนี้มีอย่างหนึ่งที่ท้าทายเขาเป็นอย่างมาก
อยากได้ แต่ยาก ทั้ง ๆ ที่ดูเหมือนว่าจะง่าย และทำให้เขาเสียเวลา เสียเงินมามากมาย แม้ว่าเงินที่เสียไปจะให้ผลตอบแทนกลับมาก็ตามเถอะ!
“เรื่องพอร์ตหุ้นที่คุณกสินบอกมา ฉันเช็กแล้วนะคะไม่มีปัญหาที่คุณกลัวแน่นอนค่ะ ผลตอบแทนยังคงจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และทางตะติยะก็ยังคงประเมินความเสี่ยงในเงินทุนของคุณอย่างรอบคอบ ฉันรับรองได้ว่าทุกบาททุกสตางค์ที่คุณกสินไว้ใจให้เราดูแล มันยังจะทำกำไรให้คุณต่อไปได้ค่ะ”
กสินยิ้มในหน้าด้วยท่าทางสุขุมของคนเจนจัด... เรื่องสวมหน้ากาก
ยอดพธูเป็น FA ของ ‘ตะติยะ ที่ปรึกษาทางการเงิน’ และเขาก็ไม่ได้สนใจมันมากกว่า อ้อ... นี่คือบริษัทที่ไม่ต่างจากบริษัทขายประกันชีวิตที่มีอยู่กลาดเกลื่อน แต่เรียกให้เพราะพริ้งไปงั้นเองว่าที่ปรึกษาทางการเงิน ทั้ง ๆ ที่ก็กินค่าหัวคิวจากผลประโยชน์ที่งอกเงยจากเงินของคนอื่น!
เขาไม่สนใจ ไม่เคยคิดจะสนใจด้วยซ้ำ จนวันที่เธอขอนัดพบเขา
ยอดพธูไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เคยเจอมา เธอมีสมอง แถมยังเซ็กซี่บาดใจมากกว่าผู้หญิงคนไหน ๆ ที่เคยเจอ ไอ้เขาเองก็หลงคิดว่าเธอคงจะเอาเนื้อตัวมาแลกกับงาน แต่ที่ไหนได้... ผู้หญิงคนนี้รอบจัดกว่านั้น
จะตะล่อม จะหลอก จะล่อ เจ้าหล่อนก็ยังลื่นไหลหาทางเอาตัวรอดไปได้แทบทุกครั้ง
เสียงเพลงคลาสสิกดังคลอ ช่วยให้บรรยากาศในเล้านจ์ที่นี่ยิ่งดูแสนแพงมากขึ้นไปอีก ความโรแมนติกแฝงอยู่แทบทุกอณูอากาศ และมันเหมาะเหลือเกินสำหรับคู่รัก ไม่ใช่คู่เจรจาธุรกิจ กระนั้นกสินก็ยังเลือกที่นี่ สาวสังคมก็ย่อมพึงใจกับบรรยากาศแพง ๆ ยิ่งมีค่า ยิ่งมีราคาก็ยิ่งจูงใจให้เจ้าหล่อนเอนเอียง ทุก ๆ อย่างที่นี่เหมาะสมกับการสานต่อ ทั้งแสงไฟสลัว แสงเทียนวับแวมตามโต๊ะต่าง ๆ ที่ตั้งห่างกันพอสมควร และวิวจากมุมสูงเสริมให้ทุกอย่างในสถานที่นี่ดูเพอร์เฟกต์
“แล้วก็ฉันมีหุ้นอีกตัวหนึ่งมาเสนอให้คุณกสินเผื่อตัดสินใจอยากลงทุนเพิ่มค่ะ”
รอยยิ้มเยื้อนอ่อนหวาน แต่ดวงตากลมโตฉายแววฉลาดทันคน นี่แหละยอดพธู นับได้ห้าครั้งจากหุ้นตัวแรกที่เขาตัดสินใจให้เธอดูแล การนัดเจอแต่ละครั้งหากไม่มีปัญหาดังที่เขากล่าวอ้าง เธอจะต้องมีข้อเสนอยื่นมาให้ อยากเจอต้องได้เจอและแน่นอนเธอก็ต้องได้เงินจากการนัดเจอนั่นด้วย
ฉลาด เก่ง มั่นใจในตัวเองสูงและเย่อหยิ่ง... จนเขาอยากเอาชนะ
กสินต้องการพิสูจน์... ยอดพธูก็ไม่ได้ต่างจากหญิงอื่นที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเขา แต่ก็ยังไม่ทั้งหมด เรื่องเซ็กซ์ เธออาจจะยอดเยี่ยม หรือน่าเบื่อ ซึ่งอันนี้เขาต้องการจะพิสูจน์มันอย่างมาก
“อนาคตของบริษัทนี้ไปได้อีกไกลค่ะ จากข่าววงในที่เราได้มาคือมีการตกลงควบรวมกิจการเรียบร้อย แต่ยังไม่ได้เปิดเผย และหุ้นส่วนคนใหม่เป็นบริษัทฯ ทางการเงินมาจากโซนยุโรป กำลังจะย้ายฐานผลิตมาที่ไทย ถ้าช้อนซื้อไว้ตอนนี้ ฉันว่าราคาคงจะอัพเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวในต้นปีหน้า และก็จะทำกำไรให้คุณกสินถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นเลยทีเดียว โอกาสดี ๆ แบบนี้ฉันก็เลยไม่อยากให้คุณกสินพลาดมันน่ะค่ะ”
ยอดพธูยิ้มแย้มและเลื่อนแฟ้มไปยังเบื้องหน้าของชายวัยกลางคน แต่ครั้นจะดึงมือกลับอีกฝ่ายก็รีบยื่นมือมาทาบมือเธอไว้เหมือนไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะอ้อยอิ่งยามละจากตอนดึงแฟ้มกลับไป
รอยยิ้มอบอุ่นหลอกล่อถูกส่งมาให้ หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นนิด ๆ และยิ้มกลับน้อย ๆ กระนั้นเมื่อดึงมือกลับมาและวางลงบนตัก เธอก็แอบใช้ผ้าเช็ดโต๊ะเช็ดมือข้างที่ถูกจับ
และทั้ง ๆ ที่หน้ายิ้ม แต่ในใจกลับกรีดร้อง
อี๋แอ๊ะจะตายไป มือชื้นเหมือนคนเพิ่งไปเข้าห้องน้ำ ดูทำหน้าทำตาเข้า แก่ปูนนี้แล้วยังไม่เจียม!
