บทที่ 6 ค่อยๆ แทรกซึม (2)
“เอ่อแล้วคุณมาร์ตินได้สมัครเฟซบุ๊กกับอินสตราแกรมยังครับ” เขาอุตส่าห์หามาให้หวังว่าเจ้านายจะไม่ทำให้เขาผิดหวังนะ
“สมัครแล้วแกนี่ถามมากจังวะ” เขาสมัครตั้งแต่วันที่ได้อ่านข้อมูลของเธอนั่นแหละแล้วตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกันเรียบร้อยแล้วด้วยแต่เขาไม่ได้ใช้รูปของตัวเองหรอกแต่ใช้เป็นรูปแมวน่ารักๆ แทนกลัวว่าถ้าเป็นรูปตัวเองน้องหนูจะไม่รับ และก็ส่องดูความเคลื่อนไหวเแทบจะทุกชั่วโมง ตามกดถูกใจทุกโพสต์ แต่ก็ต้องโมโหเมื่อมีผู้ชายมากดถูกใจและคอมเมนต์
“ก็ผมอยากรู้นี่นาว่าแต่คุณใบเฟิร์นไม่สงสัยหรอครับ” ลีโอก็ยังคงถามต่อ
“ไม่หรอกเพราะฉันไม่ได้ลงอะไรเลยชื่อกับรูปก็ไม่ได้บอกว่าเป็นตัวฉัน”
ติ๊งต่อง ต๊งต่อง
เสียงออดดังขึ้นทำให้พิศลดาวางมือจากการทำอาหารกลางวัน รีบเดินมาดูที่ช่องตาแมวว่าใครเป็นคนกด เมื่อไม่เห็นว่าเป็นใครเธอจึงเปิดประตูออกไปชะโงกหน้าดู แล้วก็ต้องตกใจตากลมโตเบิกกว้างอ้าปากค้าง
“ว่าไงหนูน้อย ตกใจที่เจอพี่เหรอ” มาร์ตินก้มหน้าลงมามองคนตัวเล็ก เขายืนหลบอยู่ที่ด้านข้างประตูห้องของเธอ เพราะไม่อยากให้เห็นแล้วเขาก็เดาถูกว่าหนูน้อยของเขาจะเปิดประตูออกมาดู
“มาได้ไงคะ” พิศลดาเม้มปากแน่นไม่คิดว่าเขาจะมาจริงและที่สำคัญเขาหาที่อยู่เธอได้ยังไง มือบางดันบานประตูจะปิดแต่ก็ถูกมือหนายันเอาไว้แล้วแทรกกายเข้ามาในห้องของเธอหน้าตาเฉย
“นั่งรถมา” มาร์ตินตอบอย่างยียวนแล้วเดินสำรวจห้องของคนตัวเล็ก
“รู้ว่านั่งรถมาคงไม่ได้นั่งเกวียนมาหรอก” พิศลดาหน้างอง้ำมองมาร์ตินตาคว่ำ
“ออกไปได้แล้วค่ะมันไม่เหมาะที่คุณจะมาอยู่ในห้องของหนู” พิศลดาเอ่ยปากไล่เขา จะมาอยู่ในห้องของเธอแบบนี้ไม่ได้ มันไม่เหมาะถ้าใครมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดีแล้วจะคิดว่าเธอเป็นเด็กของเขาได้
“บอกว่าให้เรียกพี่ถ้าไม่ฟังจะจูบให้ปากเจ่อจริงๆ ด้วย” มาร์ตินพูดเสียงเข้ม
“บ้า” พิศลดาเม้มปากแน่นเมื่อเจอคำขู่
“แล้วที่บอกว่าไม่เหมาะอะไรที่ไม่เหมาะไหนลองบอกพี่มาสิ” มาร์ตินยืนกอดอกมองหน้าสวยของหนูตัวน้อยที่วันนี้ใส่เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงยีนขาสั้น ทำให้อกอวบที่มีไม่น้อยโดดเด่นขึ้นมาเป็นภูเขา แล้วไหนจะขาขาวๆ อีกตอนนี้เลือดลมเขาแล่นพล่านเลย อยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสแต่ก็ต้องกลั้นใจเอาไว้
“เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นแล้วจะเอาไปนินทาได้ว่านักธุรกิจใหญ่ย่องเข้าห้องนักศึกษาสาว พวกเขาจะคิดว่าหนูเป็นเด็กในสังกัดของพี่ ซึ่งหนูไม่อยากเป็น หนูไม่ต้องการให้ใครมองหนูในทางที่ไม่ดี ถ้าเข้าใจแล้วก็ช่วยออกไปด้วยค่ะ ไม่ต้องมาที่นี่อีก ข้อความก็ไม่ต้องส่งมาด้วย” พูดจบพิศลดาก็กอดอกเชิดหน้าขึ้น
“หึ! ใครจะพูดอะไรก็ช่างเขาสิเราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แล้วอีกอย่างหนูก็ไม่ได้เป็นเด็กในสังกัดพี่สักหน่อย เพราะพี่ไม่มีสังกัดอะไรใดๆ ทั้งสิ้น คิดมากน่าหนูน้อย แล้วพี่ก็จะไม่หยุดไลน์หาหนูด้วย พูดถึงเรื่องนี้แล้ว หนูช่วยตอบกลัับพี่ด้วยนะ ไม่ใช่อ่านแล้วไม่ยอมตอบ พี่เสียใจนะครับ” มาร์ตินโยกศีรษะเล็กแล้วเดินตามกลิ่นหอมๆ ไปยังบริเวณห้องครัว
“พี่มาร์ตินพูดไม่รู้เรื่องหรอคะ หนูบอกให้ออกไปไง” พิศลดาเดินตามร่างสูงเข้ามาในครัวและก็เห็นว่าเขากำลังตักข้าวผัดใส่จานอยู่
“พี่หิวขอกินข้าวด้วยนะ” มาร์ตินยกข้าวสองจานมาวางบนโต๊ะรับประทานอาหารแล้วเลื่อนเก้าอี้ ทรุดกายลงนั่งตักข้าวผัดเข้าปาก พิศลดาทำอะไรไม่ได้ก็ทรุดตัวนั่งลงตรงข้ามกับเขาแล้วลงมือกินข้าวแต่ตากลมโตก็คอยมองเขาเป็นระยะ
“ข้าวผัดฝีมือหนูอร่อยจังค่ะ ทำให้พี่กินบ่อยๆ นะ” เขาเคยกินข้าวผัดมาก็มากแต่ก็ไม่เคยมีใครทำได้ถูกใจเขาแบบนี้มาก่อน
“เดี๋ยวก่อนนะคะนี่พี่มาร์ตินยังคิดจะมาที่นี่อีกหรอคะเนี่ย หนูว่าหนูพูดรู้เรื่องแล้วนะ” พิศลดารวบช้อนมองหน้าเขาที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว
“ใช่ พี่ว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันแบบจริงจังแล้วล่ะคนสวย พี่ไม่อยากให้เราไม่เข้าใจกัน” มาร์ตินลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำและเทน้ำมาให้หนูน้อยของเขาดื่มเมื่อพิศลดาดื่มเสร็จเขาก็ดึงมือคนตัวเล็กไปที่ห้องนั่งเล่น
“พี่มาร์ตินมีอะไรคะ” พิศลดานั่งลงตามแรงดึงของคนตัวโต
“พี่อยากรู้ว่าในความคิดของหนูพี่เป็นยังไง” เขาอยากจะรู้ว่าในสายตาของหนูน้อยคนสวยของเขามองว่าเขาเป็นคนยังไงเขาจะได้แก้ให้เธอพอใจ
“เจ้าชู้ เอาแต่ใจ น่าจะแค่นี้แหละค่ะเพราะหนูก็ไม่ได้รู้จักอะไรพี่มาร์ตินมากมายก็เลยไม่รู้นิสัยที่แท้จริง”
“งั้นเราก็มาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นตั้งแต่วันนี้เลยดีไหม” มาร์ตินจับมือนุ่มไล้หัวแม่มือที่หลังมือขาวเบาๆ พิศลดาจะชักมือออกแต่เขาไม่ยอม
“แล้วพี่ก็ไม่ได้เจ้าชู้นะส่วนเอาแต่ใจพี่จะเป็นเฉพาะบางคน”
“ปล่อยมือเลยค่ะ” พิศลดาตีหลังมือแกร่งแต่เขาก็ด้านเกินเลยไม่รู้สึกรู้สา
“แล้วทำไมเราจะต้องทำความรู้จักกันเพิ่มมากขึ้นด้วยแล้วเรื่องที่ไม่เจ้าชู้นี่แน่ใจเหรอคะ”
