บทที่ 2 บทที่ 1

บทที่ 1

“พี่ลมครับ นี่แฟนน้ำเอง ชื่อซิน เห็นวันก่อนพี่กับคุณพ่อคุณแม่บ่นว่าอยากเจอไม่ใช่เหรอครับ”

‘น้ำ’ หรือ ‘นที’ ชายหนุ่มผู้ครอบครองส่วนสูงถึงร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตร เอ่ยแนะนำคนรักด้วยรอยยิ้มเก๋ไก๋ที่แผ่ออร่าความอบอุ่นออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยโครงร่างสูงใหญ่และมวลกล้ามเนื้อล่ำสันเด่นชัด จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่อดีตเดือนมหาวิทยาลัยคนนี้เคยเป็นถึงนักกีฬาตัวเต็งระดับสถาบัน ความรักของเขาและแฟนหนุ่มป้ายแดงก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วหลังผ่านพ้นช่วงฝึกงานมาด้วยกัน จนกระทั่งในปัจจุบันเรียกได้ว่าเขาตกอยู่ในอาการคลั่งรักคนตรงหน้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ทว่าฝ่ายพี่ชายกลับทำเพียงเคลื่อนใบหน้าคมคายและสายตาอันเย็นเฉียบ มาจับจ้องเรือนร่างโปร่งบางที่สุดของบ้าน วายุยกยิ้มมุมปากคล้ายเอ็นดู ทว่านัยน์ตากลับแฝงเร้นไปด้วยความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ

“อึก... ผะ... ผมชื่อซิลเวอร์ครับ”

ด้วยอารมณ์เปี่ยมสุขที่ได้พาคนรักมาเปิดตัว ทำให้นทีไม่ได้สังเกตเลยว่า เด็กหนุ่มใบหน้าหวานละมุน ข้างกาย กำลังมีสีหน้าลนลานและลำบากใจอย่างเด่นชัด แต่เพราะไม่อยากให้ผู้ใดจับพิรุธได้ คนเรือนผมสีน้ำตาล จึงรีบฝืนปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ผู้เป็นพี่ชายของแฟนตามมารยาท แม้ว่าในยามนี้ดวงตาคู่กลมโตจะฉายแววอึดอัดและระแวดระวังจนแทบปิดไม่มิดก็ตาม

‘ซิลเวอร์’ หรือ ‘ซิน’ บัณฑิตจบใหม่ผู้มีดวงตากลมหม่นสีน้ำตาลและใบหน้าหวานล้ำเกินกว่าชายหนุ่มทั่วไป ผิวพรรณของเขาขาวละมุนราวกับปุยนุ่นชวนมอง แม้จะมีส่วนสูงเพียงร้อยหกสิบเซนติเมตร ทว่าสัดส่วนโค้งเว้าของร่างกายกลับเย้ายวนอารมณ์สวนทางกับส่วนสูงอย่างสิ้นเชิง นึกไม่ถึงเลยว่าโลกจะกลมและโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้

‘ฉิบหายแล้ว... พระเจ้าช่างกลั่นแกล้งกันชัดๆ’ ซิลเวอร์ร่ำร้องในใจอย่างนึกสมเพชในโชคชะตา ทว่าภายนอกยังคงพยายามรักษาท่าทีนิ่งสงบเอาไว้สุดชีวิต

“ซิลเวอร์งั้นเหรอ... หน้าคุ้นจังเลยนะครับ”

ชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์หรู หยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูงพลางสาวเท้าเข้ามาหา สายตาคมกริบจับจ้องแกะรอยบนใบหน้าหวานอย่างไม่ลดละ ก่อนจะส่งยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า เล่นเอาคนถูกมองเผลอเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความกดดัน

‘วายุ’ หรือ ‘พี่ลม’ มีดีกรีเป็นถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง รูปร่างของเขาอัดแน่นไปด้วยมวลกล้ามเนื้อและสูงใหญ่ไม่ต่างจากผู้เป็นน้องชาย หากแต่ดูเนี๊ยบและมีระเบียบวินัยมากกว่าด้วยกรอบของหน้าที่การงาน เสน่ห์อันเหลือล้นของเขามาจากรอยยิ้มทรงภูมิ ท่าทีอันมั่นใจ และรสนิยมการแต่งกายที่ไร้ที่ติ เขาคว้าตำแหน่งอาจารย์มาครองทันทีที่จบปริญญาโท และกลายเป็นบุคคลยอดนิยมในหมู่เต่านักศึกษาอย่างรวดเร็ว

“อาจจะเคยเดินสวนกันรึเปล่าครับพี่ลม ก็พี่สอนอยู่ที่เดียวกับที่ซินเรียนนั่นแหละ” ผู้เป็นน้องชายเอ่ยเสริมด้วยท่าทีสบายๆ โดยไม่รู้เลยว่าสายตาคมดุของพี่ชายที่กำลังทอดมองซิลเวอร์นั้น ราวกับต้องการจะคาดโทษและเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ ซึ่งตัวซิลเวอร์เองก็กำลังสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว

“ก็ว่าอยู่ว่าหน้าคุ้นๆ... แต่คงอยู่คนละคณะกันมั้งครับ เลย ‘ไม่เคย’ ได้ทำความรู้จักกันจริงจัง”

การเน้นย้ำคำว่า ‘ไม่เคย’ อย่างหนักแน่น ทำเอาซิลเวอร์สะดุ้งสุดตัวก่อนจะรีบหลุบสายตาลงต่ำทันที

‘หึ’ วายุแค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกสมเพช แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “เย็นนี้อยู่ทานข้าวด้วยกันสิครับ เดี๋ยวคุณพ่อกับคุณแม่ก็คงจะกลับมาแล้ว”

อาจารย์หนุ่มยังคงรุกไล่ไม่เลิกรา ท่าทางของเขาทั้งคู่ในสายตาของนทีอาจดูเป็นเรื่องปกติ ทว่าสำหรับซิลเวอร์แล้ว มันช่างเป็นบรรยากาศที่คุกคามและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ร่างบางพรูลมหายใจยาวเพื่อขับไล่ความประหม่า ได้แต่ทอดสายตามองต่ำอยู่เช่นนั้น

“งั้นอยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันนะครับซิน” นทีหันมาอ้อนคนรัก

“กะ... ก็ได้ครับ” น้ำเสียงหวานแผ่ออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับคนขี้กลัว มือบางยกขึ้นลูบแขนตัวเองไปมาเพื่อบรรเทาความอึดอัด

“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอกครับ เดี๋ยวพี่ขอตัวออกไปสูบบุหรี่ด้านนอกก่อน เชิญตามสบายเลยนะ” วายุเอ่ยตัดบทพลางเดินเลี่ยงออกไป

เมื่อพี่ชายคล้อยหลัง นทีก็ตรงเข้าโอบไหล่บางให้ขยับเข้ามาอิงแอบซบตรงอกกว้างอย่างแสนหวงแหน ใบหน้าสวยช้อนขึ้นมองแฟนหนุ่มด้วยสายตาออดอ้อนราวกับลูกกวางตัวน้อย ท่าทางที่ไม่ได้ตั้งใจยั่วยวนนั้นทำเอานทีเกิดความพลุ่งพล่านจนอยากจะรั้งร่างนี้ไปขยี้จูบเสียให้เข็ด ติดอยู่เพียงแค่...

“เดี๋ยวน้ำขอโต๋ไปปากซอยแป๊บหนึ่งนะครับ... จะไปซื้อของสำคัญ” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบชิดกกหู จนซิลเวอร์พอจะเดาออกว่า ‘ของสำคัญ’ ที่ว่าคืออะไร ใบหน้าหวานพลันขึ้นสีระเรื่อร้อนผ่าว ทำได้เพียงพยักหน้ารับคำน้อยๆ ด้วยความขัดเขิน

“อ้าวน้ำ จะไปไหนล่ะ” วายุที่ยืนอัดนิโคตินเข้าปอดอยู่ตรงชานพักเอ่ยทักขึ้น เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนของน้องชาย

“ไปปากซอยครับพี่... ถุง (อนามัย) หมด” คำตอบตรงไปตรงมาของนที ทำเอาคนเป็นพี่ชายผุดยิ้มร้ายตรงมุมปากอย่างเยือกเย็น

ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์ของรถขับเคลื่อนพ้นอาณาเขตบ้าน ชายหนุ่มในชุดสูทหรูก็ดับบุหรี่ในมือทันที เขาหมุนกายเดินกลับเข้าบ้านอย่างรีบร้อน นัยน์ตาคู่คมกวาดมองหาร่างของ ‘ตัวต้นเหตุ’ ที่ทำให้เขาต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานและความคิดถึงมาเกือบปี ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป