บทที่ 12 พ่อค้าคนเก่ง

อีกหลายวันถัดมาที่ดินหลังบ้านของแสนที่ติดกับไร่ที่เลียมออกปากว่าจะให้เช่าปลูกผักก็ถูกแสนเนรมิตให้เป็นโคกหนองนาตามรูปภาพที่ปฏิพัทธ์ร่างใส่กระดาษ โดยแสนขอแรงลูกไร่ของเลียมมาช่วยกันขุดสระน้ำเพื่อเลี้ยงปลาและสร้างเล้าไก่บนสระด้านหนึ่ง

บริเวณที่ดินที่แสนปลูกบ้านมีลักษณะเป็นโคกอยู่แล้ว พอหลังบ้านขุดเป็นสระ แล้วถัดออกไปเป็นพื้นที่ปลูกผักและนาข้าว มันจึงกลายเป็นโคกหนองนาอย่างที่ปฏิพัทธ์ต้องการพอดิบพอดี

“บริเวณโคกนี่ พอฝนตก น้ำฝนก็จะซึมลงไปในดิน รากของต้นไม้ใหญ่รอบบ้านเราก็จะดูดซึมน้ำไปเลี้ยงลำต้น ส่วนสระนั่นก็เอาไว้รองรับและเก็บกักน้ำฝนเอาไว้ใช้ตลอดทั้งปี ในสระก็เลี้ยงปลา มีขี้ไก่กับพืชน้ำเป็นอาหาร พอไก่ออกไข่เราก็เอาไปขายให้ชาวบ้าน ผักที่พี่จะปลูกบนที่ดินที่ทิดเลียมให้เช่าก็ไม่ต้องรอน้ำฝนอย่างเดียวอีกต่อไป เราเอาน้ำในสระมารดผักได้ทุกวัน แล้วฉันจะปลูกผลไม้เพิ่มด้วย ปลูกหลายชนิด ให้สลับกันออกผลมีขายทั้งปี แค่นี้เราก็มีรายได้ทั้งปีไม่ต้องรอขายข้าวปีละครั้งแล้วล่ะพี่แสน”

ปฏิพัทธ์วางแผนและอธิบายให้แสนฟัง แสนรักกับพี่ ๆ ก็มาร่วมฟังด้วย

“หนูกับพี่ ๆ จะช่วยเลี้ยงไก่นะจ๊ะ” แสนรักเสนอ

“ดีมากลูก แต่อีกสองปีหนูต้องเข้าโรงเรียนแล้วนะ”

“หลังโรงเรียนเลิกหนูช่วยก็ได้จ้ะ เหมือนที่พี่ทองไพรำช่วยลุงเลียมกับป้าทับทิมไงจ๊ะ”

“เด็กดีของหม่ามี้ เก่งจังเลยลูก ถ้าขยันแบบนี้ อีกไม่นานบ้านเราก็จะร่ำรวยเหมือนบ้านลุงเลียม”

“จริงหรือจ๊ะหม่ามี้ อย่างนั้นบ้านเราก็จะมีควายเหล็กเหมือนบ้านลุงเลียมเอาไว้ช่วยพ่อไถนาใช่ไหมจ๊ะ”

“ใช่จ้ะ”

“เย้ หนูขอนั่งบนควายเหล็กได้ไหมจ๊ะพ่อ” แล้วแสนรักก็หันไปอ้อนผู้เป็นพ่อเพราะเคยเห็นลูกชายของเลียมนั่งอยู่บนคราดที่รถไถนาคูโบต้าของเลียมลากเพื่อทำเทือกก่อนจะปักต้นกล้าลงไปดำ มันน่าสนุกมาก

“ได้สิลูก แต่ตอนนี้ขี่เจ้าสีนวลไปก่อนนะ เก็บเงินได้พอจะซื้อรถไถเมื่อไร แล้วค่อยนั่งควายเหล็ก” สีนวลเป็นควายที่แสนซื้อต่อมาจากเลียมเอาไว้ใช้ไถนา ปัจจุบันมันก็แก่มากแล้วเพราะเคยอยู่กับเลียมมาก่อนที่เขาจะขายต่อให้แสน

“เราดาวน์สักก้อนหนึ่ง แล้วค่อยผ่อนเอาก็ได้นะจ๊ะ” ปฏิพัทธ์เสนอ

“มันจะดีหรือที่รัก พี่กลัวจะผ่อนไม่ไหว”

“ไหวสิจ๊ะ เดี๋ยวฉันช่วยอีกแรง ฉันสังเกตมาหลายวันแล้วว่าคนงานในไร่ของทิดเลียมและชาวบ้านแถวนี้ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ ออกจากบ้านกันแต่เช้ามืด กว่าจะกลับก็พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว อย่างนี้คงไม่ค่อยมีเวลาหุงหาอาหาร ฉันพอมีฝีมือทำอาหารอยู่บ้าง ฉันจะทำข้าวแกงขายจ้ะ”

“เอ็งนะหรือจะทำข้าวแกงขาย” แสนถามอย่างไม่เชื่อหู เพราะสมรักเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านที่ค่อนข้างจะมั่งมี มีพี่สาวหลายคนคอยหุงหาอาหาร สมรักจึงทำกับข้าวไม่ค่อยเป็น ตอนมาอยู่ด้วยกันใหม่ ๆ แสนเป็นฝ่ายลงมือทำเองเสียมากกว่า ถึงแม้ปีหลัง ๆ สมรักจะทำบ้าง แต่รสชาติก็ไม่ได้ดีถึงขั้นจะทำขาย ถึงกระนั้นเมื่อเห็นความตั้งใจของเมียเขาก็ไม่ขัด และพร้อมสนับสนุนเต็มที่ “เอาเลย พี่ก็จะช่วยอีกแรง”

“อย่างนั้น พี่แสนช่วยต่อโต๊ะเก้าอี้ให้สักสองสามชุดนะจ๊ะ เอาไว้รับลูกค้า บางคนอาจจะใส่ถุงกลับไปกินบ้าน บางคนก็อาจจะอยากนั่งกินที่ร้านจะได้ไม่ต้องล้างจาน”

“อย่างนั้นเราก็ต้องมีหม้อมีจานช้อนเพิ่มใช่ไหม”

“ใช่จ้ะ เรื่องนั้นพี่ไม่ต้องห่วง ฉันขอยืมพี่ทับทิมไว้แล้ว แกว่ามีมากมายเอาไว้เวลามีงานบุญใหญ่ ๆ ที่บ้าน พอเราพอจะมีกำไร แล้วค่อยซื้อคืนแกทีหลังจ้ะ”

“พี่ทับทิมกับทิดเลียมดีกับพวกเรานัก เอ็งอย่าลืมบุญคุณแกล่ะ พี่ก็จะไม่ลืมเลย”

“ไม่ลืมแน่นอนจ้ะ” จะลืมได้อย่างไร นั่นตาทวดกับยายทวดของเขาเชียวนะ แม้ไม่ได้รับมรดกที่ตกทอดมาในฐานะเหลน แต่ปฏิพัทธ์คิดว่าความช่วยเหลือจากพวกท่านมันมีค่ามากกว่าทรัพย์สมบัติพวกนั้นหลายเท่านัก

สามเดือนให้หลังฝันของปฏิพัทธ์ก็เป็นจริง ตอนนี้ในสระหลังบ้านมีปลาดุกตัวย่อมที่เขาให้แสนพาไปซื้อพันธุ์มาจากต่างถิ่น เลี้ยงแค่ไม่กี่เดือนมันก็ตัวโตขึ้นโข พอจะเอามาผัดเผ็ดได้ ส่วนไก่ก็ออกไข่ทุกวันจนเหลือกิน เอามาทำอาหารขาย แล้วยังเหลือให้ขายเป็นฟองอีกด้วย

“เอาแกงปลาดุกกับไข่ลูกเขยจานหนึ่งจ้ะพ่อค้า”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป