บทที่ 11 2/5

“อื้อ” น้ำหนึ่งพยักหน้าพลางยิ้มหวาน “เพราะงั้นนะ ลียาอย่าพยายามเชียร์เลย เชียร์ไม่ขึ้นหรอก ยังไง ๆ น้ำกับคุณพระนายก็เป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้นแหละ”

เป็นการยืนยันที่หนักแน่นมาก อลิยาจึงไม่ได้ชงคู่นี้ต่อ

กระทั่งทั้งน้ำหนึ่งกับพระนายกลับไปแล้ว อลิยากับสามีที่เดินออกมาส่งแขกและกำลังจะเดินกลับเข้าบ้าน จึงเล่าให้สามีฟังถึงเรื่องที่คุยกับเพื่อนสนิทในห้องครัว ดวินขมวดคิ้วนิด ๆ ท่าทางไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก

“น้องน้ำว่าอย่างนั้นเหรอ”

“อื้อ คู่นี้คงเชียร์ไม่ขึ้นแล้วละ”

ดวินยิ้มพลางส่ายหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร ทว่าเขาก็ยังคิด เมื่อเรื่องที่อลิยาเล่าให้ฟังดูจะไม่เหมือนกับที่เขาได้คุยกับพระนายเมื่อวานเลย ตอนที่เขาชวนให้ไปเป็นเพื่อนในงานเลี้ยงบริษัทฯ ของลูกค้า

‘ไปไม่ได้หรอกพี่ วันนี้ขอ พอดีต้องแสตนด์บาย’

‘แสตนด์บายเรื่องอะไรวะ หรือว่ามีนัดสาวก็พูดมาเถอะน่า’

‘ไม่มี แต่แค่เผื่อมีคนอยากให้ช่วยไง’

‘หือ? ช่วย? ฉันตามไม่ทันเดี๋ยวนะ แล้วฉันช่วยได้ไหม ท่าทางเหมือนเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย’

‘ก็เอาเรื่องอยู่ คือวันนี้คุณน้ำมีนัดดูตัวน่ะ ก็เลยว่าจะไปดู ๆ หน่อยเผื่อเธออยากให้ช่วย’

อือหึ... มีคนปากไม่ตรงกับใจอยู่คนหนึ่งแหะ

และไม่ต้องอธิบายให้มากความ แค่เท่านี้ก็พอจะรู้แล้วว่าพระนายคิดยังไง ๆ กับน้ำหนึ่ง หลายเดือนมานี้รุ่นน้องเขาไม่ได้ควงผู้หญิงคนไหนเลยสักคน ที่เห็นไปไหนมาไหนด้วยก็มีแค่น้ำหนึ่งเท่านั้น

แต่พอคิด ๆ แล้ว อาการแบบนี้ คำอ้างแบบนี้ ดวินเลิกคิ้วขมวดและยิ้มกว้างมากขึ้น

“ดวิน”

“หือ”

“อยู่ ๆ ก็ยิ้มแน่ะ”

ชายหนุ่มโอบเอวภรรยารั้งเข้าหาตัว และจากที่หยุดยืนก็เริ่มต้นออกเดินอีกครั้ง

“ไม่มีอะไร แต่ลียาอยากเชียร์คู่นั้นต่อไปก็เชียร์เถอะ”

“เอ๊ะ?”

“ไม่มีอะไรหรอก เชียร์เล่น ๆ เชียร์ขำ ๆ เผื่อเขาลงเอยกันจะได้พูดไงว่าได้พวกเราเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้”

คุณแม่ลูกอ่อนถอนหายใจ กระนั้นก็อดพึมพำไม่ได้ “เชียร์ให้ตายก็เชียร์ไม่ขึ้นหรอก ดูแล้วคุณพระนายก็คงจะโสดตามแบบเขาไปเรื่อย ๆ แหละ ส่วนน้ำหนึ่งเกาะคานแน่นขนาดนั้นลียาว่าคงแซะลงมาไม่ได้หรอก”

ดวินหัวเราะคลอไปอย่างอารมณ์ดี

มันก็ไม่แน่หรอกน่ะ!

คุณคิดอะไรอยู่ Pranai

มาได้ไกลสุดก็คือหน้าบ้าน

“แน่ใจนะคะว่าจะกลับเอง แล้วจะกลับยังไงกัน รถก็ไม่มี น้ำก็ว่าจะไปส่งแต่คุณก็ไม่ยอมอีก” แม้จะมาถึงหน้าประตูบ้านแล้วแต่น้ำหนึ่งก็ยังถาม ขากลับจากบ้านอลิยากับดวิน พระนายยืนยันจะขับรถของเธอมาส่งเธอที่บ้าน โดยที่เขาเหมือนจะทำลืม ๆ ไปว่านี่มันรถของเธอ ไม่ใช่รถเขา!

“แน่ใจสิครับ มันดึกแล้วคุณน้ำขับรถกลับคนเดียวดึก ๆ ดื่น ๆ ไม่น่าจะดีนะ”

“ดูแลดีไปแล้วนะคะ น้ำไม่ใช่เด็ก ๆ เสียหน่อย อ๊ะ จริง ๆ ก็เป็นเด็กเส้นนะคะ ถึงแม้จะเป็นเด็กเส้นพี่ดวินก็เหอะน่า”

ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นเบา ๆ

“อย่าลืมนะผมก็ใช่”

หญิงสาวย่นจมูก “เดี๋ยวน้ำรอคุณนั่งมอเตอร์ไซรับจ้างออกไปก่อนนะคะถึงจะเข้าบ้าน เนี่ยรู้สึกผิดจริง ๆ นะ มีรถแท้ ๆ แต่ต้องให้คนไม่มีรถขับมาส่งให้”

พระนายไม่เอ่ยอะไร เขาเปิดประตูลงไปยืนรอรถมอเตอร์ไซรับจ้างที่พูดกันไว้ว่าให้เข้ามารับ ขณะที่น้ำหนึ่งเปิดประตูจะก้าวมายืนฝั่งคนขับ เสียงมอเตอร์ไซดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หญิงสาวกำลังจะพูดว่ามาถึงแล้ว แต่กลับมีไฟสาดมาจากทางด้านหลังพอหันไปมองก็ต้องหยีตา และพระนายเองก็เช่นกันเพราะแสงจ้านั่นส่องตรงมาที่พวกเธอ

“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะแม่คุณ”

หญิงสาวฟังแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีกับสรรพนามและน้ำเสียงที่มารดาใช้เรียก

มานีลดไฟฉายลง สองหนุ่มสาวจึงไม่ต้องทนหยีตากับแสงจ้านั่นอีก พระนายอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะยกมือไหว้

หญิงผู้เป็นมารดายืนเยื้องมาด้านหน้าของยามประจำบ้าน มานีหรี่ตามองผู้ชายที่มากับลูกสาวพลางเม้มริมฝีปากนิด ๆ คิ้วก็ขมวดหน่อย ส่วนหน้าก็ออกจะบึ้ง ๆ เพราะหวนคิดไปถึงคำพูดของลูกชายเพื่อนสนิท

เมื่อเย็นน้ำหนึ่งโทรศัพท์มาบอกว่าจะไปกินข้าวเย็นที่บ้านของอลิยา นี่มันชักดึกมานีก็เลยเป็นห่วงถึงได้มาเดิน ๆ รอ ไม่คิดว่าจะได้เห็นหน้า ‘แฟน’ ของลูกสาวด้วย

ในชั้นแรกตอนนี้บอกได้ว่า หน้าตาไม่เลว แต่นิสัยนี่สิที่น่าห่วง คนแบบไหนกันถึงได้ไม่หวงตอนที่แฟนตัวเองไปควงกับคนอื่น

มานีผ่อนลมหายใจยกมือรับไหว้ และไม่เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวพูดอะไรแม้แต่น้อย

“เข้ามาในบ้านกันก่อน น้ำ... แม่มีเรื่องจะพูดด้วย อ้อ... แล้วก็คุณด้วยนะ ฉันมีเรื่องอยากจะถาม”

ชายหนุ่มรับคำตะกุกตะกักเพราะไม่ทันตั้งตัว ก่อนก้มลงมองน้ำหนึ่งที่เงยหน้าขึ้นมามองเขา หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอฝืด ๆ ละสายตากลับมามองจับที่ด้านหลังของมารดา ลุงคนทำสวนที่รับหน้าที่ยามประจำกลางคืนยืนยิ้มแต้ เปิดประตูรออยู่

น้ำหนึ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ไง... ขนสันหลังถึงได้ลุก แบบนี้ต้องมีเรื่องสักเรื่องละน่า!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป