บทที่ 3 1/2

“แหม คุณน้ำนี่แสนรู้จังเลยนะครับ” เขายิ้มแป้นตาหยี ดูน่ารักแหละถ้าไม่ฟังที่พูดออกมา

น้ำหนึ่งเลือกที่จะไม่สนใจ “มาได้ยังไงคะเนี่ย”

“มาดินเนอร์ครับ เจอคุณน้ำกำลังดินเนอร์เหมือนกันดูมาสักพักละท่าทางเหมือนลำบากใจ”

“อ้อ มิน่าล่ะ” หญิงสาวกลอกตาไปมา “นี่คงส่งสาวกลับไปแล้วสิคะ ถึงได้ว่าง ว่าแต่ทำไมถึงได้ไม่ไปส่งเธอล่ะคะ เอ๊ะ หรือว่าไม่ค่อยเวิร์ก”

พระนายไม่ตอบ แต่หัวเราะเฉยเสียเหมือนจะยอมรับกลาย ๆ

ถึงไม่ใช่เพื่อนกันมานานแต่ก็เนอะ เจอกันที่ทำงานทุกวัน คุยกันทุกวัน จนพอรู้นิสัยใจคอกันแทบจะหมดแล้วก็เลยรู้ใจกันดี แบบทำนองไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ว่างั้น

และเพราะแบบนี้แหละ พี่ ๆ ในแผนกของน้ำหนึ่งถึงได้ยกตำแหน่งคู่ชิปประจำบริษัทให้เธอกับเขา

ชิป... ฉิบ-หาย-วาย-วอดน่ะสิ!

อยู่ด้วยกันทีไร บรรลัยทุกงาน!!

ทำไมน่ะเหรอ ก็ยกตัวอย่างสด ๆ ร้อน ๆ ตอนนี้เลยแล้วกัน!

จากสายตาที่ด้านหลังในระยะสิบสองนาฬิกา น้ำหนึ่งคว้าแขนพระนายไว้หมับ และยิ้มแย้มหวานหยดยามเขยิบเข้าไปคล้องแขนเขาและรั้งให้เขาหมุนตัวตามเพื่อหันหน้ากลับไปด้านหลัง

ชายหนุ่มรู้ได้โดยไม่ต้องบอก เขาทำตามอย่างว่าง่ายและ...

“น้องน้ำคะ...” ผู้มาถึงเอ่ยติดสตั้น ได้แต่มองคู่เดตตรงหน้าที่คล้องแขนชายอื่นอยู่ และมองมาที่เขาได้โดยไม่สะทกสะท้าน หรือแทบจะเรียกได้ว่าไม่รู้สึกรู้สา!

“พี่ชายใหญ่คะ พอดีเลยน้ำมีคนอยากแนะนำให้รู้จักค่ะ”

สาวแสนหวานแหงนเงยขึ้นมองพระนาย สายตาหวานหยดไม่ต้องบอกก็คงพอรู้

“นี่...” เธอเอียงคอเอนซบกับท่อนแขนที่เกาะกอด “ที่รักค่ะ” แล้วก็กระพือขนตาใส่คนฟังไปสองสามที

มุขนี้ของเธอไม่เคยใช้ไม่ได้ผล ส่วนใหญ่ผลลัพธ์จะออกมาดีมาก-มาก และมันจบลงด้วย...

‘ขอโทษที พี่/ผม มีธุระ ขอตัวก่อนนะครับ’

นั่นแหละเผ่นปรู๊ดไม่เหลียวหลังสักราย!

ส่วนคนรับมุกก็ไม่ต้องเตี๊ยมกันให้วุ่นวาย พระนายเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยรับบทแบบนี้ เขาต้องทำประจำเพราะมันเป็นเรื่อง ‘แลกเปลี่ยน’ ระหว่างเรา

“สวัสดีครับ” หนุ่มไอทีตี๋ออร่ายื่นมือออกไปข้างหน้า ราวหนึ่งนาทีคุณชายผู้ที่น่าจะโดน ‘แกง’ จนเปื่อย ซึ่งก่อนหน้าเหมือนจะอึ้งก็เผยยิ้มพลางยื่นมือออกมาจับกับมือพระนาย

“เช่นกันครับ”

ปฏิกิริยานั้นอันดูแล้วเหมือนไม่สะทกสะท้าน ทำให้ทั้งพระนายและน้ำหนึ่งนิ่งไปบ้าง แต่หญิงสาวก็แก้สถานการณ์ได้ทันท่วงที

พี่ชายใหญ่เป็นผู้ดีแหละ ถึงจะโกรธแค่ไหนแต่ก็คงต้องรักษากิริยา... น้ำหนึ่งบอกตัวเอง แค่นี้ไม่ยากเธอรับมือได้!

“เอ่อคือที่รัก--” กำลังจะแสร้งแนะนำว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ทว่า...

“ไว้พวกเราไปคุยกันที่โต๊ะดีกว่าค่ะจะได้ไม่เกะกะแขกท่านอื่นนะ”

เมื่อกี้ว่าอึ้งแล้ว ตอนนี้ยิ่งอึ้งกว่า คนพูดพูดจบก็ยิ้มนิด ๆ แล้วก็หมุนตัวเดินนำกลับไปที่โต๊ะดินเนอร์ ทิ้งให้สองหนุ่มสาวเบื้องหลังยืนนิ่งเป็นหุ่นไล่กา น้ำหนึ่งดึงสายตากลับมาเงยมองพระนายที่กำลังก้มลงมองมาที่เธอเช่นกัน

หญิงสาวยกมือขึ้นกวักเป็นสัญญาณให้เขาก้มลงมาใกล้ ๆ

“แปลก ๆ นะคะ”

“อืม” ชายหนุ่มรับคำพลางหรี่ตามองตามแผ่นหลังของผู้ชายที่ตอนนี้เดินไปถึงโต๊ะแล้ว “คุณน้ำแน่ใจนะว่าเรื่องโกหกเนี่ยมันจะได้ผล ผมว่าเขาดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด”

“หื้อ!” คนที่เริ่มไม่มั่นใจหน้ายับยุ่งบ้างแล้ว “อย่าแช่งกันสิคะ”

พระนายโคลงศีรษะเบา ๆ วางมือตัวเองทาบบนมือเธอตีลงเบา ๆ

“เขาดูดีนะครับ ไม่ลองคบดูหน่อยเหรอ”

หญิงสาวหน้านิ่ว ถอนหายใจโดยแรง และคนพูดก็กลั้นยิ้ม ดูท่าทางเหมือนจะดีใจ...

ก็ใช่แหละ... พระนายดีใจที่ได้แกล้งเธอมากกว่า!

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ” ชายหนุ่มบอกเสียงนุ่ม ๆ “เอาเป็นว่าคนนี้ไม่ผ่าน” มือที่วางทาบมือหญิงสาวเปลี่ยนเป็นกุมกำไว้แน่น “งั้นเราก็ไปกันครับ ทำให้เขาเลิกหวังเสีย ส่วนคุณน้ำน่ะอย่าเพิ่งคิดไปไกลเลย บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขาอาจจะเข้าใจก็ได้นะ ถ้าหากคุณน้ำจะมีแฟนขึ้นมา”

เป็นคำปลอบใจที่ฟังดูดี...

หญิงสาวผ่อนลมหายใจเริ่มต้นออกก้าวเดินไปพร้อมกับ ‘ที่รักกำมะลอ’

“นั่นสิคะ ขอให้เป็นอย่างที่คุณว่าแล้วกัน” คำพึมพำดังแทบไม่ได้ยิน แต่กระนั้นทั้งน้ำหนึ่งและพระนายก็ยังคงสีหน้ายิ้มแย้มไว้ได้จนกระทั่งเข้าไปนั่งลงเรียบร้อยแล้ว

หม่อมหลวงอาทิตกร เป็นลูกชายคนเดียวของหม่อมราชวงศ์เจตน์ และหม่อมหลวงจารุณี ปีนี้เขาอายุสามสิบหกแล้ว และแน่นอนหม่อมหลวงหนุ่มผ่านโลกมามาก เขายังเฝ้ามองกระทั่งคู่ชายหนุ่มหญิงสาวที่อายุน้อยกว่านั่งลงตรงหน้า รักษารอยยิ้มนิด ๆ ไว้ได้เช่นเคยและใจเย็นอย่างมากเมื่อยกไวน์ขึ้นจิบ

“ไม่รู้เลยนะคะว่าน้องน้ำมีแฟนแล้ว”

เป็นการเริ่มต้นประโยคที่คนฟังใจชื้น “ต้องขอโทษพี่ชายด้วยจริง ๆ นะคะที่ไม่ได้บอก แต่น้ำไม่อยากขัดคุณแม่น่ะค่ะ อีกอย่างเราก็เพิ่งคบกัน น้ำกะว่าอีกสักหน่อยถึงจะพาที่รักเข้าไปแนะนำตัวกับคุณพ่อคุณแม่น่ะค่ะ”

เมื่อรับเล่นบทแบบนี้ ส่วนใหญ่พระนายจะไม่ได้ทำอะไรนอกจาก ‘นั่งฟัง!’

“อ้อ”

หม่อมหลวงหนุ่มรับคำแค่นั้นแล้วก็ยิ้ม เขาผสานมือกุมกันและวางบนโต๊ะ ท่าทางราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังจับผิดเด็ก ๆ เล่นซนที่ทำผิด พระนายไม่ชอบท่าทางเช่นนี้เลยเพราะอายุอีกฝ่ายก็ไม่ได้ต่างกับเขามากนัก

“ขอโทษนะครับ คุณชื่ออะไรนะครับ... ที่รัก?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป