บทที่ 5 ฤกษ์ไม่ดี...
<strong>มองดูนาฬิกา</strong>บ่งเวลาสองทุ่มตามเวลานัดหมาย เรฟีน่าล็อครถเสร็จก็ก้าวเดินหลังตรงเชื่อมั่นเข้าไปภายในผับใหญ่ วิลเลี่ยมลุกขึ้นจากโต๊ะด้านในยกมือเป็นสัญญาณ เรฟีน่ายิ้มบางๆ ให้ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหา
“หวัดดีครับคุณฟิว เชิญนั่งฮะ”
วิลเลี่ยมเอ่ยทักทายด้วยความยินดี
“สวัสดีค่ะวิลเลี่ยม”
“เรียกผมว่า บิล สั้นๆ ก็พอฮะ”
โดยทั่วไปคนชื่อวิลเลี่ยม มักใช้ชื่อสั้นว่า วิล, วิลลี่, บิล, บิลลี่ ประมาณนี้ ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้มกับกางเกงสแล็คสีดำรองเท้าหนังอิตาเลี่ยนมันวับสะท้อนแสงไฟแบบซอฟท์ไลท์ในผับกึ่งร้านอาหาร เรฟีน่ามองไปโดยรอบเห็นคืนนี้ร้านค่อนข้างแน่นขนัดไปด้วยหนุ่มสาว คืนนี้เพิ่งวันพฤหัสบดีเอง ไม่อยากคิดถึงคืนพรุ่งนี้และช่วงเสาร์อาทิตย์เลย ร้านนี้ต้องโทรมาจองล่วงหน้าเท่านั้นจึงจะมีโต๊ะหากต้องการรับประทานอาหาร
แต่ในส่วนของผับด้านในนั้นมีบาร์เครื่องดื่มยาวขนานไปกับความยาวของผนังและมีสตูลให้นั่งเรียงราย ส่วนโต๊ะนั่งเป็นโซฟาสีแดงเข้มรูปครึ่งวงกลม ถูกวางไว้เป็นจุดๆ ตามความเหมาะสม มุมด้านในมีเวทีแสดงดนตรีสดและมีดีเจคอยเปิดเพลงให้ความบันเทิงสลับกันไป ตรงหน้าเวทีเป็นฟลอร์เต้นรำ ด้านข้างฝั่งซ้ายและขวามีบันไดขึ้นไปยังชั้นลอยที่เป็นโซนวีไอพี เป็นห้องกระจกใสมองลงมาเห็นข้างล่าง หากต้องการความเป็นส่วนตัวก็มีม่านให้ดึงปิดได้
“คุณฟิวจะดื่มอะไรดีครับ”
น้ำเสียงนุ่มสุภาพถามขึ้น ทำให้เรฟีน่าหันมามองแล้วยิ้มบางให้ ฮื่อ...ผิวขาวจัด ดวงตาสีฟ้าอ่อน...จมูกมาตรฐานตะวันตก... เวลายิ้มมีเขี้ยวดูน่ารักไม่น้อย รวมๆ แล้วหน้าตาผ่านสเป็ค
“ขอไวน์แดงค่ะ”
เรฟีน่าชอบไวน์แดง ดีต่อหัวใจ โดยเฉพาะหัวใจวัยยี่สิบแปดของหล่อนต้องเลี้ยงดูทะนุถนอมกันหน่อย แอบก้มมองนาฬิกาสองทุ่มครึ่งแล้ว...แคมป์กลับมาหรือยังนะ
ทั้งสองสั่งอาหารและคุยกันเบาๆ เพื่อฆ่าเวลา มารยาททางสังคมนั้นก็ดูเพอร์เฟคและไร้อาการสะดุด ก็เป็นถึงทายาทนายแบงค์นี่นะ... แต่ต้องสี่นัด
นัดแรกทานข้าวฟังเพลง- เพื่อดูมารยาททางสังคมและรสนิยม นัดที่สองช้อปปิ้ง – ดูความสปอร์ตสายเปย์หรือเปล่า เพราะถ้าหาก ขี้เหนียวไม่ใช่สเป๊ค นัดที่สามพบครอบครัว – อาศัยสายตาอันแหลมคมของเหล่าพี่น้องเขี้ยวลากดินของหล่อนช่วยกรั่นกรอง และนัดที่สี่ไปโบสถ์เพื่อวัดใจ
สำหรับข้อที่สี่นี่เรฟีน่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะวัดได้จริงหรือไม่เพียงแต่เปรียบเทียบกับวัฒนธรรมไทยของทางมารดา เห็นเขาทำกันน่ะ... ในระหว่างนั้นก็แอบทำการสืบประวัติอย่างถี่ถ้วนทุกด้านอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น หน้าที่การสืบหาประวัตินั้นแคมป์ให้คนของเขาจัดการให้ทั้งหมด
ห้าปีที่ผ่านมา ชายหนุ่มผู้โชคดีที่ได้เดตครบสี่ครั้งนั้น เรฟีน่านับนิ้วทบทวนดูแล้วก็มีเพียงสามคน หากมาตกม้าตายตรงประวัติส่วนตัวนั่นแหละ คนหนึ่งดูเหมือนจะมีประวัติของโรคเบาหวานตามกรรมพันธุ์ คนหนึ่งร้ายเข้าไปอีกหน่อยมีเชื้อโรคลมชักหรือภาษาชาวบ้านว่าโรคลมบ้าหมู ส่วนอีกคนนั้นมือยาวและใจร้อนไปหน่อยคิดจะรวบหัวรวบหางหล่อนก่อนผ่านมาตรฐานจึงถูกแคมป์จัดการถึงกับต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาล
อันที่จริงมาตรฐานและสเป็คทั้งหมดที่หล่อนตั้งขึ้นนั้นก็ล้วนเพื่อลูกทั้งหมด เรฟีน่าไม่ต้องการพ่อ หลังจากตั้งท้องหล่อนก็จะเขี่ยทิ้งทันทีตามแผน ซึ่งแคมป์ได้แต่ส่ายหน้าเขาว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครคิดอะไรแผลงและพิเรนเช่นหล่อนมาก่อน แต่ก็ทนเรฟีน่าเซ้าซี้ไม่ได้จึงตกปากรับคำช่วยด้วยความรำคาญเป็นเหตุผลหลัก
“ทานเสร็จเราไปต่อที่ผับด้านในกันไหมฮะ”
วิลเลี่ยมถามขึ้นหลังจากพนักงานเสิร์ฟเก็บโต๊ะเมื่อพวกเขาทานเสร็จ เรฟีน่าจึงพยักหน้า แอบก้มมองดูนาฬิกา เวลาห้าทุ่มแล้วหรือนี่? แคมป์คงไม่มาแล้วล่ะ...
หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินตามวิลเลี่ยมเข้าไปยังผับด้านใน เขาจองห้องวีไอพีไว้ตรงชั้นสอง พนักงานให้การต้อนรับอย่างนอบน้อมและคุ้นเคยแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นแขกประจำของที่นี่
วิลเลี่ยมเชิญให้เรฟีน่านั่งลงตรงโซฟาหนังนุ่มสีช็อกโกแลตในห้องวีไอพี เขาย่อนตัวลงนั่งค่อนข้างใกล้ ดวงตาดูเหมือนจะมีความกรุ้มกริ่มมากขึ้น เรฟีน่าขยับตัวห่างออกมานิดหนึ่งอย่างพยายามไม่ให้เขารู้สึก หากชายหนุ่มก็วางมือพาดยาวไปกับพนักโซฟาเหมือนโอบหล่อนอยู่เนืองๆ ฮื่อ... ตะกี้ยังดีๆ อยู่ พอดึกหน่อยทำไมเหมือนจะมือไม้ยาวขึ้นมาซะงั้น... อย่างนี้ต้องระวังตัวซะแล้ว ระยะเวลาห้าปีนี้ หล่อนได้ถูกแคมป์อบรมเข้มจนเก่งและหูตาฉับไวเรื่องการเอาตัวรอดจากผู้ชายที่หล่อนเดตเป็นอย่างดี
“ดื่มไวน์เหมือนเดิมมั้ยฮะฟิว”
เขาถามสายตาที่ส่งมาดูมีแววหวานเยิ้มยังไงชอบกล
“ขอน้ำผลไม้ดีกว่าค่ะ ตะกี้ฟิวดื่มแก้วหนึ่งแล้ว พอดีขับรถเองไม่อยากโดนตำรวจโบก” หญิงสาวปฏิเสธอย่างสุภาพ เห็นเขาหันไปกวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟประจำห้องเข้ามาสั่ง
“ผมเพิ่งกลับมาจากอเมริกา ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เป็นสิบๆ ปี วันหลังถ้าผมอยากจะให้คุณฟิวช่วยเป็นไกด์พาเที่ยว ไม่ทราบว่าคุณจะรังเกียจหรือเปล่า”
เขาชวนคุย เอื้อมมือมาปัดเส้นผมที่หล่นมาปรกหน้าผากให้ เรฟีน่าผงะเล็กน้อยด้วยความเซอร์ไพรส์กับกิริยาที่ล้ำเส้นไปนิดหนึ่งนั้น
“ฟิวไม่แน่ใจว่าจะว่างหรือเปล่านะคะ ช่วงนี้มีงานด่วนงานเร่งเยอะมากเลยที่ร้าน คุณเป็นถึงทายาทนายแบงค์ คนที่อยากพาคุณเที่ยวคงมีเยอะแยะเข้าแถวรออยู่แล้วล่ะค่ะ ไม่เห็นต้องขอฟิวเลย”
