บทที่ 12 โคแก่ (3)

“พี่มาร์ติน” เมื่อเห็นหน้าคนที่กระชากเธอริมฝีปากอวบอิ่มก็หุบฉับลง แล้วก็งุนงงไหนเพื่อนเขาบอกว่าพี่มาร์ตินเมามากไง แต่เท่าที่เธอเห็นไม่มีเค้าเลยว่าจะเมา

“หนูมาที่นี่ทำไมและมาได้ยังไง” มาร์ตินถามเสียงห้วนใบหน้ายังไม่คลายความบึ้งตึงลง ก่อนจะตวัดสายตามองผู้ชายที่เข้ามาทักหนูของเขาตาขวาง

“ส่วนแกไอหน้าอ่อน กล้าดียังไงมาคุยกับเมียฉัน จำไว้เลยนะถ้าพวกแกไม่อยากตายหมู่อย่าริอาจมายุ่งกับเมียชาวบ้านเขา โดยเฉพาะเมียฉันฉันหวงมาก ไสหัวไปให้พ้นสายตาฉันเลยไปก่อนที่ฉันจะอดใจฆ่าพวกแกไม่ไหว” มาร์ตินตวาดเสียงดังลั่นร้านก่อนจะดึงแขนพิศลดาขึ้นไปยังชั้นที่เขานั่งอยู่ก่อนหน้า

“พี่มาร์ตินหนูไม่ใช่เมียพี่นะ ทำไมพูดจาบ้าๆ แบบนั้นคะ ไม่เอาแล้วหนูจะกลับห้อง ปล่อยแขนเดี๋ยวนี้เลยนะคนบ้า” พิศลดาพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แต่สะบัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุดสักที แถมตอนนี้คนลากก็พามาอยู่ในห้องส่วนตัวที่มีผู้ชายกับผู้หญิงนั่งกันอยู่สองคู่ และทั้งหมดก็มุ่งสายตามาจับจ้องเธอ

“มีอะไรกันวะ แล้วสาวสวยคนนี้เป็นใคร” ชาร์ตันมองคนทั้งคู่ตรงหน้าที่ลากกันเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาของมาร์ตินเพื่อนเขาบูดบึ้งราวกับโกรธใครมาสักสิบชาติ ส่วนสาวน้อยคนสวยก็หน้างอไม่แพ้กัน

“หึ” คาร์ลอสหัวเราะในลำคอเบาๆ

“ไหนเพื่อนพี่มาร์ตินบอกว่าพี่เมามากไงคะ” พิศลดาโดนดึงไปนั่งบนโซฟาข้างกายมาร์ติน แล้วก็เอ่ยถามขึ้นอย่างไม่พอใจ ส่วนมาร์ตินได้แต่ทำหน้างง คนอย่างเขาเนี่ยนะที่จะดื่มจนตัวเองเมาไม่มีทาง

“พี่เนี่ยนะเมา ไม่มีทาง ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมีคนอุปโลกขึ้นมาเอง” มาร์ตินมองหน้าคาร์ลอสเขม็ง

“แกใช่ไหมที่โทรตามน้องเฟิร์นมา” มาร์ตินถามเสียงแข็ง

“ว้า จับได้ซะละ ว่าแต่น้องเขาไม่ได้ชื่อหนูน้อยหรอกเหรอฉันเห็นแกเมมไว้แบบนั้น” คาร์ลอสย่นคิ้ว

“หนูน้อยฉันเรียกได้คนเดียวเว้ย ส่วนแกสองคนต้องเรียกว่าใบเฟิร์น” มาร์ตินโอบไหล่เนียนของคนตัวเล็กเอาไว้อย่างหวงแหน พิศลดาตีมือแกร่งให้ปล่อยเธอ แต่มือติดกาวตราช้างนี่ก็ไม่ยอมปล่อย

“เอ่อ...พี่ชาร์ตันนะครับ หรือจะเรียกว่าชาร์ลก็ได้” ชาร์ตันยื่นมือไปให้พิศลดาแต่ถูกมาร์ตินผลักออก

