บทที่ 6 ฤกษ์ไม่ดี...

เรฟีน่าเอ่ยกับเขาไปตรงๆ วิลเลี่ยมยิ้มกว้างรู้สึกถูกใจหญิงสาวสวยเฉียบสวยจัดสวยคมคนนี้ยิ่งนัก เขาคบหาและนอนกับผู้หญิงมามากมายแต่ละอาทิตย์แทบไม่ซ้ำหน้าแต่ไม่เคยพึงใจใครเท่านี้มาก่อน ท่าทางเชื่อมั่น สบายๆ ดูเป็นธรรมชาติหากแฝงไปด้วยความไว้ตัวอย่างพอดีๆ น่าสนใจยิ่งนัก

วิลเลี่ยมเป็นชายหนุ่มที่รู้ดีถึงความสมบูรณ์แบบเพียบพร้อมของตัวเอง เขาอยากได้อะไรก็ต้องได้ ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธความต้องการของเขาแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงระดับนางเอก นางแบบ นางงามหรือจะไฮโซแค่ไหนก็ตาม

หญิงสาวสวยอย่างเรฟีน่าก็คงจะไม่แตกต่างกับคนอื่นมากนัก ท่าทางหล่อนก็พึงพอใจเขาไม่ใช่น้อย หากคืนนี้เขาเดินเกมได้ดีหล่อนอาจจะตกลงใจไปกับเขาก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามเขามีวิธีที่จะให้หล่อนไปกับเขาอยู่แล้วถ้าหากเขาต้องการ วิลเลี่ยมนึกกระหยิ่มอยู่ในใจ

วิลเลี่ยมเอื้อมมือไปดึงมือบางมากุมเล่น เรฟีน่าเกือบกระตุกกลับ หากนึกขึ้นได้ว่ามันจะเป็นการแสดงกิริยาของไก่ตื่นและความหวาดกลัวซึ่งไม่เป็นการดี จากประสบการณ์นั้นหล่อนต้องยิ้มไว้ก่อน

“มือคุณนุ่มจังนะครับฟิว”

วิลเลี่ยมคงจะเมาหรืออย่างไรเรฟีน่าไม่แน่ใจนักหากท่าทีของเขานั้นเริ่มเปลี่ยนไปจากหนุ่มสุภาพเริ่มกลายเป็นหนุ่มเพลย์บอยในสายตาของหญิงสาว

“เหรอคะ...เอ่อบิลคะ ฟิวขอตัวไปห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะคะ”

หล่อนดึงมือออกแล้วลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก...เฮ้อ...หมดกัน เสียเวลาจริงๆ เรฟีน่าส่ายศีรษะ ดีนะที่แคมป์ไม่มาไม่งั้นโดนด่าด้วยสายตายับแน่ฐานตาถั่วอย่างไม่น่าให้อภัยและตัดสินคนเร็วไปหน่อย

อ้าว...ว่าจะเดินออกไปเลย ดันลืมหยิบกระเป๋ามาด้วยซะนี่ เรฟีน่าทำหน้าผิดหวังให้กับตัวเองก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในห้องและจำต้องนั่งลงคุยกับเขาต่ออีกหน่อย

หญิงสาวก้มมองดูนาฬิกาบ่งเวลาอีกยี่สิบนาทีจะเที่ยงคืน...ได้เวลาแล้ว กฎอีกข้อของหล่อนคือ แต่ละเดตจะต้องไม่เกินเที่ยงคืน ทำราวกับตัวเองเป็นนางซินยังงั้นแหละ...รู้สึกดีไม่น้อยที่ตัวเองเหมือนเป็นนางเอกนิดๆ...คริคริ... หัวเราะเหมือนยายปราริภัทรเพื่อนหล่อนที่อยู่เมืองไทยเสียหน่อย

“เอ่อ...บิลคะ พอดีพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า นี่ก็ดึกแล้วฟิวคิดว่าจะขอตัวกลับก่อน” เรฟีน่าเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋า เห็นเขายิ้มกริ่มส่งสายตาพราวมาให้

“ได้สิฮะฟิว...งั้นมาชนแก้วกับผมเป็นแก้วสุดท้ายก่อนกลับนะ”

เขากล่าวพลางยื่นแก้วไวน์มาตรงหน้า เรฟีน่าลังเลอยู่นิดหนึ่งเพราะแคมป์สอนไว้ว่าอย่าดื่มเครื่องดื่มที่วางทิ้งไว้หากต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่คิดไปคิดมา...เขาคงไม่กล้าทำถึงขนาดนั้นมั้ง? แต่กันไว้ย่อมดีกว่าแก้

“ได้สิคะบิล” เรฟีน่ายิ้มหวานให้เขาเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจก่อนจะก้มไปยังแก้วแล้วแกล้งทำกระเป๋าชนจนมันล้มกลิ้งน้ำผลไม้ไหลเปื้อนเต็มโต๊ะไปหมด

“อุ้ย...ขอโทษค่ะบิล ฟิวนี่ซุ่มซ่ามจริงๆ”

หญิงสาวแกล้งทำเสียงตกใจ วิลเลี่ยมรีบบอกว่าไม่เป็นไรพร้อมกับรีบเรียกพนักงานมาจัดการแล้วขอแก้วใหม่ให้หล่อน พนักงานก็ช่างทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากภายในสองนาทีทุกอย่างก็สะอาดเอี่ยมเรียบร้อยดังเดิม วิลเลี่ยมรินน้ำผลไม้ใส่แก้วใบใหม่ให้หล่อน

“ชนแก้วกันก่อนคุณกลับฮะฟิว”

เรฟีน่าเอื้อมมือไปหยิบแก้วมาชนกับเขาแล้วยกขึ้นจิบ

“ดื่มหมดเลยสิฮะฟิว”

เขาคะยั้นคะยอ เรฟีน่าจึงยกดื่มรวดเร็วหมด จากนั้นก็เดินออกจากห้องวีไอพีสู่บันไดลงข้างล่าง วิลเลี่ยมเดินข้างๆ หล่อน เรฟีน่ามองดูนาฬิกาบ่งเวลาเลยเที่ยงคืน...ว้า...ฤกษ์ไม่ดี...

หล่อนได้รับความเชื่อนี้จากคุณแม่ของหล่อน คนไทยเชื่อถือเรื่องฤกษ์ยามกันเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่จำความได้ คุณแม่ฟารีดาของหล่อนนั้นจะจัดงานอะไรแต่ละทีก็ต้องดูฤกษ์ดูยามเสียทุกครั้งไป

พอเรฟีน่าไปอยู่เมืองไทยสองปีก็ยิ่งพลอยให้วัฒนธรรมนี้ติดหนึบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุปนิสัยและความเชื่อโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเดินออกมาจนเกือบถึงรถ...ง่วงจัง...เรฟีน่ายกมือขึ้นขยี้ตาและปิดปากหาว...ศีรษะรู้สึกหนักอึ้ง และรู้สึกเบลอๆ หญิงสาวเดินเซไปพิงกับรถ

“ฟิว คุณเป็นอะไรไปฮะ” เสียงถามของวิลเลี่ยมดังขึ้นใกล้พร้อมกับเข้ามาประคอง เรฟีน่าพยายามจะควบคุมสติเอาไว้ให้ได้นานที่สุด หล่อนเปิดกระเป๋าค้นหากุญแจรถมือไม้เริ่มสั่น

“ดูเหมือนคุณจะไม่สบาย ให้ผมขับรถไปส่งคุณดีกว่าฮะ”

เสียงวิลเลี่ยมดังขึ้นแว่วๆ หากก่อนที่เขาจะทันได้ช้อนร่างหล่อนขึ้น ร่างสูงของวิลเลี่ยมดูเหมือนจะผงะเซไปข้างหลังราวกับถูกกระชากจากมือยักษ์ จากนั้นเสียงตุ๊บตั๊บๆ ก็ดังขึ้น เรฟีน่าหลับตาฟุบอยู่กับข้างรถ นาทีต่อมาก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมกรุ่นของบุรุษเพศที่คุ้นชินลอยปะทะจมูกพร้อมกับร่างหล่อนถูกตวัดช้อนขึ้นสู่อ้อมแขนแกร่ง

“พลาดจนได้นะ” เสียงห้าวคุ้นหูดังขึ้น เรฟีน่ายังคงหลับตาพริ้มอยู่พร้อมด้วยอาการร้อนวูบวาบตามร่างกาย หญิงสาวซบหน้าไปกับอกกว้างมือตวัดไปโอบรอบคอแข็งแรงของคนตัวโต...หอมนะนี่...เรฟีน่าเกลือกหน้าไปมากับอกของเขา

คนตัวสูงอุ้มหล่อนเข้าไปวางตรงเบาะหน้าและคาดเข็มขัดให้ เรฟีน่าได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์แว่วๆ และเสียงเท้ากระทบร่างกายคนอีกครั้งดังปึ๊กๆ และเสียงสบถรอดไรฟัน...

“ไอ้สัตว์!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป