บทที่ 1
[บี ผ่านมาห้าปีแล้วนะ เป็นยังไงบ้าง ฉันอยากเจอเธอ]
ผู้ส่งคือ ลูเซียส โจนส์ รักแรกของเบียทริซ เจนนิงส์
ปลายนิ้วของเบียทริซชะงักค้างอยู่เหนือหน้าจอ เธอแข็งทื่อไปถึงสามสิบวินาทีเต็ม ขณะที่ความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกตีตื้นขึ้นมาในอก เวลาห้าปีสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หลายอย่าง อย่างเช่นความจริงที่ว่าตอนนี้เธอแต่งงานแล้ว
เธอพิมพ์ข้อความลงไปว่า [ฉันแต่งงานแล้ว] แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะกดส่ง หลังจากลังเลอยู่นาน เธอก็ลบประโยคนั้นทิ้งและตอบกลับไปสั้นๆ แค่ว่า: [ตกลง]
การแต่งงานของเธอเป็นการคลุมถุงชน ปราศจากความรักมาตั้งแต่ต้น และมันก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเสมอมา
เธอจำได้ว่าตัวเองยังมีของขวัญอีกหลายชิ้นจากลูเซียสที่ยังไม่ได้คืนเขา ทั้งสร้อยข้อมือคาร์เทียร์ โมเดลทำมือ และแม้กระทั่งจดหมายรักของพวกเธอ ทุกอย่างถูกเก็บรวมไว้ในกล่องเก็บของขวัญวันรับปริญญา
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เหมือนกับเมื่อห้าปีก่อนตอนที่เขารับเช็คเงินสดสิบล้านดอลลาร์จากตระกูลสจวร์ตแล้วจากเธอไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทอดทิ้งคำสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อกันจนหมดสิ้น มันเกิดขึ้นรวดเร็วเสียจนเธอไม่มีเวลาจัดการทิ้งของขวัญพวกนี้ บทสนทนาอันแสนหวานเหล่านั้นก็ยังคงค้างอยู่ในโทรศัพท์ของเธอ
ขณะที่เบียทริซกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงความทรงจำ ท่อนแขนแข็งแกร่งก็สวมกอดเอวของเธอจากด้านหลังอย่างกะทันหัน พร้อมกับแผ่นอกอุ่นจัดที่แนบชิดแผ่นหลัง กลิ่นหอมสะอาดของไม้ซีดาร์จากตัวสามีโอบล้อมรอบกายเธอ
เบียทริซสะดุ้งสุดตัว รีบกดปิดหน้าจอและกำโทรศัพท์ในมือเอาไว้แน่น
"คุณไม่ได้ไปคุยธุรกิจหรอกเหรอคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงประหม่า "กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"
เขากลับมาถึงบ้านนานแค่ไหนแล้ว เขาเห็นข้อความของเธอหรือเปล่า
ชายหนุ่มที่ซ้อนอยู่ด้านหลังไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขากลับวางคางเกยลงบนซอกคอของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดผิวเนื้อจนเธอขนลุกซู่ไปทั้งสันหลัง
"มีอะไรน่าสนใจนักเหรอ" เขาพึมพำ
หัวใจของเบียทริซกระตุกวูบ "ปะ...เปล่าค่ะ แค่จัดการอีเมลเรื่องงานนิดหน่อย"
เธอไม่กล้าหันกลับไปมอง เพราะกลัวว่าเขาอาจจะจับสังเกตอะไรได้จากสีหน้าของเธอ
ผู้ชายคนนี้คือสามีของเธอ เฟรเดอริก สจวร์ต ผู้ชายคนเดียวกับที่จ่ายเงินสิบล้านดอลลาร์เพื่อยุติความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลูเซียส
วงแขนของเฟรเดอริกรัดแน่นขึ้น รอยจูบร้อนรุ่มพรมไล้ไปตามหลังใบหู ทำเอาร่างกายของเธออ่อนระทวย ริมฝีปากของเขาไล่ต่ำลงมา รุกเร้าเอาแต่ใจมากกว่าปกติ
เขาเร่าร้อนกว่าที่เคยเป็น รุนแรงเสียจนเธอแทบจะรับมือไม่ไหว
ร่างกายที่แข็งเกร็งของเบียทริซเปลี่ยนจากความอ่อนระทวยกลายเป็นความอึดอัด เมื่อจู่ๆ เธอก็ตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พอลองนับวันดู วันนี้คือช่วงไข่ตกของเธอนี่เอง
มิน่าล่ะ ถึงว่าทำไมเขาถึงยกเลิกทริปธุรกิจกลางคันแล้วรีบบึ่งกลับบ้าน ถึงว่าทำไมวันนี้เขาถึงได้ต้องการเธออย่างหนักหน่วงนัก
ถึงเวลาที่เธอต้องมีลูกให้เขาแล้วสินะ เบียทริซคิดอย่างจำยอม
เมื่อห้าปีก่อน ตอนที่ธุรกิจของตระกูลเจนนิงส์ล้มละลาย และพ่อแม่บุญธรรมพยายามจะจับเธอแต่งงานกับซีอีโอหัวล้านวัยห้าสิบกว่าเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน เฟรเดอริกก็ก้าวเข้ามาช่วยเธอไว้
เขายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ดูสง่างามทว่าเย็นชา และเอ่ยขึ้นมาสั้นๆ ว่า "ผมจะแต่งงานกับเธอเอง"
ระหว่างที่จดทะเบียนสมรส เธอกลั้นใจรวบรวมความกล้าถามเขาไปว่า "ทำไมถึงเป็นฉันล่ะคะ"
เฟรเดอริกจุดบุหรี่ ควันสีเทาบดบังใบหน้าหล่อเหลาของเขา "คุณย่าของผมอายุมากแล้ว ท่านอยากอุ้มเหลน" เขาตอบ "เรารู้จักกันมานานพอสมควร คุณเหมาะสมที่จะมาเป็นภรรยาของผม และเป็นแม่ของเด็ก"
ตั้งแต่แรกเริ่ม เขาแค่ต้องการลูก และเธอ เบียทริซ ก็เป็นเพียงภาชนะราคาแพงที่เหมาะสม ซึ่งเขาซื้อมาเพื่ออุ้มท้องลูกของเขา "ความเร่าร้อน" ที่เขามีต่อเธอ เป็นเพียงการทำตามความปรารถนาของคุณย่าที่อยากได้เหลนเท่านั้น
...
หลังจากนั้น เบียทริซก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อราวกับเพิ่งถูกฉุดขึ้นมาจากน้ำ เธอแอบลุกออกจากเตียงเงียบๆ หยิบชุดนอนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา และเตรียมตัวเดินไปที่ห้องนอนแขก
นี่คือกฎที่รู้กันโดยไม่ต้องเอ่ยปากระหว่างพวกเขา ในคืนเข้าหอ เขาไม่ได้กลับบ้าน เธอเฝ้ารออย่างโดดเดี่ยวในห้องหออันกว้างใหญ่ตั้งแต่พลบค่ำจวบจนรุ่งสาง
เธอคิดว่าการแต่งงานอันแสนปุบปับนี้คงยังดูฝืนใจเขามากเกินไป
เพื่อไม่ให้เขาต้องรู้สึกอึดอัด และเพื่อรักษาศักดิ์ศรีอันน้อยนิดที่ยังหลงเหลืออยู่ของตน นับแต่นั้นมา นอกเสียจากเวลาที่ต้องพักค้างอ้างแรมที่คฤหาสน์สจวร์ต เธอจะลุกออกไปยังห้องข้างๆ เสมอหลังจากที่พวกเขาร่วมรักกันเสร็จสิ้น
เฟรเดอริกมีเมตตาต่อเธอ เขามอบตำแหน่งภรรยาให้ในยามที่เธอตกต่ำถึงขีดสุด ช่วยชีวิตเธอไว้จากการถูกนำไปเร่ขายราวกับสินค้า เธอซาบซึ้งในบุญคุณ และแน่นอนว่าไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับเขา
ทว่าหลังจากก้าวเดินไปได้เพียงสองก้าว จู่ๆ เข่าของเธอก็ทรุดฮวบ ร่างบางถลาล้มไปเบื้องหน้าอย่างไม่อาจควบคุม
ทว่าความเจ็บปวดที่คาดคิดกลับไม่เกิดขึ้น ท่อนแขนแกร่งของเฟรเดอริกคว้าเอวเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะรวบตัวเธอขึ้นมา เบียทริซพบว่าตัวเองถูกโยนกลับลงไปบนเตียงนุ่มอีกครั้ง
ร่างสูงใหญ่ของเฟรเดอริกทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ใต้ร่างของเขาอย่างแน่นหนา "เบียทริซ" น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นและทุ้มต่ำ "เธออยากจะหนีจากการร่วมเตียงกับฉันขนาดนั้นเลยหรือไง?"
ท่ามกลางความมืดมิด หูข้างขวาของเบียทริซอื้ออึงไปด้วยความเงียบงันที่ดังกึกก้อง
นี่คือความลับที่เธอเก็บซ่อนไว้ตลอดกาล ในวัยเด็ก พ่อบุญธรรมที่กำลังเมามายเคยตบตีเธอ จนทำให้หูขวาของเธอสูญเสียการได้ยินไปอย่างถาวร
เธอไม่ได้ยินคำถามอันเกรี้ยวกราดของเฟรเดอริกชัดเจนนัก เพียงแต่สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจผ่านท่าทีอันเย็นเยียบของเขา
เขาโกรธอย่างนั้นหรือ? หรือว่าการปรนนิบัติของเธอเมื่อครู่ยังไม่ดีพอจนทำให้เขาไม่พอใจ? หรือเขาคิดว่าเธอแสร้งทำเป็นสะดุดล้มเพราะอยากจะอยู่ต่อกันแน่?
ชั่วขณะนั้น ความกังวลและความหวาดหวั่นก็ถาโถมเข้าใส่ เธอเป็นเพียงภรรยาที่เขาใช้เงินซื้อมา มีหน้าที่ต้องคอยเอาอกเอาใจเขาในทุกๆ เรื่อง แต่เธอกลับทำให้เขาต้องขุ่นเคืองใจอยู่ร่ำไป
เบียทริซเงยหน้าขึ้น อาศัยแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา เพื่อมองดูเงาร่างเลือนรางที่ทาบทับอยู่เบื้องบน
เธอยื่นมือออกไปแตะท่อนแขนของเขาอย่างระแวดระวัง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเชิงเอาใจ "คุณโกรธหรือคะ?"
ร่างของเฟรเดอริกแข็งเกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อคิดว่าท่าทีโอนอ่อนของตนได้ผล เธอจึงปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวลลงยิ่งกว่าเดิม "ฉันขอโทษค่ะ อย่าโกรธเลยนะคะ"
เธอหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นการเอาอกเอาใจนั้น แท้จริงแล้วกลับกลายเป็นการราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในใจของเฟรเดอริก สิ่งที่เขาต้องการไม่เคยเป็นคำขอโทษหรือการยอมจำนนจากเธอเลย
จู่ๆ เฟรเดอริกก็กำหมัดแน่นขณะโน้มตัวลงมา ลมหายใจร้อนผ่าวของเขารินรดลงบนใบหน้าของเธอ ทว่าเขากลับไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
เวลาผ่านไปเนิ่นนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ จวบจนเบียทริซคิดว่าพวกเขาอาจจะเผลอหลับไปทั้งอย่างนี้ เฟรเดอริกก็พลิกตัวลงจากร่างของเธอ แล้วลงไปนอนเคียงข้างเธอแทน
เขาหันหลังให้ เผยให้เห็นเพียงแผ่นหลังอันเย็นเยียบและแข็งขืน "นอนซะ"
ถ้อยคำสั้นๆ ที่ทั้งทุ้มต่ำและเย็นชา ไร้ซึ่งร่องรอยของความอบอุ่นใดๆ
หัวใจของเบียทริซหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม เขาโกรธจัดจริงๆ เธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ทำให้เธอต้องนอนขดตัวอยู่บนเตียงฝั่งของตน และเว้นระยะห่างระหว่างกันเอาไว้ให้มากที่สุด
หลังจากที่เธอผล็อยหลับไปอย่างกระสับกระส่าย หน้าจอโทรศัพท์ของเธอก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความระบุที่อยู่แห่งหนึ่ง
เบียทริซเพิ่งมาเห็นที่อยู่นั้นในเช้าวันรุ่งขึ้น เธอเดินเหม่อลอยลงมายังชั้นล่าง และพบว่าเฟรเดอริกนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว เขาสวมชุดสูทสั่งตัดที่เนี้ยบไร้ที่ติ กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจการเงิน แว่นตากรอบทองที่สวมอยู่บดบังจนไม่อาจคาดเดาอารมณ์ใดๆ ได้
ราวกับว่าเฟรเดอริกผู้เกรี้ยวกราดและขาดสติเมื่อคืนนี้เป็นเพียงแค่ความฝัน
ทั้งสองรับประทานอาหารกันอย่างเงียบเชียบตามปกติ เฟรเดอริกรับสายโทรศัพท์สายหนึ่งแล้วเดินออกไป โดยที่เบียทริซไม่ได้เอ่ยปากถามว่าเขาจะไปไหนหรือจะกลับมาเมื่อไหร่
การไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเขาคืออีกหนึ่งเงื่อนไขในการแต่งงานตามข้อตกลงของพวกเขา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอปฏิบัติตามกฎในฐานะภรรยาของเขาอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด
ทว่าในครั้งนี้ เธอคงไม่อาจทำตามเงื่อนไขในสัญญาของพวกเขาได้อีกต่อไป
