บทที่ 6 Chapter 133/2
วาวาเห็นว่าทั้งคู่เรียนจบแล้ว ก็น่าจะลองคบกันดู เพราะเธอเชื่อสายตาตัวเอง ยังไงก็มองคนทั้งสองไม่ผิดแน่ ต่างคนต่างก็แอบมีใจให้กัน แต่คำว่าทิฐิยังคงค้ำคอให้สองคนกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมาอย่างไม่มีเหตุผล
“ฉันเนี่ยนะมีใจให้นายนั่น เธอเอาอะไรมาพูด ฉันจะบอกให้นะวาวา ต่อให้โลกใบนี้มีผู้ชายคนเดียว ฉันก็ไม่มีทางเอานายนั่นมาทำพันธุ์หรอกนะจะบอกให้” ใบพลูถึงกับขึ้นเสียง เมื่อเธอไม่มีทางยอมรับว่าชอบออสตินเด็ดขาด
“คุยอะไรกันเสียงดังจัง พวกเราไปนั่งพักแล้วหาอะไรเย็นๆ ดื่มกันดีกว่า ไปกันเถอะ เอานี่ของขวัญที่แกให้ฉันหาให้ เป็นนาฬิกาผู้ชาย เดย์คงชอบมาก เพราะว่าแกเป็นคนซื้อให้” นัทตี้พูดพลางยัดถุงกระดาษ ซึ่งมีห่อของขวัญให้กับใบพลู ก่อนจะจูงแขนเพื่อนเดินตรงไปยังร้านกาแฟ ที่จัดมุมเอาไว้ได้อย่างน่ารัก และเป็นส่วนตัวค่อนข้างชัดเจน มีอาณาเขตที่รองรับลูกค้าสำหรับคุยธุรกิจอีกด้วย
“พวกแกสองคนเอาไรอ่ะ ชาเขียวป่ะ” วาวาเอ่ยหันไปเอ่ยถามเพื่อนทั้งสอง เมื่อพนักงานหนุ่มหล่อกำลังยืนรอรับออเดอร์ของสามสาว
“อืม...” เมื่อตกลงกันได้แล้ว วาวาจึงจัดการสั่งเมนูที่เธอต้องการ หลังจากที่เดินชอปปิงมาเป็นชั่วโมงก็เริ่มรู้สึกล้า ในตอนที่หยุดพักนี่เอง เพราะการชอปปิงกับสาวๆ เป็นของคู่กัน ต่อให้ชอปปิงทั้งวันพวกหล่อนก็คงไม่หวั่นใดๆ ถ้าหากมีวงเงินไม่จำกัด ก็พร้อมจะจัดให้กระจาย
“ว่าแต่เมื่อคืนพวกแกสองคน คิดว่า... ออสตินกับยัยคุณหนูมิ้นต์อะไรนั่น ไปถึงไหนกันแล้ว” วาวาเริ่มเปิดประเด็น จนนัทตี้สะกิดเอาไว้ไม่ทัน แต่ก็ดีเหมือนกัน ปากแข็งด้วยกันทั้งคู่จะได้รู้ใจตัวเองเสียที
“ถ้าให้ฉันเดา พวกเขาต้องกลับด้วยกันแน่ๆ มีเหรอที่ยัยคุณหนูนั่น จะปล่อยให้ออสตินหลุดมือไปได้ มองตาเดียวก็รู้ว่าหล่อนจ้องจะเขมือบออสตินมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว” นัทตี้ยังคงพูดเสริมให้ใบพลูได้คิดตาม แต่เพื่อนๆ จะรู้ไหมว่าเธอไม่ได้นอนเลย เมื่อภาพของออสตินกับมิ้นต์ตามมาหลอกหลอนทั้งกลางวันและกลางคืน
“ใบพลูแกว่าพวกเขาสองคน จะมีโอกาสพัฒนาไปเป็นแฟนกันหรือเปล่า” คำถามของวาวาเป็นเหมือนหอกหนาม เมื่อหญิงสาวรู้สึกว่าถ้อยคำเหล่านั้นกำลังกรีดลงมาที่กลางหัวใจของเธอ เมื่อภาพล่าสุดที่เดย์ส่งมาให้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาสองคนไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว
“ถามฉันทำไม นายนั่นจะคว้าเอาผู้หญิงคนไหนมาทำแฟน หรือจะไปนอนกับใครก็ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย” ใบพลูพูดพลางหยิบแก้วน้ำขึ้นมา ก่อจะค่อยดูดน้ำชาเขียวจากหลอด หลังจากที่พนักงานเข้ามาเสิร์ฟพอดี แต่ท่าทีของเธอยิ่งทำให้เพื่อนทั้งสองหมั่นไส้ ไม่รู้ว่าจะปากแข็งกันไปทำไมกัน
“ก็ดีแล้วแหละ ที่แกคิดได้แบบนั้น เพราะออสตินเองก็คงจะคิดกับแก ในแบบที่แกกำลังคิดกับเขาเหมือนกัน” วาวายังคงพยายามที่จะพูดให้เพื่อนรักเข้าใจ ในความรู้สึกที่ใบพลูกับออสตินมีให้กัน แต่ทว่าหญิงสาวกลับคิดว่าชายหนุ่มเป็นดั่งไฟ ถ้าหากวันใดแมลงเม่าอย่างเธอเผลอบินเข้าไปก็มีแต่จะมอดไหม้ คงสาแก่ใจออสติน ถ้าหากว่าเธอนั้น ตามเกมเขาไม่ทัน เผลอเข้าไปตกหลุมพรางที่ชายหนุ่มวางเอาไว้
“เขาเห็นฉันเป็นแค่หมากในเกม ฉันเองก็เห็นเขาเป็นเพียงแค่คนเห็นแก่ตัว พวกแกสองคนเลิกยุให้ฉันกับเขาดีกันสักที เพราะชาตินี้ทั้งชาติฉันจะมี่วันญาติดีกับนายออสติน!”
หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็ง แต่ทว่ากลับไม่กล้าสบตาเพื่อนรัก เธอพยายามเบือนหน้าหนี เพื่อให้ความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นนั้นยุติลงโดยเร็ว
ในขณะที่สามสามกำลังสนทนากันอยู่นั้น สายตาของใครบางคนจับจ้องมองมาที่ใบพลู พลางแสยะยิ้มร้ายด้วยแววตาที่ดูไม่เป็นมิตร เมื่อมิ้นต์กำลังคิดแผนการอันร้ายกาจออกมาจากสมองที่ชาญฉลาด แต่ทว่าหล่อนมักใช้ไปในทางที่ผิด เมื่อมันมีแต่สิ่งที่เรียกว่าอิจฉาริษยาเต็มอยู่ในหัวของหล่อน
“อุ้ย! ทำไมโลกกลมจัง ขอนั่งด้วยคนสิ” หล่อนไม่ได้รอให้ใครอนุญาตรีบหย่อนก้นลงนั่งข้างๆ ใบพลู พร้อมแววตาดูร้ายลึก ซึ่งมองยังไงสามสามก็รู้ว่าหล่อนคงไม่ได้มาดี
“พวกเรากำลังจะกลับพอดี มีอะไรหรือเปล่ามิ้นต์” นัทตี้รู้ดีว่าใบพลูรู้สึกอย่างไร แม้ว่าเพื่อนของเธอจะไม่แสดงออก แต่ด้วยความที่คบกันมานานมองตาก็รู้ใจ จึงรีบตัดปัญหาออกไป ด้วยการหลีกเลี่ยงที่จะสนทนากับมิ้นต์
