บทที่ 9 2/3
ปรเมศวร์หายไป ไม่มีใครได้ข่าวตั้งแต่เธอยังไม่ออกจากโรงพยาบาล
เป็นมินตราที่มาเยี่ยมและเธอเองที่อดปากถามถึงเขาไม่ได้
‘แล้วเมษล่ะ มินได้เจอเขาบ้างไหม’
สาวอวบสวมแว่นตา แต่สีผมจัดจ้าได้ใจเขม่นตามอง
‘นี่ ยังจะถามถึงอีกเหรอพธู หมอนั่นน่ะทะ--’
‘มินขอร้องนะ’
‘เฮ้อ! นายเมษนั่นน่ะเหรอ ลือกันให้แซ่ดทั้งมหาวิทยาลัยว่ามีสาวใหญ่สวยพริ้งมาลากไป แล้วนางก็หายไปเลยนะ ไม่มีใครได้เห็นอีก มินแอบเผือกแหละ ไปถามอาจารย์ก็เห็นว่าลาออก’ คนพูดยักไหล่เบ้ปาก ‘หายแบบหายจ้อย หายแซ้บ-หายสอย มินว่าคงตกสาวแก่แม่หม้ายกระเป๋าหนักได้ล่ะมั้ง ก็เลยเดินตามต้อย ๆ เหมือนหมาติดสัดไปกับเขา คงเห็นที่เกาะใหม่ แบบว่าสาวใหญ่ใจถึงเปย์หนักนั่นแหละ’
หัวใจที่ด้านชาปวดหนึบ และเธอก็เก็บสีหน้าไว้ไม่ได้
‘พธู ขอโทษนะที่ต้องพูดตรง ๆ อย่าไปสนหมอนั่นอีกเลยนะ ไปเสียได้ก็ดี คิดขึ้นมาตอนนี้มินยังของขึ้น ถ้าวันนั้นไปกับพธู มินคงได้กระโดดถีบขาคู่แน่ ๆ!’
แล้วก็จริงอย่างที่มินตราพูด ปรเมศวร์หายไปเลยจริง ๆ หายไปเหมือนไม่มีตัวตน ไม่ว่าจะเลี้ยงรุ่นของคณะ งานแต่งของเพื่อนในรุ่นเดียวกัน หรืองานสำคัญอื่น ๆ ก็ไม่เคยมีใครได้เห็นเขาอีก
จนเดี๋ยวนี้ สำหรับเธอ ปรเมศวร์ก็ไม่ต่างกับคนที่ตายไปแล้ว
ยอดพธูสูดลมหายใจเข้าลึก ปัดความคิดที่ว่าคนมากับรวิเหมือนกับอดีตคนเคยรักทิ้งไป หญิงสาวหันมาสนใจกับผู้ชายตรงหน้า จริง ๆ ระยะหลังสองสามปีนี้ รวิเองก็ไม่มีข่าวคราวใด ๆ มาให้ได้ยินอีกเลย
ครอบครัวของรวิถือว่าร่ำรวยในระดับหนึ่ง มีโรงงานขนาดกลาง กิจการก็เป็นไปได้ด้วยดี เธอสามารถพูดคุยกันกับเขาได้เป็นปกติ เพราะเรื่องเลวร้ายเกี่ยวกับเธอเมื่อสิบกว่าปีก่อน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่นิด เรื่องสุดท้ายที่ได้ยินเกี่ยวกับเขาก็คือ เขาทำงานเป็นผู้จัดการที่โรงงานของตัวเอง
“สวัสดีค่ะ คุณ...รวิ?”
หญิงสาวเอ่ยทักขึ้นก่อนเมื่อเห็นเขายังอึ้งอยู่
ดูเหมือนเขาจะตกใจเอามาก ๆ ที่รู้ว่าเธอรู้ตัว และมันน่าสงสัยว่าทำไม รวิ เพื่อนสนิทของปรเมศวร์ถึงมาอยู่ที่นี่ แถมยังทำตัวเป็นนักสืบมองเธอแทบจะไม่คลาดสายตา
ให้ตายเถอะ! ถ้าจะแอบตามใคร รวิควรไปเรียนรู้เสียใหม่ ว่าการจ้องแบบตาไม่กระพริบนั่น แม้แต่เด็กยังรู้เลยว่ากำลังถูกมอง!
“อ่า” เลขานุการหนุ่มยังอึ้งอยู่จนกระทั่งสาวสวยชุดแดงยิ้มหวานหยดมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า รวิยิ้มแห้งก่อนเอี้ยวตัวกลับไปมองยังด้านหลัง ด้วยความที่ชายหนุ่มตัวโตมากเพราะเคยบ้าเล่นกล้าม และคลั่งเดอะร็อกเป็นบ้าเป็นหลัง เลขานุการหนุ่มจึงดำเนินรอยตามศิลปินคนโปรดด้วยการออกกำลังกายจนดูคล้าย ๆ หมีควายในร่างคน และด้วยความที่ตัวใหญ่โตกว่าชาวบ้านนี่เอง จึงบังคนที่มาด้วยแทบมิด “คือว่า--”
ประวิงเวลาไว้ แต่ก็ดูเหมือนปรเมศวร์จะไม่ได้สนใจ คนกลางอย่างเขาจึงได้ถอนหายใจ พยายามทำตัวให้เป็นปกติ หลังจากเสียอาการอยู่นานเหมือนกันจากเมื่อครู่นี้
“สวัสดีครับคุณพธู ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
“นั่นสิ ว่าแต่มาทำอะไรที่นี่คะ บังเอิญจังเลยนะที่ได้เจอ”
“อ่า... มากับเพื่อนน่ะครับ”
คำพูดของรวิ เสมือนเป็นสัญญาณให้ปรเมศวร์แสดงตัว อดีตรักเจ็บ ๆ ของยอดพธูขยับเนคไท อดตื่นเต้นไม่ได้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะต้องเจอกัน แต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกและค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาเพื่อจะเผชิญหน้ากับอดีตแฟนสาว เขากระแอมสองสามครั้งยังคงก้มหน้าเล็กน้อยและเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมกับอ้าปากจะพูดก็พบว่า...
“นี่ก็กำลังจะกลับแล้ว”
ปรเมศวร์กระพริบตาปริบ ๆ เพราะเบื้องหน้า รวิไม่ได้หลบไปไหน หนำซ้ำยังคงยืนบังเขามิด แล้วก็คุยต่อไปด้วยท่าทางปกติ
เดี๋ยวนะ... เหมือนจะผิดคิวไปหน่อย แบบว่ารวิต้องหลีกไปเพื่อเปิดทางให้เขาเผยตัว แล้วยอดพธูก็จะต้องตกใจตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับเธอ
“ดีใจที่ได้เจอนะครับ ก็ว่าคุ้น ๆ ว่าใช่คุณพธูไหม แล้วนี่มารับประทานอาหารกับเพื่อนเหรอครับ”
อืม... ปรเมศวร์ครางในใจ มองแผ่นหลังของเลขานุการหนุ่มต่อไป ยังอีก... ยัง
“อ้อ ลูกค้าน่ะค่ะ ขอโทษจริง ๆ นะคะ แต่เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าถูกมองอยู่ แต่ไม่มั่นใจว่าใช่ไหมเลยไม่ได้เข้าไปทัก”
หืม-ม-ม-ม คุยกันเข้าขาดีเหลือเกิน... ไม่ได้รู้สึกตัวสักนิดว่าไม่ได้มีกันสองคน ที่สำคัญไอ้คนที่ควรรู้ตัว นอกจากจะผิดคิวแล้วยังไม่ยอมหลบไปอีก ไอ้เพื่อนร้าก-ก-ก-ก!
บทสนทนาทำท่าจะจบจริง ๆ เมื่อลิฟต์ดันมาถึงพอดี รวิผ่อนลมหายใจ ไม่กล้าเหลือบไปมองด้านหลังยังคงทำตัวเป็นกำแพงบังเพื่อนตัวเองไว้... ด้วยความหวังดี
วันนี้ก็แค่มาดูลาดเลา ไม่ได้มามีเรื่อง เอ๊ย เปิดตัว
และแม้จะผิดแผนนิดหน่อยที่ยอดพธูดันรู้ตัวว่าถูกตาม แต่ก็โชคดีที่เขาแก้สถานการณ์ได้ทัน ไหลลื่นเอาตัวรอดไปได้จนเธอไม่สนใจไอ้คนที่มากับเขา ซึ่งวิธีนี้คงใช้ไม่ได้ถ้าหากว่าเขาตัวเล็กกว่านี้อีกนิด สองคนนี้คงได้เห็นหน้ากันแล้ว และคงคุยกันไม่ได้เป็นปกติแบบนี้แน่ หญิงสาวรุ่นพี่ตรงหน้าคงเชิดหน้าใส่แล้วเดินหนี หรือร้ายกว่านั้น ปรเมศวร์ไอ้เพื่อนเขาคงโดนเข่าเข้าอีกรอบ!
โชคดีจริงจริ๊ง
! ที่เขาไวพริบดี เนี่ยชวนคุยจนยอดพธูไม่สนใจไอ้เจ้านายด้านหลังเลย!!