“สวัสดีค่ะพี่ชาร์ล” พิศลดายกมือขึ้นไหว้ชาร์ตันและส่งยิ้มหวานไปให้

“ส่วนพี่คาร์ลอสครับ คนที่โทรหาหนูน้อยเอ๊ย! น้องเฟิร์นเองครับผม” คาร์ลอสแกล้งพูดผิดเลยโดนสายตาคมกริบจ้องอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“สวัสดีค่ะพี่คาร์ลอส”

“รู้จักกันแล้วใช่ไหม งั้นฉันคงเคลียร์กับหนูน้อยของฉันได้แล้วสินะ” มาร์ตินมองหน้าเพื่อน ก่อนจะมองหน้าสวยอย่างหงุดหงิด

“หนูมาที่นี่ทำไมไม่บอกพี่ก่อน แล้วไหนจะแต่งตัวแบบนี้ออกมาอีกให้ตายสิ ถ้าเกิดระหว่างทางแท๊กซี่มันคิดอะไรไม่ดีกับหนูมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง พี่ไม่อยากจะคิดเลย” สมัยนี้มันมีอันตรายรอบด้านแล้วหนูน้อยของเขาสวยเสียขนาดนี้เวลาไปไหนมาไหนก็เป็นจุดสนใจตลอด ให้ตายเถอะเขาหงุดหงิดเป็นบ้า

“ก็พี่คาร์ลอสบอกว่าพี่มาร์ตินเมาหนักมาก แล้วร้องเรียกหาแต่หนูจนคนอื่นเอาไม่อยู่ หนูเป็นห่วงก็เลยรีบมาดูยังจะมาดุเขาอีก” พิศลดาหน้างอถึงแม้จะรู้ดีว่าเขาเป็นห่วงก็ตาม

“ที่ดุก็เพราะว่าพี่เป็นห่วง แล้วต่อไปนี้พี่ก็ขอสั่งห้ามไม่ให้หนูใส่กระโปรงหรือชุดสั้นๆ อีก ถ้าไม่ฟังคำสั่งพี่จะทำโทษสถานหนัก” มาร์ตินพูดเสียงเข้ม ก่อนจะหันมาต่อว่าคาร์ลอส

“แกก็เหมือนกันไอ้คาร์ลอส ไปหลอกหนูน้อยของฉันแบบนั้นได้ยังไง ถ้าเกิดหนูน้อยของฉันเป็นอะไรขึ้นมาแกจะทำยังไง”

“เออน่าฉันขอโทษ ฉันแค่อยากจะเห็นหน้าแฟนแก ครั้งหน้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

“แฟน ? หนูไม่ใช่แฟนพี่มาร์ตินนะคะ” พิศลดาร้องเสียงหลง

“อ้าวยังไงวะ ทึกทักเอาเองรึไงวะเพื่อน” ชาร์ตันกลั้วหัวเราะ

“ไม่ใช่แฟนเว้ย!” มาร์ตินพูดนิ่งๆ

พิศลดาเองก็หยุดดิ้น ส่วนเพื่อนของเขาทั้งสองคนทำหน้าแปลกใจ

“ไม่ใช่แฟนแต่เป็นเมียชัดนะ”

“คนบ้า!” มือน้อยระดมทุบที่ไหล่หนา ส่วนคนโดนทุบก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรจนพิศลดาเหนื่อยถึงหยุดไปเอง

“เมีย! แกกับน้องเฟิร์นได้กันแล้วเหรอวะ ไวไฟกว่าฉันกับไอชาร์ลเยอะเลย โทษนะว่าแต่เมียแกนี่อายุเท่าไหร่วะ”

“18” มาร์ตินกดจมูกโด่งลงบนผมหอมกรุ่น ไม่สนใจอาการตาค้างของเพื่อนรักทั้งสองคน

“ไอ้โคแก่” ชาร์ตันและคาร์ลอสพูดขึ้นพร้อมเพียงกัน

“ไม่สนโว้ย!” มาร์ตินสบตากับแม่เสือสาวที่ขู่เขาฟ่อๆ

“ฉันกลับก่อนนะจะรีบไปกล่อมเมียนอน” มาร์ตินฉุดแขนเรียวให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินโอบเอวบางออกไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป