บทที่ 13 จูบแรกของกันและกัน
“พี่มาร์ตินส่งหนูแค่นี้ก็พอค่ะ” พิศลดารีบท้วงทันทีเมื่อเห็นมาร์ตินขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของคอนโด
“ไม่ได้ ครั้งนี้พี่จะไม่ยอมเหมือนครั้งที่แล้วเด็ดขาด” มาร์ตินจอดรถเรียบร้อยก็เปิดประตูรถลงมายืนรอพิศลดา
“แล้วพี่มาร์ตินจะขึ้นไปทำอะไรบนห้องหนูล่ะคะ นี่มันดึกแล้วนะ” พิศลดามองหน้าเรียบนิ่งของมาร์ตินอย่างไม่ชอบใจ
“ถ้ารู้ว่าดึกแล้วก็อย่างอแง” มาร์ตินดึงมือนุ่มเข้าไปในลิฟต์ พิศลดาหน้างอเมื่อไม่อาจต้านทานแรงของชายหนุ่มได้
เมื่ออยู่ในลิฟต์มาร์ตินก็เอาแต่จ้องร่างบางของคนตัวเล็กเขม็ง สายตาคมดุกวาดมองทั่วร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างจาบจ้วง จนพิศลดาเกิดอาการไม่พอใจ
“ทำไมพี่มาร์ตินต้องมองหนูแบบนี้ด้วย” พิศลดาถามเสียงขุ่น ยกแขนขึ้นมายืนกอดอกถอยร่างเข้าชิดมุมผนังลิฟต์
“ก็มองให้รู้ไงว่าเวลาผู้ชายมองผู้หญิงที่แต่งตัวโป๊มันเป็นแบบไหน” มาร์ตินเขยิบกายเข้าประชิดแม่หนูน้อยของเขา เอาแขนแกร่งยันไว้ที่ผนังลิฟต์ทั้งสองข้าง
“พี่มาร์ตินถอยออกไปนะ” พิศลดาสั่งแต่ไม่เป็นผลเธอย่อตัวลงหมายจะมุดออกจากการกักขังของคนตัวโต แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะมาร์ตินรวบตัวเธอเข้าไปกอดเอาไว้อย่างรวดเร็วพอดีกับที่ประตูลิฟต์เปิดออก
มาร์ตินอุ้มร่างบางออกมาจากลิฟต์มุ่งตรงไปยังห้องของหนูน้อยแสนสวย พอถึงหน้าห้องก็แบมือขอคีย์การ์ดจากคนตัวเล็ก พิศลดาเลี่ยงไม่ได้จึงต้องหยิบคีย์การ์ดออกจากกระเป๋า ไม่งั้นเธอก็จะเข้าห้องไม่ได้ และอีกอย่างถ้ามีใครผ่านไปผ่านมาเห็นว่าเธอถูกอุ้มอยู่แบบนี้โดนนินทาแย่
มาร์ตินอุ้มหนูตัวน้อยของเขามาที่โซฟาแต่ไม่ได้ให้เธอนั่ง เขาเป็นคนลงไปนั่งแล้ววางคนตัวเล็กให้นั่งบนตักของเขา โดยให้พิศลดานั่งหันข้างเพื่อที่จะได้เห็นหน้ากัน
“เอาล่ะ ทีนี้เราก็คุยกันได้แล้ว” มาร์ตินกอดรัดเอวอ้อนแอ้นไว้แน่น
“ถ้าจะคุยกันปล่อยให้หนูนั่งดีๆ สิคะ นั่งแบบนี้มันไม่ถนัด” พิศลดาดิ้นจะลงจากตักกว้าง “พี่มาร์ตินพูดภาษาคนฟังไม่รู้เรื่องรึไงคะเนี่ย” ใบหน้าสวยงอลงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
“พี่ฟังภาษาคนรู้เรื่องคนสวย แล้วพี่ก็จะไม่ปล่อยหนูด้วย นั่งแบบนี้นะดีแล้ว” มาร์ตินจูบแก้มนวลติดๆ กันอย่างมันเขี้ยว “ชื่นใจจัง” ยิ้มใส่ดวงตากลมโต คนโดนรังแกหน้ามุ่ยถูแก้มตัวเองอย่างไม่ชอบใจ
“ชอบเอาเปรียบอยู่เรื่อยเลย” พิศลดาทำปากยื่น มาร์ตินเลยงับที่ริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างหยอกเย้า
มาร์ตินปล่อยริมฝีปากล่างของพิศลดาแล้วเปลี่ยนมาจูบแทน หญิงสาวตกใจดวงตาเบิกกว้างมือบางทุบไปที่ไหล่หนาแต่สักพักก็ต้องเอาแขนคล้องไว้ที่ลำคอแกร่งเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว คนมากประสบการณ์ยิ้มในหน้าก่อนจะค่อยๆ แทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวานล้ำ เกี่ยวรัดรึงหยอกล้อกับลิ้นเล็กของผู้ด้อยประสบการณ์
จากจูบหวานล้ำในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน มือหนาจับท้ายทอยเล็กไว้มั่น มือข้างที่ว่างก็เลื้อยลงมาอยู่ที่หน้าอกอวบหยุ่นนุ่มมือ มาร์ตินเคล้นคลึงหน้าอกอวบหนักสลับเบาจนพิศลดาขนลุกซู่ สติของพิศลดาเริ่มที่จะกลับมา มือบางตีที่ไหล่หนาเมื่อเริ่มจะหายใจไม่ทัน มาร์ตินยอมถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่งสับเปลี่ยนไปจูบที่ซอกคอหอมดูดดึงจนเป็นรอยจ้ำแดงอย่างจงใจ มือน้อยผลักใบหน้าหล่อให้พ้นจากซอกคอของเธอเพราะรู้สึกเจ็บๆ แต่ก็ยากเย็นนักเมื่อมาร์ตินไม่ยอมง่ายๆ
“อื้อ พี่มาร์ตินนี่มันมากเกินไปแล้วนะคะ” พิศลดาดิ้น แต่ยิ่งดิ้นเธอก็ถูกรัดแน่นขึ้นไปอีก จนเธอรู้สึกว่าที่ต้นขาของเธอสัมผัสกับอะไรบางอย่างที่มันดุนดันขึ้นมา เพียงแค่คิดพิศลดาก็หน้าร้อนผ่าวเธอไม่ได้โง่เกินกว่าที่จะไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งนั้นมันคืออะไร
“พี่มาร์ตินไอ้นั่นของพี่มันถูอยู่ที่ขาหนูนะปล่อยหนูก่อนเถอะ” พิศลดาพูดออกมาอย่างอายๆ
มาร์ตินขำพรืดให้กับความเถรตรงของพิศลดา “หนูรู้หรอว่ามันคืออะไร” ถามยิ้มๆ แล้วก็จับร่างบางให้แนบชิดกับน้องชายของเขามากขึ้นไปอีกอย่างต้องการจะแกล้ง
“หนูไม่ได้โง่นะแล้วก็หยุดขยับสักที” แหวลั่นเมื่อมาร์ตินคอยแต่จะขยับตัว
“พี่ขอนั่งแบบนี้นะ เดี๋ยวมันก็สงบลงเองแหละ แต่ยิ่งหนูดิ้นมันจะยิ่งทำให้พี่ทรมานมาก”ซบหน้าลงบนไหล่เล็ก
“แน่นะคะ ไม่ใช่ว่านั่งแบบนี้แล้วมันจะยิ่งทำให้พี่อยากปล้ำหนูมากขึ้นหรอกนะ” พิศลดาไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดเขาสักเท่าไหร่ เมื่อกี้เขายังเอาจูบแรกของเธอไปเลย แล้วอย่างงี้จะให้เธอเชื่อเขาลงได้ยังไง
“พี่ว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า ก่อนที่พี่จะอดใจไม่ไหวอย่างที่หนูพูด” ถึงแม้เขาอยากจะปล้ำหนูน้อยอย่างที่เธอพูดมากก็ตามแต่ต้องอดใจเอาไว้ก่อน เพราะเขาไม่อยากที่จะเร่งรัดเธอมากเกินไปค่อยๆ สอนไปทีละอย่างจะดีกว่า จึงต้องรีบชวนเปลี่ยนเรื่อง
