บทที่ 2 แรกพบก็ไม่ถูกชะตาซะแล้ว (2)

“ไม่ค่ะคุณไม่ใช่ดาราสักหน่อย” พิศลดาปฏิเสธทันควันทำไมเธอต้องอยากถ่ายรูปกับเขาด้วย

“ถ้าเป็นดาราเธอถึงจะถ่ายรูปด้วยใช่ไหม” มาร์ตินถามเสียงห้วนไอดาราเจ้าบทบาทพวกนั้นจะมาสู้คนอย่างเขาได้ยังไง

“เปล่าแค่เปรียบเทียบเฉยๆ แล้วทำไมคุณต้องไม่พอใจฉันด้วย” พิศลดาถามเสียงสะบัดอย่างไม่พอใจที่คนตรงหน้ารวนใส่เธอโดยไม่ทราบสาเหตุ

“เอ่อฉันว่าเราไปกันเถอะขอตัวก่อนนะคะคุณมาร์ติน” ลิลลี่เอ่ยขอตัวจากมาร์ติน

“เดี๋ยวก่อนเธอชื่ออะไรสาวน้อย” มาร์ตินชี้มาที่พิศลดาแต่เธอไม่ตอบเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ

“เอ่อเพือ่นหนูชื่อพิศลดาค่ะชื่อเล่นว่าใบเฟิร์น” ลิลลี่เป็นฝ่ายตอบแทนเพื่อนก่อนจะเดินตามพิศลาไป

“ใบเฟิร์นงั้นเหรอชื่อน่ารักสมกับตัวเลย” มาร์ตินพึมพำเบาๆ

“คุณมาร์ตินมานานรึยังคะเนี่ยถ้าอรรู้ว่าคุณมาแล้วจะรีบมาหาเลยคะถ้าไม่ออกมาหากาแฟดื่มก็คงไม่รู้ว่าคุณถึงแล้ว” สาวสวยในชุดเดรสสีแดงสดกับรองเท้าส้นสูงสีเดียวกันเดินเข้ามาหามาร์ตินแล้วทรุดกายเย้ายวนลงข้างๆ ชายหนุ่มมือขาวจับที่ท่อนแขนแกร่งหน้าอกหน้าใจถูไถไปที่แขนเขาอย่างยั่วยวน

“ผมเพิ่งมาถึงนะครับ” มาร์ตินตอบเสียงเรียบไม่สนใจการยั่วยวนของอาจารย์สาวที่เขาเคยมีสัมพันธ์ด้วย

“ค่ะ” อรนุชอาจารย์สาวคนสวยของมหาวิทยาลัยแสดงท่าทางสนิทสนมกับมาร์ตินอย่างออกนอกหน้าจนพิศลดากับลิลลี่ต้องเบ้ปาก

“อาจารย์อรนุชแทบจะสิงคุณมาร์ตินแล้วนะนั่นเป็นถึงอาจารย์แต่ดันทำตัวไม่เหมาะสมซะเอง” ลิลลี่กระซิบกับพิศลดาอย่างไม่ชอบใจ

“ฉันว่าก็พอกันทั้งคู่แหละ” พิศลดาพูดเสียงไม่เบานักแต่ก็ไม่ได้เอ่ยชื่อใครออกมาแค่พูดลอยๆแต่มาร์ตินที่ได้ยินและรู้ดีว่าสาวน้อยนั้นหมายถึงเขาอย่างแน่นอนมีแต่อรนุชเท่านั้นที่ไม่ได้สนใจอะไรและไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งสิ้น

“ผมว่าคุณนั่งดีๆ ดีกว่านะคุณเป็นถึงอาจารย์มานั่งกอดแขนเบียดผมแบบนี้มันไม่เหมาะเท่าไหร่” มาร์ตินจับมือของอรนุชออกจากท่อนแขนของเขาถึงแม้ว่าเขากับอรนุชจะเคยมีสัมพันธ์กันแต่มันก็แค่เขาต้องการปลดปล่อยอารมณ์ของบุรุษเพศไม่ใช่ความเสน่หาหรือรักใคร่ใดๆ ทั้งสิ้นและที่สำคัญเขาไม่อยากจะให้สาวน้อยที่ของเขามองเขาในทางที่ไม่ดีมากไปกว่านี้เพราะดูท่าทางแล้วคงจะไม่ชอบหน้าเขาเอามากๆ เลย

“คุณนี่น่ารักจังเลยค่ะห่วงภาพลักษณ์ของอรด้วย” อรนุชที่เข้าใจผิดคิดไปอีกทางนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อคิดว่ามาร์ตินเป็นห่วงภาพพจน์ความเป็นอาจารย์ของเธอเธอจึงโน้มหน้าเข้าไปหวังจะหอมแก้มเขาแต่เขาก็เบี่ยงใบหน้าหลบ

“ผมไม่ได้ห่วงคุณกรุณาอย่าเข้าใจผิดและที่สำคัญผมไม่ชอบให้ใครมาจูบมาหอมคุณก็น่าจะรู้ดีอย่ามาสำคัญตัวเองระหว่างเรามันก็เป็นแค่เพียงข้อตกลงไม่มีอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง” มาร์ตินพูดเสียงเรียบเขาไม่จำเป็นที่จะต้องไว้หน้าใครแล้วไม่สนใจด้วยว่าอรนุชจะรู้สึกยังไง อรนุชที่ได้ยินดังนั้นก็นั่งเงียบไม่กล้าจะเอ่ยอะไรออกมาเพราะเสียงที่เขาพูดกับเธอไม่ได้เบาเลยทำให้ตอนนี้เธออายมากปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้น แล้วมองมายังอรนุชกับมาร์ติน คนที่โดนหนักก็คงจะเป็นอรนุชที่ทำตัวไม่เหมาะสม แถมยังโดนฝ่ายชายพูดแบบไม่ไว้หน้าอีกท่าทางเชิดๆ หยิ่งๆ จึงไม่หลงเหลืออยู่เลย

“ไปกันเถอะลิลลี่” พิศลดาลุกขึ้นยืนเดินนำลิลลี่ออกไปจากร้านโดยมีสายตาของมาร์ตินคอยจับจ้องอยู่แล้วรีบลุกตามออกไปโดยไม่สนใจอรนุชอีกเลย

“ยัยอาจารย์นั่นจากที่เชิดๆ หยิ่งๆ ตอนนี้หมดสภาพเลยเนอะ” ลิลลี่พูดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่กำลังเดินไปยังหอประชุม

“นี่ล่ะผู้ชายพอเบื่อแล้วก็เขี่ยทิ้งแต่บางทีอาจารย์อรนุชก็ทำตัวเองรู้ทั้งรู้ว่าเป็นได้แค่ของเล่นก็ยังจะไปเล่นกับเขาอีก”

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะตอนนั่งอยู่ในร้านฉันเห็นคุณมาร์ตินมองแกบ่อยมากนะแล้วที่สำคัญตอนที่เขาให้ฉันเรียกแกไปถ่ายรูปให้เขาก็เอาแต่จ้องแกไม่วางตาเลยฉันว่าเขาต้องชอบแกแน่ๆ เลยความสวยของแกคงเข้าตาคุณมาร์ตินเข้าแล้วละ”

“จะบ้าเหรอ อย่างฉันเนี่ยนะ ไม่มีทางหรอกย่ะ แล้วอีกอย่างแกบอกว่าเขาเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยขนาดนี้ ก็คงมองฉันเหมือนผู้หญิงที่เขาเคยควงด้วยนั่นแหละแต่เผอิญฉันไม่ได้เหมือนสาวๆ ของเขาฉันไม่ชอบคนเจ้าชู้แกก็รู้ถ้าฉันจะรักใครสักคนคนๆ นั้นต้องรักฉันจริงๆ และที่สำคัญนั่นรุ่นพ่อเลยนะ”

“เว่อร์แก 18 เขา 30 แค่ห่างกัน 12 ปี เองฮ่าๆ” ลิลลี่พูดอย่างขำๆ ไม่ได้คิดจริงจังอะไรก็จริงอย่างที่เพื่อนเธอพูดถ้าเราจะรักใครสักคน คนนั้นจะต้องรักเราจริงๆ

“ว่าฉันแก่ขนาดเป็นพ่อเธอเลยเหรอสาวน้อย ถ้าจะเป็นพ่อก็ต้องเป็นพ่อทูนหัวของเธอเท่านั้น และฉันก็ยังไม่มีใครนะ” มาร์ตินพึมพำออกมาเบาๆ แล้วเดินตามหลังสองสาวไปเงียบๆ

“อร๊าย! คุณมาร์ตินหล่อมากๆ เลยแกว่าไหมลิลลี่ เฟิร์น” ชมพู่สาวโคราชที่เพิ่งจะมาถึงมหาวิทยาลัยเอ่ยขึ้น

“เบาๆหน่อยก็ได้มั้งชมพู่ฉันว่าฉันหนักแล้วนะแกนี่หนักกว่าฉันเยอะเลย” ลิลลี่กระแทกไหล่ชมพู่เบาๆ ชมพู่เป็นเพื่อนอีกคนหนึ่งของเธอและพิศลดา

“ฉันนี่นะเยอะแกลองดูพวกรุ่นพี่แล้วก็พวกรุ่นเดียวกับเราสิสะดีดสะดิ้งกว่าฉันซะอีก” ชมพู่พยักเพยิดไปยังพวกรุ่นพี่แล้วก็พวกรุ่นเดียวกันที่นั่งยืดคอบ้างก็หยิบเครื่องสำอางค์ขึ้นมาเติมหน้า

“เออว่ะ” ลิลลี่พยักหน้าเห็นด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป