บทที่ 13 บำรุงร่างกาย

“รอสักครู่นะจ๊ะ ไปนั่งที่โต๊ะก่อน น้ำเย็นลอยดอกมะลิใส่อุทัยทิพย์หอม ๆ ในกระติกตักกินได้เลยนะจ๊ะ บริการตัวเองแล้วก็ฟรีไม่คิดเงินจ้ะ”

“พ่อค้าใจดีจริง ๆ ทำกับข้าวก็อร่อยทุกอย่าง อย่างนี้ฉันมาฝากท้องทุกวันแน่ ๆ ตอนเย็นก็มีเวลาทำงานในไร่ต่ออีกหน่อย ไม่ต้องรีบมาทำกับข้าวกับปลาให้ลูกให้ผัว”

“ช่วย ๆ กันจ้ะ ฉันรู้ว่าพวกพี่แค่ทำงานในไร่ก็เหนื่อยแล้ว ไหนจะต้องดูแลลูกดูแลสามีอีก เรื่องกับข้าวกับปลาปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน คิดไม่แพงหรอกจ้ะ จะลงบัญชีไว้ก่อนก็ยังได้”

ปฏิพัทธ์จัดเต็มการตลาดที่ร่ำเรียนมา ดึงดูดลูกค้าทั้งด้านปริมาณ รสชาติ ของแถม และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าประจำ เขาให้ลงบัญชีเอาไว้ได้ พอเงินค่าแรงจากเถ้าแก่ออกถึงค่อยมาจ่าย ซึ่งคนงานในไร่จะได้รับค่าจ้างเป็นวีกหรือสองสัปดาห์ครั้ง ปฏิพัทธ์ก็จะได้รับเงินก้อน ทำให้เขาเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารก็ล้วนมาจากในโคกหนองนาของเขาทั้งสิ้น ทั้งปลา ไข่ เนื้อไก่ แล้วก็ผักนานาชนิด ทั้งที่แสนปลูกและมันขึ้นเองตามริมรั้ว ข้าวสารก็ไม่ต้องซื้อเพราะแสนแบ่งข้าวเปลือกเอาไว้กินมากพอสมควร เห็นทีปีหน้าคงต้องแบ่งไว้ให้มากกว่านี้เพราะลูกค้ามากขึ้นทุกวัน

“หนูช่วยเก็บจานนะจ๊ะหม่ามี้” แสนรักเห็นว่าลูกค้ามากินข้าวที่ร้านของแม่มากจึงอาสามาช่วยล้างจาน

“หนูไปเล่นกับพี่ ๆ เถอะลูก เดี๋ยวหม่ามี้จัดการเอง” แต่ปฏิพัทธ์เห็นว่าลูกยังเล็กนัก แสนรักเพิ่งจะห้าขวบ เขาจึงอยากให้ได้เล่นตามวัย ไม่อยากให้ต้องทำงานหนักเกินไป ที่คอยช่วยเก็บไข่ไก่ทุกวันเขาก็คิดว่าลูกขยันมากพอแล้ว

“ถ้าคนน้อย ๆ หนูค่อยไปเล่นจ้ะ ตอนนี้คนเยอะ หม่ามี้ตักกับข้าวไม่ทันแล้ว” แสนรักแสนฉลาด แม้จะเล่นอยู่กับสิบหมื่นและขจร แต่ก็คอยสังเกตแม่ตลอดว่าจะยุ่งหรือเปล่า

“โถ น่ารักจังเลยลูก ถ้าอย่างนั้นก็ไปเก็บจานตามโต๊ะ แล้วก็เอาผ้ามาทำความสะอาดช่วยหม่ามี้หน่อยนะลูก โต๊ะสะอาด ๆ ลูกค้าจะได้อยากนั่ง”

“จ้ะ หม่ามี้”

แล้วแสนรักก็ไปเก็บจาน แล้วเอาผ้ามาทำความสะอาดจนเรียบร้อยตามที่แม่สอน ก่อนจะไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ใต้ต้นมะยมที่แสนทำเป็นที่ล้างจานไว้ให้ ส่วนร้านข้าวแกงของปฏิพัทธ์นั้นอยู่ใต้ต้นเชอร์รี่ป่าที่ขจรหวงนักหนา ยามที่ลูกค้าเก็บกินมันก็จะร้องจี๊ด ๆ เหมือนหนูทั้ง ๆ ที่เป็นกระต่าย

“ขจร พี่เขาแค่ขอชิมลูกสองลูกเท่านั้นเองลูก ไม่หวงนะครับ บนต้นเหลืออีกเยอะแยะ” พอถูกแม่ดุ ขจรก็วิ่งจู๊ดไปหาแสนรักกับสิบหมื่นตรงที่ล้างจาน แสนรักจึงหันไปบอกลูกค้าว่ากินได้ตามสบาย

ไม่นานแสนก็กลับมาจากไถนาด้วยเนื้อตัวมันเลื่อม “พี่ไปอาบน้ำเดี๋ยวนะจ๊ะ เดี๋ยวจะรีบออกมาช่วย”

“จ้ะพี่แสน”

ปฏิพัทธ์รับคำและยิ้มหวานให้สามีผู้แสนขยันขันแข็ง ตื่นตั้งแต่ตีสี่ไปจับปลาในสระและเก็บผักมาไว้ให้เขาเตรียมทำกับข้าว แล้วก็ออกไปถอนหญ้าในแปลงผัก ก่อนจะกลับมากินข้าวเช้าด้วยกัน แล้วก็ออกไปทำไร่ไถนา ตอนกลางวันปฏิพัทธ์จะเอาปิ่นโตไปส่ง แล้วทั้งสองก็กินข้าวด้วยกันในเถียงนา บางวันแสนรักกับพี่ ๆ ก็ตามไปด้วย แต่บางวันถ้าเล่นติดลมอยู่กับลูก ๆ ของเลียม ปฏิพัทธ์ก็จะไม่ได้เรียก

ช่วงบ่ายสองผัวเมียก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเอง แสนทำไร่ไถนาต่อ ส่วนปฏิพัทธ์กลับมาเตรียมอาหารเพื่อที่จะขายรอบเย็น เป็นอย่างนี้ทุกวัน

“ผัวเอ็งนี่ขยันตัวเป็นเกลียว แล้วอย่างนี้จะมีเวลาทำลูกคนที่สองกันรึ”

ลูกค้าคนหนึ่งถาม ปฏิพัทธ์จึงได้แต่ยิ้มให้ เพราะจะว่าไปตั้งแต่วันที่เขาตื่นขึ้นมาในร่างของสมรักแล้วจับไข้เพราะคืนก่อนหน้าแสนทำลูกรุนแรงเกินไป แสนก็ไม่ได้เซ้าซี้ที่จะทำลูกอีก แม้หลายครั้งสามีจะมองเขาด้วยแววตาปรารถนา แต่พอปฏิพัทธ์ไม่เล่นด้วยอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะบังคับฝืนใจ

หลังปฏิพัทธ์ใช้ชีวิตในร่างสมรักมาสามเดือนกว่า ๆ ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วสมรักไม่ได้แข็งแรงนัก เขาคงไม่เคยทำงานหนักมาก่อนตอนก่อนที่จะมาอยู่กับแสน พอคลอดลูกคนแรกและทำงานหนักทุกวัน โดนทั้งแดดทั้งลมทั้งฝน ร่างกายคงสะสมความเหนื่อยล้ามานาน จนในที่สุดก็ต้านทานไม่ไหว แล้วจากไปอย่างน่าสงสาร ตอนนี้ปฏิพัทธ์ก็ได้แต่ดูแลตัวเอง ทั้งบำรุงด้วยอาหารที่มีประโยชน์ ทั้งพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ แม้จะต้องทำงานสร้างตัวเก็บเงินก็ตาม และเมื่อเขาแข็งแรงพอและจิตใจพร้อมกว่านี้ เขาคงมีลูกอีกคนให้แสนได้ไม่ยาก ส่วนเรื่องความรัก สามีอย่างแสนก็แสนดีเสียจนปฏิพัทธ์คิดว่าตัวเองมีใจให้มานานแล้วละ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป