บทที่ 8 หนีเสือปะจระเข้
สิ่งที่เธอเกลียดมากที่สุดคือ การหักหลัง โดยเฉพาะจากคนที่เรียกว่าพ่อ
เมษาปัดความคิดที่จะบั่นทอนสภาพจิตใจของเธอออกไป นับจากวันนี้เธอจะปักหลังอยู่ในโทรอนโตสักเดือนหรือสองเดือนแล้วแต่ความต้องการ เพราะเธอไม่มีปัญหาในเรื่องเอกสารเมื่อเพื่อนสนิทมีพี่ชายทำงานในสถานกงศุลสามารถจัดการทุกอย่างให้เธอได้อย่างน่าประทับใจ
แม้จะเข้าช่วงยามเย็นตามเวลาท้องถิ่น เมษากลับปีนขึ้นเตียงนอนขนาดใหญ่หลังจากที่เช็ดตัวให้แห้งเพียงอย่างเดียว ไม่ได้กินอะไรสักมื้อคงไม่เป็นไรมั้ง เมษา คิดแบบนี้เพราะเธออยากพักผ่อนจริงๆจังอย่างเต็มที่บนเตียงนอนสบายๆแบบนี้สักทีหลังจากที่เธอไม่พบเจอเตียงนอนมานานกว่าสัปดาห์เลย ความคิดทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน เพราะทันทีที่หัวถึงหมอน เมษาก็หลับสนิทไปเลย
“ทำไมไม่ออกมาหาอะไรกินนะ” เคลย์ตันพึมพำกับตัวเอง เมื่อยังเห็นว่าระบบการทำงานในห้องพักของเมษายังทำงาน แสดงว่าเธอยังอยู่ในห้อง “แขกห้องข้างๆ เรียกให้เสิร์ฟอาหารที่ห้องมั้ย? ไปเช็คมาด่วน” คำสั่งส่งตรงถึงผู้ติดตามชุดดำ และผ่านไปแค่หนึ่งนาที
“ไม่ครับนาย คุณผู้หญิงไม่ได้ออกมาจากห้องอีกเลย ตั้งแต่ที่เช็คอินเข้าพักครับ” เคลย์ตันคิ้วขมวด และรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูกให้กับผู้หญิงที่เห็นไกลๆแค่ไม่กี่นาที
“ไปเอาคีย์การ์ดมา” คำสั่งถูกถ่ายทอดไป ผู้ติดตามชุดดำ โค้งคับนับและออกไปจัดการตามคำสั่งอย่างไม่รีรอ และผ่านไปเพียงห้านาทีคีย์การ์ดก็มาอยู่ในมือของเคลย์ตัน ขายาวแข็งแรงก้าวออกจากห้องของตนอย่างไม่ลังเล
การ์ดที่ได้มาถูกใช้เปิดประตูห้องเมษา ช่วงขาก้าวเข้าไปอย่างแผ่วเบาและเงียบ เงียบมากเช่นกันภายในห้อง เมื่อสายตามองไปรอบๆ ห้องชุดด้านนอกไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลย สายตามองไปยังห้องนอน ขาก้าวตามทิศทางของห้อง เคลย์ตันไม่ได้กลัวสักนิดเรื่องการบุกห้องแขก ถึงแม้ไม่เคยทำแบบนี้เลยสักครั้งก็ตามที
ดวงตาคมเข้มหลี่ลงเมื่อมองไปยังเตียงนอน รอยยิ้มเผยออกมา และเมื่อขยับเข้าไปใกล้ รอยยิ้มค่อยๆเลือนหายไป ภาพตรงหน้าทำให้เคลย์ตันต้องกัดปากล่างตัวเอง เมษาเธอสวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำ รอยแหวกด้านหน้ามันทำให้บางอย่างที่เบื้องล่างของเขามันแข็งแรงในฉับพลัน มันอะไรกันว๊ะ!!! คำสบถในใจ
“อีกไม่นานผมจะได้เอ่ยชมว่าคุณสวยไปหมดทั้งตัวให้คุณได้ยินชัดๆ” เคลย์ตัน พูดเบาๆกับร่างที่นิทราอย่างไม่รู้สึกตัว มือแข็งแรงดึงผ้าห่มมาคลุมกายปกปิดความงดงามตรงหน้า แม้แววตาของเคลย์ตันจะฉายความเสียดายที่ทำได้แค่มาห่มผ้าให้เธอ และความอิจฉาผ้าห่มที่น่าจะเป็นร่างกายเปลือยเปล่าของเขาต่างหากที่จะห่อหุ้มโอบล้อมร่างกายของเธอ
เคลย์ตันถอยออกมา และอดย้อนคิดคำพูดของฟีลีนหลังจากที่เรื่องงานจบลง บทสนทนาก็วกกลับมาเป็นเรื่องของเมษา ที่ฟังแล้วฟีลีนจะสนใจเป็นพิเศษ ก็ไม่แปลกที่เขาจะทำให้เพื่อนแปลกใจกับเมษา เพราะไม่เคยเลยที่เขาจะทำการเอาใจผู้หญิงแบบไม่แสดงตัวตนของตัวเองแบบนี้ แน่นอนเขาต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาของเมษาแน่นอน แต่เธอจะรู้แค่เขาคือเคลย์ตัน
“นายแน่ใจเหรอว๊ะ ว่าคุณเมษาเขาไม่มีคนรัก เพราะเธอต้องสวยมากแน่ๆ ไม่งั้นไม่ทำให้คนอย่างเคลย์ตันแหกกฎเป็นแน่...”
“ถ้าแกมีแฟนสวยขนาดนี้ แกจะปล่อยให้ไปไหนมาไหนเพียงลำพังเหรอ แบบเดินทางข้ามทวีปเลยนะ”
“พวกเขาอาจจะทะเลาะกันก็ได้นะโว้ย”
“ถ้าเป็นแบบนั้น ก็ถือว่าเป็นชะตากรรม เพราะผู้หญิงคนนี้พระเจ้าคงสร้างมาเพื่อให้มาอยู่ใต้ร่างกายฉันสิว๊ะ...” ความมั่นใจและเอาจริงของเคลย์ตัน ทำให้ฟีลีนเป็นห่วงหญิงสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าคนนั้นเสียแล้ว ก็ภาวนาขอให้เธอยอมเจ้าเพื่อนคนนี้ไปเลยแล้วกัน เคลล์ตันไม่เคยท้อ ไม่เคยถอย ในทุกสิ่งที่ตัวเองต้องการเลย แต่เธอคนนั้นน่าจะฉลาดที่จะเลือกผู้ชายแบบเคลย์ตัน เพราะเธอจะสบายไปตลอดช่วงเวลาที่เพื่อนเขาคนนี้ยังต้องการเธออยู่ เก็บเกี่ยวไว้ให้เยอะๆนะครับคุณเมษา ฟีลีนอวยพรให้กับเมษาทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักและเห็นหน้าอย่างจริงใจ เพราะตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา มีไม่น้อยเลยผู้หญิงที่น้ำตาตกยามที่เคลย์ตันใช้คำว่า ‘พอ’ กับพวกเธอเหล่านั้น
เช้าวันต่อมา ในร้านอาหารของโรงแรม ร่างบางที่เลือกโต๊ะริมกระจก ที่ด้านนอกมีทิวทัศน์ของต้นไม้นานาพันธ์ของท้องถิ่นถูกจัดตกแต่งไว้อย่างสวยงาม แต่ดวงตาคมกลับจดจ้องอยู่ที่เมนูรายการอาหาร ไม่ใช่เวลาที่เธอจะสนใจอย่างอื่นมากไปกว่าอาหารแล้วในเช้าวันนี้ เมษาสั่งชุดอาหารเช้าพร้อมกาแฟในที่สุด เวลากว่าสิบนาทีผ่านไป พนักงานเสิร์ฟกลับมาอีกครั้งพร้อมกับออร์เดอร์ที่ลูกค้าต้องการ ยกเว้นแต่...
“เรียนคุณลูกค้า ดอกกุหลาบนี้มีคนฝากมาให้ครับ” เมษามองขนาดของดอกกุหลาบตรงหน้ามันใหญ่มาก เธอรับมันมาจากพนักงานด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ “...ผมคู่ควรที่จะได้รับเกียรติในการร่วมโต๊ะอาหารกับคุณได้มั้ยครับ” ลายมือเขียนข้อความสั้นๆ และลงชื่อด้วยใช้ตัวซีเพียงตัวเดียว เมษาอ่านโน้ตแล้ว เอาดอกไม้วางริมโต๊ะอีกด้าน
“กาแฟ” เมษาหันไปทางพนักงานที่ยังยืนรออยู่ “ต้องย้ำมั้ยว่าฉันสั่งมาดื่มกับมื้อเช้า” พนักงานรีบกล่าวขอโทษพร้อมก้มศีรษะและรีบเดินออกมาทันที
