บทที่ 8 2/2
ระยะห่างแต่ละโต๊ะอยู่ที่สามเมตร และโต๊ะตัวที่อยู่ใกล้โต๊ะของยอดพธูกับกสินที่สุดก็ถูกจับจองตามคำสั่ง ปรเมศวร์นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนั้น เขานั่งหันหลังให้บุคคลทั้งสอง ในมือแกว่งแก้วบรั่นดีไปมาช้า ๆ ท่าทางไม่ยี่หระกับการนั่งโดยที่ไม่มีผู้หญิงเคลียคลอ
เสียงหึดังขึ้น เนื่องจากคนแกว่งแก้วเหล้าด้วยท่าทางเบื่อ ๆ ก้มหน้าลงนิด ๆ และยิ้มยกมุมปาก
“เมษ”
“หื้อ”
รวิ เพื่อนสนิทที่รู้ไส้รู้พุงเขาดียกมือขึ้นเการะหว่างคิ้ว
“จะเอายังไง จะมานั่งเฝ้าอย่างนี้น่ะเหรอ”
“หื้อ” คนเป็นนายทำแค่ครางรับในลำคอ ปรเมศวร์วางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ เขานั่งไขว้ห้าง และยกมือข้างที่เพิ่งวางแก้วเหล้าขึ้นเท้าคาง มองเพื่อน มองลูกน้อง ด้วยดวงตาใสซื่อ “ก็ชวนมากินเหล้า แล้วจะให้ทำไง หาสาวให้ไหม?”
รวิโคลงศีรษะ เบนสายตามองไปยังยอดพธูที่ตอนนี้กำลังใช้ผ้าปูโต๊ะเช็ดมือ
“ดูเหมือนคุณพธูจะเจอพวกชีกอเข้าแล้วไง กะลิ้มกะเหลี่ยได้เรื่องจริง ๆ”
เจ้านายไม่ได้หันไปมอง แต่เลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ “นายกสิน ลูกเขยนายพลอิทธิพลใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ ถึงพ่อตาตายแล้วแต่บารมียังมากพอให้ลูกเขยเกาะเบ่งได้สบาย”
“รู้ได้ยังไง”
“รวิ” ปรเมศวร์ยิ้มหน่าย ๆ เหมือนพูดกับเด็ก “เพื่อนแกมีขาว่ะ มีมือครบ แล้วก็มีคนอื่นให้ใช้นอกจากเพื่อนครับ”
รวิไม่ตอบและไม่สนใจ เลขานุการหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ายอดพธูลุกขึ้น แว่ว ๆ ว่าเธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ และลูกน้องที่รั้งตำแหน่งเพื่อนชั้นดีก็เอ่ย
“ตามไปไหม”
“ไม่ใช่แถวผับจะได้ไปดักสาวหน้าห้องน้ำ”
“โถ ไอ้ผู้ดี ไอ้มารยาททางสังคมสูง ไอ้... หือ” รวิย่นคิ้ว ขยับนั่งตัวตรงและตามองไปยังโต๊ะเบื้องหลัง
คืนนี้เขาต้องได้
กสินเจนจัดมากพอที่จะไม่ใส่ยานอนหลับลงในแก้วของยอดพธู แต่เขาเลือกที่จะเทผงสีขาวลงบนจานสเต็กของหญิงสาวแทน น้ำจากเนื้อที่ซึมช่วยในการละลายผงนั่นได้เป็นอย่างดี แทบไม่มีร่องรอยใด ๆ ทั้งสิ้นหลงเหลือว่าเขาทำการวางยาเพื่อจะปิดจ๊อบหญิงสาวให้ได้ในคืนนี้
ไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล มันก็ต้องอาศัยเล่ห์กลเข้ามาช่วย ยานี่ไม่ได้ทำให้หลับ แต่ทำให้แค่สติพร่าเลือนเท่านั้น เขาไม่ชอบมีเซ็กซ์กับคนหลับ มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนอนกับศพ!
จากแสงไฟสลัว ความเป็นส่วนตัวทำให้ไม่มีใครสนใจใคร ยกเว้นคนที่กำลังเฝ้ามอง
รวิมีท่าทีร้อนรนเมื่อเพ่งมองจนแน่แก่ใจ ทว่าปรเมศวร์ยังเฉยเหมือนไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ กระทั่งยอดพธูกลับออกมาจากห้องน้ำและนั่งลงยังที่ของตัวเอง
“เมษ” รวิเอ่ยเตือนอีกครั้ง และปรเมศวร์ก็เอี้ยวตัวหันไปมอง “จะทำอะไรก็ทำซิวะ เดี๋ยวคุณพธูก็เสร็จไอ้หมอนั่นหรอก เวร! หมดปัญญาจะอึ๊บจนต้องใช้ยาเหรอวะเนี่ย!!”
“พูดไม่เพราะเลยรวิ”
เจ้านายหนุ่มอมยิ้มกับคนที่เวลาทำงานแทบจะหาปากไม่เจอ แต่พอนอกเวลางานปุ๊บ ใด ๆ ที่หลุดจากปากของเพื่อนคนนี้ก็มากพอที่จะตั้งสวนสัตว์ได้
“ยังจะมาทำเป็นเล่น จะปล่อยให้คุณพธูถูกมอมยาหรือไง”
ปรเมศวร์ไม่ตอบแต่เหลียวไปมองยังเคาน์เตอร์บาร์ พนักงานชายคนหนึ่งพยักหน้ารับ และรีบรุดถือขวดไวน์เดินเร็ว ๆ ตรงไปที่โต๊ะของยอดพธูกับกสิน ชายหนุ่มยกมือขึ้นเท้าคางทั้งสองข้าง ตามองเลยไปยังด้านหลังของรวิที่ตอนนี้มองจับไปยังคู่ FA สาว กับลูกค้าหัวงูตาเขม็ง
บริกรหนุ่มคนนั้นเข้าไปจัดการไถ่ถามเรื่องการเติมไวน์ ก่อนจะสะดุด ‘ลม’ และทำให้จานอาหารของยอดพธูรับประทานไม่ได้ เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจและจากนั้นก็กลายเป็นเสียงด่าลั่นของกสิน
เฮ้ย! ก็มา
อั๊วเป็นใคร! ก็มี
ลื้อกล้าดียังไง! ก็ขุดมาใช้
เรียกได้ว่าจากชายวัยกลางคนท่าทางสุขุม ใจดี กลายร่างเป็นตาแก่วัยทองจอมกร่างในทันทีเพราะดันผิดแผนที่เตรียมไว้ เสียงล้งเล้งโวยวายทำให้ผู้จัดการต้องออกมาไกล่เกลี่ย บริกรหนุ่มขอโทษขอโพยเสียจนน่าสงสารและพลอยทำให้กสินกลายเป็นลูกค้าเรื่องมาก เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักเป็นผู้ใหญ่ในสายตาของคนอื่น ๆ
หลายคนเริ่มซุบซิบ นินทา ก่อนที่ลูกค้าหน้าหม้อของยอดพธูจะรู้ตัวและรีบเก็บอาการ
แต่... เสียทรงไปละ จะมาเก็บตอนนี้ก็เก็บไม่อยู่!
“จะตามไปไหม” เลขานุการหนุ่มเอ่ยถาม เมื่อกสินลุกขึ้นจากโต๊ะ ท่าทางดินเนอร์มื้อนี้คงยุติลงแล้ว
ปรเมศวร์พยักหน้ารับ รอจนคนทั้งคู่เดินออกไปจากเล้านจ์ สองหนุ่มจึงได้ลุกขึ้นเดินตาม พอเดินไปถึงหน้าลิฟต์ก็เห็นได้ชัดว่าลิฟต์กำลังเลื่อนลงไปชั้นใต้ดิน รวิเดินไปกดลิฟต์อีกตัว แต่แล้วก็ชะงักเพราะยอดพธูเดินออกมาจากมุมทางเดินที่บังอยู่
จะเดินหนีก็ไม่ทันแล้ว จะวิ่งก็เดี๋ยวเสียลุค และที่แน่ ๆ ตอนนี้ก็เก็บทรงไม่อยู่เหมือนกัน!
ใช่ รวิจริง ๆ ด้วย ท่าทางเลิ่กลั่กแบบนี้ แสดงว่าเขาเองก็คงจำเธอได้เหมือนกัน
ยอดพธูรู้ตัวแหละ รู้ดีด้วยว่าถูกมองถึงได้ทำเป็นลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เพื่อจะได้สำรวจว่าใครกันแน่ที่ทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์ตามเธออยู่ในค่ำคืนนี้
แล้วก็โป๊ะเชะ แค่กวาดตามองแป๊บเดียวก็รู้ตัวคนจ้อง
แต่แรกที่เห็นก็แค่คุ้น ๆ ส่วนอีกคนเห็นหน้าไม่ชัดนัก และตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเขาอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของรวิเป็นใคร แม้ว่าจะดูคล้าย ๆ ทั้งอากัปกิริยา หรือลักษณะท่าทางแต่ว่า...
คงไม่ใช่
