บทที่ 10 โคแก่

“ขอโทษนะคะคุณน้อง ไม่ทราบว่าพอมีเวลาจะคุยกับพี่สักครู่ไหมคะ”

“หนูเหรอคะ” พิศลดาชี้มาที่ตัวเอง แล้วมองสำรวจชายหนุ่มที่ท่าทางตุ้งติ้ง ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเธออย่างงงๆ

“ใช่จ้ะ พี่พิชชี่อยากคุยกับหนูไม่ต้องกลัวว่าพี่จะหลอกหนูหรอกนะคะ” พิชชี่ยิ้มหวานให้สาวสวยตรงหน้าที่เขาถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น

“ก็ได้ค่ะ” พิศลดาเห็นท่าทางของคนที่แทนตัวเองว่าพิชชี่ดูจริงใจเลยตัดสินใจที่จะคุยด้วย

“งั้นเราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่าว่าแต่หนูมาคนเดียวรึเปล่าจ๊ะ”

“ค่ะ หนูมาคนเดียว” พิชชี่พยักหน้าแล้วจูงมือบางไปยังร้านกาแฟเพื่อจะได้นั่งคุยกันได้ยาวๆ

“พี่ชื่อพิชชี่อย่างที่บอกหนูไปว่าแต่หนูชื่ออะไรเอ่ยและอายุเท่าไหร่จ๊ะ” พิชชี่วางแก้วกาแฟลงหลังจากหยิบขึ้นมาดื่ม ขณะที่สายตาก็มองสำรวจร่างบางตรงหน้าอย่างชื่นชมในความสวย และท่าทางที่ระวังตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมเชื่อใครง่ายๆ คนแบบนี้ถูกใจพิชชี่เป็นที่สุด เพราะมันบ่งบอกถึงความฉลาดรู้เท่าทันคน

“ชื่อพิศลดาค่ะหรือจะเรียกว่าใบเฟิร์นก็ได้ค่ะแล้วหนูอายุ 18 ค่ะ” พิศลดาแนะนำตัวเองอย่างสั้นๆ

“จ้ะ งั้นพี่เข้าเรื่องเลยนะ” พิศลดาพยักหน้า พิชชี่จึงเริ่มพูดต่อ

“คือว่าพี่เป็นนักปั้นหรือเรียกง่ายๆ ว่าแมวมอง คอยมองหาคนหนุ่มสาวหน้าตาดีๆ เข้าสู่วงการบันเทิงน่ะจ้ะ แล้วพี่ก็เห็นว่าน้องใบเฟิร์นหน้าตาสะสวย รูปร่างก็ดีน่าจะอยู่ในวงการได้ไม่ยาก ว่าแต่หนูสนใจจะเข้าวงการหรือเปล่าคะ” พิศลดาไม่เคยมีความคิดที่จะเข้าวงการบันเทิงอยู่ในหัวเลย เธอไม่ชอบให้ใครคอยมาจับตามอง เธอเป็นเธอแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว

“ไม่สนใจค่ะ” พิศลดาตอบปฏิเสธไปโดยไม่เสียดายโอกาสดีๆ ที่ถูกหยิบยื่นให้

“จะไม่ลองคิดดูอีกสักนิดเหรอจ๊ะ พี่ว่าหนูลองกลับไปตัดสินใจก่อนดีกว่า” พิชชี่ยื่นนามบัตรของตนเองให้กับสาวน้อยตรงหน้า พิศลดารับนามบัตรมาดูก่อนจะเก็บเอาไว้

“แล้วคนมาทาบทามแกชื่ออะไร” หลังจากที่พิศลดาเล่าเรื่องที่เธอถูกแมวมองมาทาบทามให้เข้าวงการกับเพื่อนรักทั้งสองคนได้ฟัง ทั้งชมพู่และลิลลี่ต่างตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่

“แล้วเขาไม่ได้มาหลอกแกแน่นะฉันว่าเปิดกูเกิ้ล พิมพ์ชื่อเขาไปรูปจะได้ขึ้นจะได้ยืนยันได้ว่าไม่หลอกลวง เพราะมันจะต้องมีประวัติผลงานอะไรต่างนานาขึ้น” ชมพู่เอ่ยอย่างรอบคอบวิธีนี้เธอใช้บ่อยเวลาอยากรู้เกี่ยวกับอะไรเธอมักจะพึ่งกูเกิ้ลและกระทู้ต่างๆ ที่คนมาแชร์เรื่องโน้นเรื่องนี้กัน

“เอาล่ะๆ เขาชื่อพิชชี่ หรือว่า พิชัย พวกแกคุ้นหูไหม”

“คุ้นนะแต่เพื่อความชัวร์ขออากู๋แป๊บ” ชมพู่รีบพิมพ์ชื่อลงไปในกูเกิ้ลอย่างว่องไว

“ฉันก็เคยได้ยินนะเห็นว่าปั้นดาราดังๆ มาหลายคนแล้ว และได้ยินมาว่าคนที่ชื่อพิชชี่ปั้นอยู่ตอนนี้ก็เรียนที่เดียวกับเราด้วย แต่น่าจะเป็นรุ่นพี่ไม่ใช่รุ่นเดียวกับเราหรอก” พิศลดาพยักหน้า

“ฉันเจอแล้วเฟิร์น ลิลลี่ คนนี้รึเปล่าที่เข้ามาคุยกับแก” ชมพู่ยื่นรูปของพิชชี่ให้ใบเฟิร์นดู

“ใช่ คนนี้แหละที่เข้ามาคุยกับฉัน” นี่ก็แสดงว่าเขาไม่ใช่คนหลอกลวงจริงๆ

“แล้วข้อมูลก็บอกว่าคนที่ชื่อสิตาที่พี่เขาปั้นอยู่ตอนนี้ก็เรียนที่นี่ด้วย” ชมพู่บอกข้อมูลที่ได้อ่านมา

“ช่างเถอะถึงยังไงฉันก็ไม่ได้จะเข้าวงการตามคำชักชวนอยู่แล้ว” พิศลดายังคงยืนยันคำเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“ไม่อยากเข้าเองจริงๆ หรือว่ากลัวป๋ารูปหล่อของแกมาแหกอกเอากันแน่ยะ” ลิลลี่พูดอย่างขำๆ มองใบหน้าพิศลดาที่กำลังแปรเปลี่ยนไปเป็นสีแดง

“บ้า ฉันไม่มีป๋าอะไรทั้งนั้นแหละแกอย่ามาพูดงี้นะฉันเสียหายนะจะบอกให้” พิศลดาแหวเบาๆ

“ว่าแต่ป๋าแกเอ๊ย! พี่มาร์ตินของแกรู้รึเปล่าว่าหนูน้อยของเขาโดนทาบทามให้เข้าวงการนะ” ชมพู่นั่งเท้าคางมองหน้างอๆของเพื่อนอย่างขำๆ

“ฉันไม่ได้บอก แล้วอีกอย่างนะชมพู่ฉันไม่ได้เป็นของเขาและเขาก็ไม่ได้เป็นของฉัน” พิศลดามองค้อนเพื่อนที่ชอบพูดแหย่เรื่องมาร์ติน

วันนี้มาร์ตินไม่ได้มารับพิศลดาเพราะ เขามีนัดไปสังสรรค์กับเพื่อนที่คลับของเขา แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะโทรรายงานตัวกับหนูน้อยของเขา แม้จะโดนคนตัวเล็กค่อนขอด และบอกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องบอกเธอก็ตาม แค่เขาได้ยินเสียงใสๆ ก็ทำให้เขามีความสุขได้แล้ว แต่ถ้าได้เห็นหน้ามันจะดีมากกว่านี้เป็นสิบเท่า

“เฮ้ย! นั่งยิ้มอะไรคนเดียววะเห็นนั่งท่านี้มาตั้งนานแล้ว” ชาร์ตันหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ถามขึ้นเพราะไม่เห็นว่ามาร์ตินจะคุยกับเพื่อนสักเท่าไหร่

“นั่นสิวะ มีอะไรดีๆ ไม่ยอมบอกกันมั่งเลยนะอุบเงียบเว้ยไอนี่” คาร์ลอสชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-สเปน เพื่อนสนิทอีกคนของมาร์ติน หรี่ตาลงแคบสังเกตท่าทางอารมณ์ดีที่มีมากกว่าครั้งไหนๆ ของเพื่อนรัก

“ฉันมีความสุขไม่ได้เลยเหรอวะ พวกแกนี่จับผิดฉันจังนะ” มาร์ตินควงแก้วเหล้าในมือไปมานัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองดูลูกค้าที่มาใช้บริการที่นั่งกันอยู่ด้านล่าง บนโซนชั้นสามที่เขานั่งอยู่นี้เป็นโซนของเขาและเพื่อนๆ เท่านั้นคนนอกไม่สามารถขึ้นมาได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป