บทที่ 7 2/1

“รู้จ้า” พี่หวานยังไม่หยุด “นั่นน่ะจุดประสงค์หลัก แล้วจุดประสงค์แอบแฝงล่ะจ๊ะที่รีบมาเพราะอยากเจอหน้าใครหรือเปล่าเอ่ย”

ทุกสายตามาจับที่น้ำหนึ่ง หญิงสาวได้แต่เลิกคิ้วขึ้นและกลอกตามองบน

“อุ้ยเขิน-น-น นั่นน่ะเขินพี่รู้”

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกหน และยุวดีที่ปล่อยให้ลูกน้องสาวแทะโลมหนุ่มที่หลงเข้ามาจึงขัด

“ทางนี้ค่ะคุณพระนาย พี่วานที เปิดเครื่องแล้วติดนะ แต่เข้าโปรแกรมไม่ได้จ้ะ”

นั่นแหละ การชงของพี่หวานถึงได้จบลง และทุกคนก็กลับไปตั้งใจทำงาน น้ำหนึ่งที่นั่งหันหลังไม่ได้หันไปมองพระนายที่นั่งอยู่ห่างออกไปทางด้านหลังห้อง แต่เธอก้มลงมองข้อความในโทรศัพท์มือถือที่เด้งขึ้นมา

เป็นเขาแหละ ถามเธอถึงฟีดแบ็กเรื่องเมื่อคืน

มีพร้าเป็นนาย// เมื่อคืนโอเคนะครับ

น้ำหนึ่งเห็นชื่อไลน์เขาละอดขำไม่ได้ คนอาไร้ ตั้งชื่อได้ครีเอทมาก

Namnueng So cute// โอเคค่ะ แต่เมื่อเช้าแม่เหมือนจะรู้ทันด้วย

มีพร้าเป็นนาย// สติ๊กเกอร์รูปหมีกุมหัว

Namnueng So cute// สติ๊กเกอร์รูปหนูหิ่นยกมือกอดอกส่ายหน้า

มีพร้าเป็นนาย// เที่ยงนี้คุณน้ำไปทานข้าวที่ไหน

Namnueng So cute// เลี้ยงไหมคะ ปลอบใจคนโดนเท สติ๊กเกอร์หมีทำตาปริบ ๆ

มีพร้าเป็นนาย// ถามเฉย ๆ ครับ

วอน!

หญิงสาวมองข้ามไหล่กลับไปจ้องคนกวน แม้พระนายจะไม่ได้มองเธอ แต่ไอ้ท่าทางกลั้นขำและแววตาเต้นริก ๆ ที่จับจ้องหน้าคอมพิวเตอร์น่ะ ดูออกจ้า!

“อะแฮ่ม!”

น้ำหนึ่งพลันสะดุ้งโหยง แถมด้วยยกมือขึ้นลูบอก

“ตกใจนะคะเนี่ย”

“จ้า” สาวิตรี หัวหน้าของเธอโคลงศีรษะน้อย ๆ “คือพี่อยากได้รายงานของสามเดือนก่อน น้ำส่งให้พี่อีกทีได้ไหม พี่ต้องดูก่อนเข้าประชุมกับพี่ยุพรุ่งนี้น่ะจ้ะ”

“อ๋อ ได้สิคะ น้ำจัดการให้ไม่เกินสิบนาทีค่า”

“ขอบใจจ้ะ” รุ่นพี่กำลังจะเดินผละไปแต่ก็หยุด แล้วยังมองน้ำหนึ่งด้วยแววตาเต้นยิก ๆ “ว่าแต่ เรากับคุณพระนายน่ะไม่ได้เป็นอะไรกันแน่เหรอ อยู่แค่นี้เองทำไมถึงได้ส่งไลน์หากัน ไม่เข้าไปคุยล่ะจ๊ะ พี่ ๆ เขาก็แค่แซวเล่นน่ะ ไม่มีใครคิดมากหรอก หลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้มันน่าคิดนะน้ำ”

น้ำหนึ่งหัวเราะเหอะ ๆ ส่วนสาวิตรีกลั้นขำสุดกำลังเมื่อเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง

ไม่นานแค่ห้านาที เสียงไลน์กลุ่มของแผนกก็ดังรัว ดังตรงนั้นที ตรงนี้ที และแต่ละคนที่หยิบขึ้นมาอ่านก็กลั้นยิ้ม บางคนถึงกับหลุดขำ น้ำหนึ่งรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเลยหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองมาเปิดดูไลน์กลุ่ม และพบว่า...

สาวิตรี สีแซ่บ// ทู๊กโค้น-น-น-น-น เขาแอบงุบงิบส่งไลน์หากันอะแกร๊!!

และนั่นก็กลายเป็นหัวข้อ และตลอดสิบนาทีจากนั้นเสียงไลน์กลุ่มก็ดังรัว ๆ ตรุ๊ง-ตรุ๊ง ติ๊ง-ติ๊งกันทั้งโต๊ะด้านหน้าเธอ ด้านข้าง และไม่เว้นแม้แต่ด้านหลัง!

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้า และซบลงกับโต๊ะเสียให้รู้แล้วรู้รอด

ไม่รู้ว่าชงเพราะอยากให้ได้กันจริง ๆ หรือชงเพราะไม่มีอะไรสนุก ๆ ให้ทำไปมากกว่าการได้แกล้งเธออีกแล้ว!

เฮ้อ... กว่าจะมีชีวิตรอดช่วงเช้า

หญิงสาวโสดและได้มงราชินีแห้วถอนหายใจ เธอกับพี่ ๆ ในแผนกลงมารับประทานอาหารกลางวันวันนี้ที่ร้านประจำด้านล่าง ไม่ได้รับประทานในโซนอาหารของอาคารที่อยู่ชั้นใต้ดิน ส่วนพระนายพอเขาซ่อมคอมพิวเตอร์เสร็จก็หายตัวจ้อย สมกับที่เขาตอบแหละว่าถามเฉย ๆ

และนี่คือความจริง เราไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ แล้วทีนี้มันจะชิปกันได้ยังไง เมื่อเธอกับเขาก็แค่เพื่อนกัน ไม่ใช่เพื่อนแสนดีด้วย แต่เป็นเพื่อนเพราะความจำเป็น

ระหว่างรอกาแฟของตัวเอง และของพี่ ๆ น้ำหนึ่งที่โอน้อยออกแพ้ได้เป็นเด็กซื้อกาแฟก็นั่งเท้าคางมองเหม่อออกไปนอกร้าน กระจกใสทำให้เห็นไอแดดเต้นยิบ ๆ ที่กลางถนน กระนั้นผู้คนก็ยังเดินผ่านไปผ่านมา

หญิงสาวนั่งมองเพลิน ๆ ก่อนจะหรี่ตาจ้องว่ามองผิดไปหรือเปล่า

ที่กำลังเดินมาทางด้านซ้ายของร้านนั่นคือพระนายกับแม่สาวแผนกต้อนรับ เธอจำไม่ได้ว่าชื่ออะไรแต่จำได้ว่าใช่แผนกนี้แน่ เพราะเคยเห็นบ่อย ๆ

อ้อ นี่ไง เปลี่ยนจากกินสาวฝ่ายขาย มาโซ้ยอาหมวยประชาสัมพันธ์แทน

หูย-ย-ย-ย-ย ร้าย!

คิด ๆ มาแล้วตั้งแต่อลิยาแต่งงาน ชีวิตน้ำหนึ่งก็เหมือนขาดอะไรไป เธอมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียวและตอนนี้คนนั้นก็มีครอบครัวไปแล้ว อลิยากำลังสาละวนกับการเลี้ยงลูกอ่อน ตอนท้องก็ยังได้เข้ามาบริษัทบ้าง แต่พอคลอดแล้วดวินก็ไม่ปล่อยให้ภรรยามาที่บริษัทอีกเลย

น้ำหนึ่งถอนหายใจ ซบหน้าลงกับท่อนแขนที่วางอยู่บนโต๊ะ

เหงาเหรอ... เออก็อาจใช่

มีหลายหนที่เคยคิดว่าหาแฟนจริงจังเสียทีดีไหม แต่ก็มีคำถามอีกนั่นแหละว่าจะไปหาจากที่ไหนกัน หญิงสาวไม่ได้กลัวความรัก แต่กลัวผลของมันต่างหาก ผู้ชายรอบตัวที่ดี ๆ ก็แต่งงานกันไปหมดแล้ว ส่วนที่เหลือก็ไม่ใช่สเปกสักคน ส่วนบางคนก็... เป็นแค่เพื่อนน่าจะดีที่สุดแล้ว

เบื่อจัง...

เป็นความรู้สึกว่าใจมันหาย... นิดหนึ่ง

เสียงเคาะก๊อก ๆ ใกล้ ๆ ดึงให้น้ำหนึ่งเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าคนเคาะโต๊ะคือคนที่เพิ่งเดินควงสาวเมื่อกี้ น้ำหนึ่งกระพริบตาปริบ ๆ สอดส่ายสายตาลอกแลก

“อ้าว ทำไมอยู่คนเดียวได้คะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป